พบเรือสินค้าถูกโจมตีโดย "วัตถุไม่ทราบชนิด" หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, แคเธอรีน อาร์มสตรอง
- เวลาอ่าน: 4 นาที
อิหร่านระบุว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์อีกครั้ง และบอกด้วยว่าเรือลำใดก็ตามที่เข้าใกล้ช่องแคบดังกล่าวจะตกเป็นเป้าหมายโจมตี
การปิดช่องแคบเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานว่าเรือหลายลำที่อยู่ในหรือใกล้ช่องแคบ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน ถูกฝ่ายอิหร่านโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 เม.ย.)
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหรือไออาร์จีซี (IRGC) กล่าวโทษว่าการปิดล้อมของฝ่ายสหรัฐอเมริกาที่ยังดำเนินอยู่เป็นสาเหตุของการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านประกาศว่าเส้นทางขนส่งทางทะเลที่มีความสำคัญระดับโลกแห่งนี้ถูกเปิดอีกครั้งเป็นการชั่วคราว
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านไม่สามารถ "แบล็กเมล์" สหรัฐฯ ด้วยการข่มขู่เกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือดังกล่าวได้ ซึ่งฝ่ายอิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบดังกล่าวมาเกือบ 2 เดือน ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น
กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเตือนในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า "ห้ามเรือลำใดเคลื่อนออกจากจุดทอดสมอในอ่าวเปอร์เซียหรือทะเลโอมาน"
แถลงการณ์ระบุว่าตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเรือหลายลำแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวภายใต้การควบคุมของไออาร์จีซี แต่จะมีการปิดช่องแคบอีกครั้งจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
ไออาร์จีซีกล่าวเพิ่มเติมว่า "การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถือเป็นการร่วมมือกับศัตรู และเรือลำที่กระทำความผิดจะตกเป็นเป้าหมายโจมตี"
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. ว่าการปิดล้อมทางทะเลที่ท่าเรือของอิหร่านจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ โดยข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เม.ย.
สหรัฐฯ ระบุว่าได้สั่งการให้เรือ 23 ลำเปลี่ยนเส้นทางกลับไปแล้ว นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้การปิดล้อมเมื่อวันที่ 13 เม.ย.
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (Supreme National Security Council - SNSC) ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และบอกด้วยว่าจะระงับการเปิดช่องแคบอีกครั้งตราบใดที่การปิดล้อมยังคงดำเนินอยู่
ในประเด็นการเจรจาเพื่อยุติสงคราม สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่าสหรัฐฯ ได้เสนอข้อเสนอใหม่ ซึ่งอิหร่านกำลัง "พิจารณาอยู่ในขณะนี้ และยังไม่ได้ตอบกลับ" ขณะที่การเจรจาสันติภาพที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนนี้สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง
"เรามีการพูดคุยที่ดีมาก และมันกำลังเป็นไปด้วยดี" ทรัมป์กล่าวถึงสถานะการเจรจากับอิหร่านเมื่อวันเสาร์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเรือต่าง ๆ ถูกอิหร่านโจมตีหลายกรณีด้วยกัน โดยทางสำนักงานปฏิบัติการการเดินเรือพาณิชย์ของสหราชอาณาจักร หรือ ยูเคเอ็มทีโอ (UKMTO) ระบุว่าเรือปืนของอิหร่าน 2 ลำ เปิดฉากยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบดังกล่าว
ยูเคเอ็มทีโอระบุด้วยว่าเรือบรรทุกสินค้าอีกลำหนึ่งถูก "วัตถุไม่ทราบชนิด" ยิงเข้าใส่นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของโอมาน ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่ามีเรือพาณิชย์อย่างน้อยอีก 2 ลำที่ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขณะพยายามแล่นข้ามช่องแคบดังกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศอินเดียระบุว่า ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบ เพื่อแสดงความ "กังวลอย่างยิ่งต่อเหตุยิงกันที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในวันนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรือที่ติดธงชาติอินเดีย 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ"
ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการเดินเรือชื่อว่ามารีนทราฟฟิก (MarineTraffic) แสดงให้เห็นว่าเรือบางลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ในช่วงที่เปิดเป็นเวลาสั้น ๆ ขณะที่เรือลำอื่น ๆ ถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทาง หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามปฏิเสธไม่ให้แล่นผ่าน
ตามปกติแล้ว น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี (LNG) ราว 20% ของโลก ถูกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ แต่จำนวนเรือที่เดินทางผ่านลดลงอย่างมากในช่วงความขัดแย้งล่าสุด หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดแคบ ๆ ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียเข้ากับทะเลอาหรับ และเป็นเส้นทางทางทะเลเพียงเส้นทางเดียวในการเข้าถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่ง วิกฤตครั้งนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,200 บาท) ในบางช่วง
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยขู่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือประเภทอื่น ๆ มาแล้ว รวมทั้งเตือนว่าได้วางทุ่นระเบิดไว้ด้วย































