เกิดอะไรขึ้นบ้าง ก่อนที่ทรัมป์บอกคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯว่า "อย่าเร่งรีบ" ในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
- Author, ทอม เบนเน็ตต์
- Reporting from, รายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
- Published
- เวลาอ่าน: 3 นาที
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้คณะผู้เจรจา "อย่าเร่งรีบในการทำข้อตกลง" กับอิหร่าน หลังจากก่อนหน้านี้เคยระบุว่าใกล้จะได้ข้อตกลงแล้ว
มีรายงานว่าข้อตกลงที่อยู่ระหว่างการหารือนั้น เกี่ยวข้องกับการขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน การเปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงแผนการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ทรัมป์กล่าวว่า การหารือที่ "สร้างสรรค์" กำลังดำเนินต่อไป แต่ "ทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาและทำให้ถูกต้อง"
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) ว่า ข้อตกลงดังกล่าว "ได้ถูกนำมาเจรจาต่อรองไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว" ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอาจมีการประกาศออกมาในเร็ว ๆ นี้
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทางการของอิหร่านก็ส่งสัญญาณในลักษณะเดียวกัน โดยเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังมีส่วนที่ "ทั้งใกล้มากและยังห่างไกลมาก" จากการบรรลุข้อตกลง
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ ข้อตกลงที่ถูกนำมาหารือยังไม่ใช่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย และประเด็นที่คุยยากที่สุดบางส่วนก็ถูกเก็บเอาไว้เจรจาไปเจรกันกันในภายหลัง อาทิ ขอบเขตและช่วงเวลาผ่อนปรมมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน การปล่อยคืนเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัด และข้อเรียกร้องของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ทางการอิหร่านจำกัดความทะเยอทะยานทางด้านนิวเคลียร์
ข้อตกลงตามที่มีรายงานออกมานี้ทำให้พรรครีพับลิกันแตกความเห็น โดยบางส่วนแสดงความเห็นต่อสาธารณะว่า นี่เป็นการอ่อนข้อให้อิหร่านมากเกินไป
เท็ด ครูซ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงนี้จะเป็น "ความผิดพลาดอย่างมหันต์" ขณะที่ โรเจอร์ วิคเกอร์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภา กล่าวว่า การหยุดยิง 60 วันจะทำให้ "ทุกสิ่งที่บรรลุจากปฏิบัติการเอปิก ฟิวรี (Epic Fury) สูญเปล่า"
แต่ ไมค์ ลอว์เลอร์ สส.พรรครีพับลิกัน สมาชิกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐบาลสามารถ "บีบให้เศษซากที่ยังเหลือของระบอบนี้เข้าสู่การเจรจา ซึ่งเป็นการเจรจาจริง ๆ ได้"
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้เกิดความขัดแย้งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ และปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 20% จึงส่งผลทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก
ไม่นานหลังจากมีการตกลงหยุดยิงในช่วงต้นเดือน เม.ย. สหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะยังคง "ปฏิบัติการอย่างสุดกำลังจนกว่าจะมีการบรรลุ รับรอง และลงนามในข้อตกลง"
ในโพสต์วันอาทิตย์ (24 พ.ค.) บนทรูธ โซเชียล ทรัมป์ย้ำว่า อิหร่าน "ต้องเข้าใจ" ว่าพวกเขาไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่ทางอิหร่านเคยย้ำหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขามีวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพเท่านั้น
รายงานบางส่วนในสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงนี้อาจทำให้อิหร่านยอมตกลงส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงให้ในที่สุด
ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม เชื่อกันว่าอิหร่านมียูเรเนียมประมาณ 440 กิโลกรัม ที่ผ่านการเสริมสมรรถนะจนมีความบริสุทธิ์ถึง 60%
จากขั้นตอนนี้ การจะเสริมสมรรถนะเพิ่มเติมจนมีความบริสุทธิ์ 90% ที่จะใช้สำหรับการผลิตอาวุธได้ และในทางทฤษฎีก็สามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ อยู่ไม่ไกล
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของทางการว่า อิหร่านพร้อม "รับรองกับโลกว่าเราไม่ได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์"
ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจามีความคืบหน้า "อย่างมีนัยสำคัญ" แต่ "ยังไม่ใช่ขั้นสุดท้าย" โดยเขาได้บอกใบ้ว่าความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาอาจนำไปสู่ "การเปิดช่องแคบอย่างสมบูรณ์... โดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง"
เมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) บากาอีบอกกับสถานีโทรทัศน์ของทางการว่า อิหร่านอยู่ระหว่างการจัดทำ "บันทึกความเข้าใจ" (MOU) ซึ่งจะเปิดทางให้มีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ข้อตกลงขั้นสุดท้าย"
ทรัมป์ยังบรรยายถึงข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น "บันทึกความเข้าใจ" (MOU) ในโพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.)
อิชัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา กล่าวว่า การเจรจาครั้งล่าสุดได้ "สร้างความหวัง" ว่าผลลัพธ์เชิงบวกนั้น "อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม"
รายงานเพิ่มเติมโดย ยาโรสลาฟ ลูคิฟ































