ปูตินเยือนจีนประชุมสุดยอดสี จิ้นผิง มีวาระสำคัญอะไรบ้างที่ต้องจับตา

ที่มาของภาพ, EPA
- Author, ลอรา บิกเกอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศจีน
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
จีนจัดพิธีต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยพิธีการต้อนรับอันยิ่งใหญ่มีขึ้นที่มหาศาลาประชาชน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
ประธานาธิบดีปูตินเดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งในช่วงดึกของวันอังคาร (19 พ.ค.) เพื่อหารือทวิภาคี โดยคาดกันว่าทั้งสองผู้นำจะพูดคุยเกี่ยวกับ "ประเด็นสำคัญและอ่อนไหว" ระหว่างรัสเซียและจีน ตามข้อมูลจากรัฐบาลรัสเซีย
การเดินทางครั้งนี้ของปูติน ซึ่งเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางมาเยือนจีน ซึ่งทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้หารือกันในหลายประเด็น ตั้งแต่สงครามอิหร่านไปจนถึงประเด็นการค้า
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า การเยือนของปูตินมีจุดประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี และ "เสริมสร้างเสถียรภาพและพลังเชิงบวกให้กับโลก"
ผู้นำโลกต่างหลั่งไหลมาปักกิ่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลจีนมีตารางงานด้านการทูตที่แน่นมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
การเดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่งของปูตินเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางไปพบกับสี จิ้นผิง
นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางมาเยือนจีน
ทรัมป์กล่าวว่าการหารือครั้งนี้ "ประสบความสำเร็จอย่างมาก" ขณะที่สี จิ้นผิง เรียกการหารือว่าเป็น "หมุดหมายทางประวัติศาสตร์"
ทว่าในประเด็นสำคัญที่กำลังกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ ตั้งแต่สงครามอิหร่าน ไต้หวัน ไปจนถึงการค้า กลับมีการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมออกมาน้อยมากจนถึงขณะนี้
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า จีนตกลงจะซื้อเครื่องบินโบอิ้งจำนวน 200 ลำ ซึ่งข้อตกลงนี้ได้รับการยืนยันจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนและบริษัทโบอิ้ง ขณะที่ทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่าจีนจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลในส่วนนี้
นอกเหนือจากปูตินและทรัมป์แล้ว ผู้นำจากทั่วโลกต่างตอบรับคำเชิญของจีน ขณะที่สี จิ้นผิงและเจ้าหน้าที่รัฐบาลของเขามีตารางเดินทางเยือนต่างประเทศในระดับรัฐลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ในบรรดาผู้นำประเทศที่หลั่งไหลมายังกรุงปักกิ่ง ส่วนหนึ่งได้แก่นายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร และมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งทั้งคู่ต่างต้องการคลี่คลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทวิภาคี
รัฐบาลจีนยังให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ เพตเตรี ออร์โป ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง และประธานาธิบดีโต เลิม ของเวียดนาม รวมถึงผู้นำคนอื่น ๆ อีกด้วย
กำหนดการกับรัสเซียมีอะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, Reuters
ทางการของทั้งสองประเทศยังไม่ได้เปิดเผยหัวข้อการหารือที่ชัดเจนสำหรับการพบกันระหว่างสี จิ้นผิง และวลาดิเมียร์ ปูติน อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในหลายเรื่องที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย มีตั้งแต่เรื่องพลังงาน สงครามยูเครน
ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในหัวใจสำคัญของการค้าทวิภาคีคือทรัพยากรพลังงานขนาดมหาศาลของรัสเซีย ทั้งน้ำมันและก๊าซ
โครงการท่อส่งก๊าซพาวเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2 (Power of Siberia 2) ซึ่งอาจได้ก่อสร้างในที่สุดหลังจากที่การเจรจาชะงักงันมานาน หากโครงการท่อส่งก๊าซแห่งนี้เกิดขึ้นจะทำให้สามารถส่งก๊าซจากรัสเซียไปยังจีนได้ปีละ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามในยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อก็มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในหัวข้อหารือเช่นกัน โดยมีรายงานว่ารัสเซียต้องพึ่งพาการส่งออกจากจีน เช่น สินค้าที่ใช้ได้สองวัตถุประสงค์ (dual-use) และชิ้นส่วนโดรน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในยูเครน
จีนยังคงย้ำจุดยืนอย่างเป็นทางการว่าเป็นกลางในสงคราม โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาอย่างสันติ ทว่าในขณะเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่อรัสเซีย โดยระบุว่าเป็น "มาตรการที่ผิดกฎหมายและไม่ชอบธรรม"
จุดยืนและแต้มต่อของจีนต่อรัสเซีย
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขามีความใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านและพันธมิตรอย่างรัสเซีย แต่ก็เว้นระยะห่างประมาณหนึ่งเนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้สี จิ้นผิง อยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
จีนปฏิเสธที่จะประณามการกระทำของปูติน ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ซึ่งกำลังจับตามองอย่างระแวดระวังต่อการที่สองประเทศยืนเคียงข้างกัน
รัสเซียเริ่มปฏิบัติการรุกรานเต็มรูปแบบเมื่อเดือน ก.พ. 2022 เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ปูตินประกาศความร่วมมือกับจีนแบบ "ไร้ขีดจำกัด"
ตั้งแต่นั้นมาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมูลค่าการค้าทวิภาคีพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาว่าจีนจัดหาชิ้นส่วนที่รัสเซียสามารถนำไปใช้ในสงครามได้
หากกล่าวโดยสรุป จีนอาจกำลังเป็น "เส้นเลือดทางเศรษฐกิจ" ที่ช่วยพยุงรัสเซียเอาไว้
รัฐบาลจีนไม่ต้องการให้สงครามในยุโรปบานปลายจนไร้เสถียรภาพ สี จิ้นผิง ต้องการความมั่นคง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเห็นรัฐบาลของปูตินล่มสลาย และนี่คือโจทย์ที่ยากสำหรับปักกิ่งในการรักษาสมดุล
จีน-รัสเซีย ความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียม
อเล็กซานเดอร์ กาบูเยฟ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองคาร์เนกี รัสเซีย-ยูเรเชีย (Carnegie Russia Eurasia Center) ชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียมีความไม่สมดุลอย่างมาก และข้อตกลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศก็มักจะเป็นไปตามเงื่อนไขของจีน
"รัสเซียอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนอย่างเต็มที่ โดยจีนสามารถเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ได้" กาบูเยฟ กล่าว
นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 มอสโกก็พึ่งพาชิ้นส่วนจากจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับเครื่องจักรสงครามของตน ขณะเดียวกันการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกตลอดหลายปีก็ผลักดันให้รัสเซียเข้าไปพึ่งพาการค้ากับจีนมากขึ้น
จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ขณะที่สำหรับจีนแล้ว สัดส่วนการค้าระหว่างประเทศกับรัสเซียคิดเป็นเพียง 4% เท่านั้น
รัฐบาลรัสเซียแทบไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้นอกจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่มีทั้งขนาดความต้องการและตลาดที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของรัสเซีย
หากจีนลดการค้ากับรัสเซียลงท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับตะวันตก ก็จะยิ่งทำให้เป้าหมายนโยบายต่างประเทศของรัสเซียมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ














