ทรัมป์สามารถแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ ให้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคนได้จริงหรือ ?

บรรยากาศในช่วงปิดการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ที่สนามอเมริกัน แอร์ไลน์ส เซ็นเตอร์ ในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เมื่อ 10 ก.ย. ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการชิงเก้าอี้ในสภาคองเกรส ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศในช่วงปิดการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ที่สนามอเมริกัน แอร์ไลน์ส เซ็นเตอร์ ในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เมื่อ 10 ก.ย. ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการชิงเก้าอี้ในสภาคองเกรส ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.
    • Author, อเล็กซ์ บอยด์
    • Role, บีบีซี นิวส์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เสนอเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.65 แสนบาท) ให้กับชาวอเมริกันผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าแผนดังกล่าวจะใช้เงินทุนจากแหล่งใด และถูกกฎหมายหรือไม่

คำกล่าวของทรัมป์ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงปรบมือดังลั่นจากบรรดาผู้สนับสนุนในการประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อคืนวันพุธ (9 ก.ย.) ถึงแม้ว่าพรรคเดโมแครตจะเรียกมันว่า "คำสัญญาที่ว่างเปล่า" ก็ตาม

ทรัมป์ยังกล่าวในการประชุมพรรครีพับลิกันด้วยว่า เงินจำนวนดังกล่าวจะต้องถูกใช้จ่ายในสหรัฐฯ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการตรวจสอบอย่างไร

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ระบุว่า เงินจำนวนนี้อาจมาจากรายได้จากภาษีศุลกากร และเช็คจ่ายเงินเหล่านั้นจะไม่ตกเป็นของชาวอเมริกันผู้ร่ำรวย

ข้อเสนอของทรัมป์ถูกกฎหมายหรือไม่

ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ การให้เงินโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างอิทธิพลต่อการลงคะแนนเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ข้อเสนอที่ทรัมป์ให้ไว้ในรัฐเท็กซัสเมื่อวันพุธ อาจถูกมองว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะลดภาษี ซึ่งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย

ดร.โจน มาโฮนีย์ อาจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน กล่าวกับบีบีซีว่า เธอคิดว่าข้อเสนอดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ถึงแม้ว่า "โดยปกติแล้วนักการเมืองจะไม่ทำอย่างเปิดเผยเช่นนี้"

"ด้านหนึ่ง มันฟังดูเหมือนการติดสินบน คือลงคะแนนให้พรรครีพับลิกันแล้วจะได้เงิน ซึ่งนั่นถือว่าผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ในอีกด้านหนึ่งเงินนั้นจะตกไปถึงทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะลงคะแนนอย่างไร ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องการติดสินบน" เธอกล่าว

"ฉันคิดว่ามันไม่ผิดกฎหมาย มันเปรียบเหมือนกับคำมั่นสัญญาในการหาเสียงที่ว่า 'ถ้าพรรคของเราชนะ เราจะลดภาษี' ทุกพรรคการเมืองทำแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา และนั่นก็ถูกกฎหมายอย่างแน่นอน" นักวิชาการจาก ม.เซาแธมป์ตัน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ลอเรล แรปป์ ผู้อำนวยการโครงการสหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือของสถาบันกิจการระหว่างประเทศแชตธัม เฮาส์ (Chatham House) กล่าวกับบีบีซีว่า ข้อเสนอของทรัมป์ดูเหมือนจะเป็น "ข้อตกลงที่แตกต่างออกไปอย่างมาก และเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์" จากคำสัญญาทั้งหลายที่ผู้สมัครมักให้ไว้ในช่วงเลือกตั้ง

ต้องใช้เงินเท่าไรในการแจก

นอกจากประเด็นเรื่องความถูกต้องตามข้อกฎหมายแล้ว บางคนยังตั้งคำถามว่าข้อเสนอของทรัมป์จะสามารถทำได้จริงในแง่การเงินหรือไม่ ในบริบทของหนี้สินของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน

มีประชากรผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเกือบ 270 ล้านคน นั่นหมายความว่าการจ่ายเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43.09 ล้านล้านบาท)

ขณะที่ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับวิธีการจัดหาเงินทุนสำหรับเช็คจ่ายเงินเหล่านั้น

รัฐสภาของสหรัฐฯ มีอำนาจอนุมัติงบประมาณรายจ่ายในประเทศ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้กล่าวว่าเขาจะขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติสำหรับการจ่ายเงินใด ๆ หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า มันดูเป็นไปได้ยากที่เขาจะอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลเช่นนั้นผ่านการออกคำสั่งบริหารของประธานาธิบดี

เอริกา ยอร์ก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากมูลนิธิภาษีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวกับบีบีซีว่า เธอจะ "ประหลาดใจอย่างยิ่ง" หากสภาคองเกรสอนุมัติข้อเสนอใด ๆ ก็ตาม

"นี่จะเป็นหนึ่งในวิธีที่เลวร้ายที่สุดในการใช้เงิน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" เธอกล่าว

ยอร์กยังกล่าวด้วยว่า "เรากำลังเดินไปในเส้นทางที่ไม่ยั่งยืนอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่าการขาดดุลงบประมาณจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ"

US President Donald Trump speaks on the first day of the Midterm Republican National Convention in Texas

ที่มาของภาพ, EPA

เอาเงินจากภาษีศุลกากรมาจ่ายได้หรือไม่

หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์ รองประธานาธิบดีแวนซ์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ โดยระบุว่าเงินที่ประธานาธิบดีเก็บได้จากภาษีนำเข้าอาจเป็นเงินนำมาใช้แจกตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ

อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าวจนถึงปัจจุบันก็ยังห่างไกลจากจำนวนเงินที่จำเป็นในการจ่ายเช็คเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ทรัมป์เสนอไว้

ข้อมูลของศูนย์นโยบายความร่วมมือสองพรรคการเมือง (Bipartisan Policy Center) ระบุว่า สหรัฐฯ มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิตประมาณ 4.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15.74 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2025

ทว่ามีการคืนเงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.31 ล้านล้านบาท) หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้ยกเลิกภาษีศุลกากรหลายรายการเมื่อต้นปีนี้

เมื่อถูกถามว่าการจ่ายเงินจะดำเนินการได้อย่างไร ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงบีบีซีว่า "พวกที่มองโลกในแง่ร้ายและพวกที่คอยคัดค้านได้ตั้งข้อสงสัยต่อประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เสมอ"

เดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเพิ่มเติมว่า "ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประชาชนชาวอเมริกัน ประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคงส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อไป"

ทำไมทรัมป์ถึงเสนอแจกเงิน

อดีตนักวางแผนกลยุทธ์และนักสำรวจความคิดเห็นของพรรครีพับลิกันคนหนึ่งกล่าวว่า ข้อเสนอครั้งล่าสุดของทรัมป์ควรถูกมองในบริบทของการเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนแล้ว

"นี่เป็นคำสัญญาที่เหลือเชื่อ และผมไม่แน่ใจว่าเงินนั้นจะมาจากไหน แต่ตอนนี้เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้ว" โรเบิร์ต โมแรน กล่าวกับบีบีซี

ลอเรล แรปป์ จากสถาบันแชตธัมเฮาส์ กล่าวว่า ทรัมป์กำลังคิดถึงผลระยะสั้นเพื่อพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสขณะที่เข้าสู่ 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

"ตอนนี้เขาหันมาพึ่งเงิน เพราะผลสำรวจความคิดเห็นของพรรครีพับลิกันออกมาไม่ดีนัก และผลสำรวจความคิดเห็นก็ไม่ดีสำหรับตัวเขาเองด้วย" เธอกล่าว

เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอให้แจกเช็คเงินจำนวน 2,000 ดอลลาร์ (ราว 6.2 หมื่นบาท) โดยใช้เงินจากรายได้ภาษีนำเข้า แต่การจ่ายเงินเหล่านั้นก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง

อดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงเมื่อเขาสัญญาว่าจะมอบเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับชาวอเมริกันหากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐจอร์เจียในเดือน ม.ค. 2021

เรื่องที่เป็นที่ถกเถียงลักษณะคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 เมื่ออีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้สนับสนุนทรัมป์ เสนอเงินสดเป็นสิ่งจูงใจให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงใน 7 รัฐที่เป็นรัฐสวิงโหวตที่ร่วมลงชื่อในคำร้องฉบับหนึ่ง

รายงานเพิ่มเติมโดย เบิร์นด์ เดอบุสแมน จูเนียร์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว