กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่อิสราเอลประกาศยกระดับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ที่มาของภาพ, Getty Images
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่บริเวณทางตอนใต้ของประเทศ โดยมีเป้าหมายคือฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม กล่าวในแถลงการณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการ "ป้องกันตนเอง" และมีจุดประสงค์ "เพื่อปกป้องกองกำลังของเราจากภัยคุกคามที่เกิดจากกองกำลังอิหร่าน"
ร้อยเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ "ยังคงปกป้องกองกำลังของเรา ขณะเดียวกันก็ใช้ความยับยั้งชั่งใจในระหว่างที่การหยุดยิงกำลังมีผลอยู่"
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ เอสมาอิล บาไก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า มีความคืบหน้าระดับหนึ่งในการเจรจากับสหรัฐฯ แต่ข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง "จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้"
โฆษกเซนต์คอมเผยว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายคือพื้นที่ใกล้กับบันดาร์อับบาส เมืองท่าทางตอนใต้และเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรืออิหร่านซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของสำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์
ก่อนหน้านี้ สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองบันดาร์อับบาสกำลังตรวจสอบการโจมตีหลังจากได้ยินเสียงระเบิด
อิหร่านยังไม่ได้ตอบโต้การโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ และยังไม่ชัดเจนว่าการโจมตีดังกล่าวจะมีผลกระทบอย่างไรต่อข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หลังจากการโจมตี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ กล่าวว่า ข้อตกลงยังคงเป็นไปได้ และมุ่งเน้นไปที่การเจรจาในวันอังคาร (27 พ.ค.) ระหว่างผู้เจรจาหลักและรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกับนายกรัฐมนตรีของกาตาร์
"เราจะรอดูว่าเราจะมีความคืบหน้าหรือไม่ ผมคิดว่าตอนนี้มีการพูดคุยกลับไปกลับมาเกี่ยวกับถ้อยคำเฉพาะในเอกสารฉบับแรก ดังนั้นคงต้องใช้เวลาอีกสองสามวัน" รูบิโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ
เขากล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ "แสดงความปรารถนาที่จะบรรลุข้อตกลง" และบอกว่า "หากเขาไม่ได้ข้อตกลงที่ดี ก็จะเลือกที่จะไม่ตกลงอะไรเลย" รูบิโอระบุ
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะบรรลุข้อตกลงแล้ว แต่ต่อมากลับระบุว่าว่าเขาได้สั่งให้ผู้เจรจา "อย่ารีบร้อน" ในการเจรจา ขณะที่รูบิโอกล่าวว่าอาจบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันจันทร์ (26 พ.ค.)
แต่ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน กลับออกมาระบุว่า "เป็นเรื่องจริงที่เราได้ข้อสรุปในประเด็นส่วนใหญ่ที่กำลังหารือกัน... แต่การบอกว่านี่หมายความว่าการลงนามในข้อตกลงใกล้จะเกิดขึ้นแล้วนั้น ไม่มีใครสามารถกล่าวอ้างเช่นนั้นได้"
รายงานข่าวระบุว่า บันทึกความเข้าใจที่กำลังหารือกันนั้นเกี่ยวข้องกับการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และแผนการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
สำนักข่าวซีบีเอสซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เชื่อว่าโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ลับ และนั่นทำให้การติดต่อสื่อสารกับผู้แทนของเขาเป็นไปได้ยาก และส่งผลให้การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นไปอย่างล่าช้า
ทั้งนี้โมจตาบาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอลในวันแรกของสงครามและทำให้บิดาและผู้สืบทอดตำแหน่งก่อนหน้าของเขาเสียชีวิต
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ การหารือจะไม่นำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายในทันที ส่วนประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งน่าจะได้รับการเจรจาในภายหลังซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน การปลดอายัดเงินทุนของอิหร่าน และข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้อิหร่านลดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ลง
ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม เชื่อกันว่าอิหร่านมีแร่ยูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะจนมีความบริสุทธิ์ถึง 60% ประมาณ 440 กิโลกรัม เป็นกระบวนการที่เหลืออีกไม่นานก็จะสามารถเสริมสมรรถนะให้ถึงระดับ 90% ซึ่งเป็นระดับที่ใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ และในทางทฤษฎีแล้วจะทำให้อิหร่านสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้
เมื่อคืนวันจันทร์ (25 พ.ค.) ทรัมป์กล่าวว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะถูกส่งมอบให้กับสหรัฐฯ "ทันที" หรือไม่ก็มีอีกทางหนึ่ง ซึ่งทรัมป์ใช้คำกล่าวว่า "ดียิ่งกว่าถ้าจะทำลายทิ้งในที่นั้นโดยความร่วมมือและการประสานงานกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน"
กองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ขณะที่อิหร่านยังคงควบคุมการเดินทางขนส่งทางเรือในอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พยายามปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างกว้างขวางเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้เกิดความขัดแย้งทั่วทั้งตะวันออกกลาง อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ การกระทำดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
การโจมตีหลายระลอกในเลบานอน เมื่ออิสราเอลยกระดับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีหลายระลอกในเลบานอน หลังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่าอิสราเอลจะเพิ่มการโจมตีต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลหรือไอดีเอฟ (The Israel Defense Forces – IDF) กล่าวว่าได้เริ่มโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในหุบเขาเบกาทางภาคตะวันออกของเลบานอนและพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศ
ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่าได้ตอบโต้โดยเปิดการโจมตีด้วยโดรนและจรวด 22 ครั้ง โดยมีเป้าหมาย คือ ทหารอิสราเอล รถถัง ค่ายทหาร และตึกอาคารต่าง ๆ
เมื่อต้นเดือน พ.ค. เลบานอนและอิสราเอลตกลงที่จะขยายเวลาหยุดยิง 45 วัน แม้ว่าการสู้รบบางส่วนจะยังคงดำเนินต่อไป
ในแถลงการณ์ทางวิดีโอเมื่อเย็นวันจันทร์ เนทันยาฮูกล่าวว่าอิสราเอล "อยู่ในภาวะสงครามกับฮิซบอลเลาะห์" และกองทัพได้รับคำสั่งให้ "จัดการกับพวกเขาอย่างเด็ดขาด"
เนทันยาฮูกล่าวว่าการโจมตีทางทหารของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ "กำจัด... ผู้ก่อการร้ายกว่า 600 คน" เขากล่าวต่อว่า "แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเราในตอนนี้คือการเพิ่มการโจมตี และเพิ่มความเข้มข้นของการโจมตี"
รัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดของอิสราเอลสองคน ได้แก่ เบซาเลล สโมทริช และ อิตามาร์ เบน กวีร์ ได้เรียกร้องให้ขยายปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการบุกเข้าไปในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนด้วย
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า พวกเขาใช้โดรนและจรวดโจมตีเป้าหมายหลายจุดทั่วภาคใต้ของเลบานอนและภาคเหนือของอิสราเอลเมื่อวันจันทร์ เพื่อตอบโต้สิ่งที่ทางกลุ่มเรียกว่า "การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง" ของอิสราเอล
เจ้าหน้าที่จากเลบานอนและอิสราเอล ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ มีกำหนดจะเจรจาต่อในกรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน เรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากภาคใต้ของเลบานอนทั้งหมด
นับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 16 เม.ย. การโจมตีของอิสราเอลส่วนใหญ่จำกัดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังอิสราเอล และอิสราเอลกล่าวว่าได้มีการยิงโดรนและจรวดจากที่นั่น
ส่วนหุบเขาเบกา ซึ่งถูกโจมตีเมื่อเย็นวันจันทร์ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของเลบานอน ใกล้กับชายแดนซีเรีย
การขยายปฏิบัติการของอิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่าข้อตกลงสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ควรมีข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบของสงครามระดับภูมิภาค
ทว่ารัฐบาลอิสราเอลคัดค้านการยุติการต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ทหารอิสราเอลเสียชีวิตไปแล้ว 10 นาย นับตั้งแต่มีการตกลงหยุดยิงกับเลบานอนครั้งแรก ขณะเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนมากกว่า 400 คน จากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของอิสราเอลในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่แพทย์และเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินจำนวนมาก
อิสราเอลออกคำสั่งเกือบทุกวันให้พลเมืองเลบานอนอพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่ใหม่ทางตอนใต้ของประเทศ นั่นส่งผลให้จำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นเป็นกว่าหนึ่งล้านคน
เลบานอนถูกดึงเข้าสู่การสู้รบในรอบปัจจุบันหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของอิหร่าน ยิงจรวดใส่อิสราเอลเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลที่สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศทั่วเลบานอนและการบุกโจมตีทางบก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนจากการโจมตีของอิสราเอล ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน
รัฐบาลเลบานอนพยายามที่จะปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีการหยุดยิงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันซับซ้อนนี้































