หากโดนยกเลิกเที่ยวบิน ผู้โดยสารมีสิทธิเรียกร้อง และได้รับการชดเชยอะไรบ้าง

Stranded passengers take a nap in the departures area of Suvarnabhumi Airport in Bangkok on April 18, 2010. Dozens of Asian flights to Europe were cancelled for a third day as regional airlines warn of a week of chaos caused by freak volcanic ash, which has stranded thousands of travellers and caused heavy economic losses. AFP PHOTO/ROSLAN RAHMAN (Photo by ROSLAN RAHMAN / AFP) (Photo by ROSLAN RAHMAN/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ปณิศา เอมโอชา
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 13 นาที

วิกฤตของอุตสาหกรรมการบินตอนนี้เปรียบเสมือน "ต้มกบ" คือทยอยส่งผลกระทบและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แบบโควิด-19 ที่เกิดขึ้น "ตูมเดียว" และถ้าผู้อ่านคิดว่าหากโดนยกเลิกเที่ยวบินจะได้ค่าชดเชยโดยอัตโนมัติ คุณอาจกำลังเข้าใจผิด

อุตสาหกรรมการบินคือหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและทันทีหลังสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

เที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิกทันที แม้แต่สนามบินนานาชาติอย่างท่าอากาศยานนานาชาติดูไบหรือท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตต่างก็ถูกโจมตีโดยตรงจนต้องหยุดให้บริการ สำหรับคูเวตนั้น เพิ่งกลับมาเปิดน่านฟ้าเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่เที่ยวบินพาณิชย์เพิ่งเริ่มกลับมาให้บริการเมื่อวันที่ 26 เม.ย.

ขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งสำหรับการโดยสารทางอากาศถูกกระทบโดยตรงจากเหตุความรุนแรงของสงคราม บรรดาสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลกยังต้องแบกผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นด้วย หนึ่งในนั้นคือเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินที่หาได้ยากและราคาสูงขึ้น

ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA พบว่าราคาเฉลี่ยรายสัปดาห์ของเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วโลกได้ขึ้นไปแตะระดับ 209 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ก่อนทยอยปรับตัวลงมาเรื่อย ๆ จนอยู่ที่ 162.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ณ วันที่ 8 พ.ค.ทั้งนี้ ก่อนหน้าการเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินอยู่ที่ระดับ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเท่านั้น

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ ผู้โดยสารไม่เพียงต้องเผชิญกับราคาตั๋วโดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น สำหรับประเทศไทย ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาอีกอย่างเพิ่มขึ้นมา นั่นคือการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ไทยแอร์เอเชียประกาศปรับลดเที่ยวบินทั้งกับเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศลงถึง 30% โดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. เป็นต้นไป ขณะที่ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 เม.ย. การบินไทยได้ประกาศปรับลดและยกเลิกตารางบินรวมกว่า 46 เที่ยวบินเช่นกัน

ท่ามกลางภาวะที่สายการบินเริ่มยกเลิกเที่ยวบิน ในฐานะผู้บริโภคที่ซื้อตั๋วโดยสารไว้แล้ว แต่อาจถูกยกเลิกในภายหลัง เรามีสิทธิอะไรบ้างและสามารถเรียกร้องการชดเชยจากสายการบินได้แค่ไหน บีบีซีไทยคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอากาศและอวกาศ รวมไปถึงหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อหาคำตอบ

สิทธิที่ผู้โดยสารมีและต้องรู้

รศ.ดร.ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่าหากวันนี้คุณถูกยกเลิกไฟลท์บิน อันดับแรกต้องเริ่มจากการกลับไปดูก่อนว่า เป็นเที่ยวบินประเภทไหน กล่าวคือเป็นเที่ยวบินในประเทศหรือต่างประเทศ เพราะจะมีกฎหมายที่ใช้คุ้มครองแตกต่างกัน

เธอเสริมว่าโดยหลักแล้ว ผู้ประกอบการสายการบินจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศถิ่นที่ตั้งสนามบินต้นทาง เช่น ถ้าออกเดินทางจากสนามบินในไทยก็ใช้กฎหมายไทย ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนก็ยึดตามหลักนี้เช่นเดียวกัน โดยในบทความนี้ บีบีซีไทยขอเน้นไปที่สิทธิต่าง ๆ จากกรณีที่ยึดตามกฎหมายไทย

ปัจจุบัน ไทยมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารทางอากาศโดยเฉพาะ คือข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเริ่มต้นมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2568 เป็นต้นมา

ในเอกสารข้อบังคับนี้มีการระบุไว้อย่างละเอียดว่า สายการบินต้องรับผิดชอบต่อผู้โดยสารอย่างไรบ้าง ทั้งในกรณีที่การบินล่าช้าเกิน 2, 5 และ 10 ชั่วโมง ไปจนถึงข้อบังคับเกี่ยวกับการชดเชยสำหรับการยกเลิกเที่ยวบิน

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กรณีมีการยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินต้องชดเชยเป็นเงินสดให้กับผู้โดยสาร สำหรับเที่ยวบินในประเทศ ข้อบังคับกำหนดไว้ที่ 1,500 บาท

จากรายละเอียดในข้อบังคับข้อที่ 15 และจากบทสัมภาษณ์กับ รศ.ดร.ลลิล และ นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สายพัฒนาเศรษฐกิจการบิน โดยหลักแล้วผู้โดยสารมีสิทธิทั้งหมด 4 ข้อ จากกรณียกเลิกเที่ยวบิน ได้แก่ สิทธิในการได้รับข้อมูล สิทธิในการได้รับการดูแลระหว่างรอ สิทธิในการเลือกระหว่างจะรับเงินคืนหรือเปลี่ยนเที่ยวบิน และสิทธิในการได้รับการชดเชย

สำหรับสิทธิทั้ง 3 ข้อแรกนั้น ซึ่งนายศรัณยย้ำกับบีบีซีไทยว่า สิทธิข้อแรกได้ถูกเปลี่ยนให้เป็น "หน้าที่" ที่สายการบินจะต้องแจ้งกับผู้โดยสารให้ทราบให้ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ผู้โดยสารต้องไปตามหาข้อมูลเอง ขณะที่ประเด็นเรื่องการดูแลผู้โดยสารระหว่างรอก็อาจมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่สายการบิน ทั้งนี้ในข้อบังคับเองก็มีการระบุชัดเจนทั้งเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงบริการที่พักและการเดินทาง สำหรับผู้โดยสารที่ต้องรอเที่ยวบินใหม่ที่นานเกินกว่ากำหนดการเดิมหนึ่งวัน

ในสถานการณ์ที่เกิดการยกเลิกเที่ยวบินหลาย ๆ ครั้ง เมื่อผู้โดยสารได้ตัวเลือกในการเปลี่ยนเที่ยวบินหรือขอเงินคืน มักจะมีคำถามตามมาว่าแล้วค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โดยหลักแล้วผู้โดยสารมีสิทธิทั้งหมด 4 ข้อ จากกรณีถูกยกเลิกเที่ยวบิน ได้แก่ สิทธิในการได้รับข้อมูล สิทธิในการได้รับการดูแลระหว่างรอ สิทธิในการเลือกระหว่างจะรับเงินคืนหรือเปลี่ยนเที่ยวบิน และสิทธิในการได้รับการชดเชย

นายศรัณย ชี้ว่าผู้โดยสารสามารถเช็คเบื้องต้นว่าตัวเองมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพิ่มเติมหรือไม่ตามเงื่อนไขของ "ความกระชั้น" ที่กำหนดไว้ ซึ่งหมายความว่า หากคุณมีเที่ยวบินเดินทางในประเทศ และโดนยกเลิกเที่ยวบินภายในระยะเวลา 3 วันก่อนถึงเที่ยวบิน คุณมีสิทธิได้รับเงินชดเชยนี้ หรือสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศคือ 7 วัน

ตามรายละเอียดในข้อบังคับฯ สายการบินต้องชดเชยเป็นเงินสดให้กับผู้โดยสาร สำหรับเที่ยวบินในประเทศ มูลค่า 1,500 บาท หรือเป็นรูปแบบอื่นในมูลค่าเท่ากัน โดยสายการบินต้องดำเนินการ "ทันทีเมื่อเกิดเหตุยกเลิกเที่ยวบิน"

สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ค่าชดเชยจะเป็นขั้นบันไดตามระยะทาง:

  • ระยะทางไม่เกิน 1,500 กม. ได้รับค่าชดเชย 2,000 บาท
  • ระยะทาง 1,500–3,500 กม. ได้รับค่าชดเชย 3,500 บาท
  • ระยะทางมากกว่า 3,500 กม. ได้รับค่าชดเชย 4,500 บาท

ทั้งนี้ รศ.ดร.ลลิล เสริมว่า ค่าชดเชยที่กฎหมายกำหนดไว้ข้างต้นไม่ได้ตัดสิทธิผู้โดยสารที่จะไปเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมกับสายการบิน หรือสิทธิการเรียกค่าชดเชยความเสียหายต่อเนื่อง (consequential damages) อาทิ ค่าที่พัก หรือค่าเดินทางอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบอันเป็นผลมาจากการยกเลิกเที่ยวบิน

เธอบอกว่านี่เป็นสิทธิอีกส่วนหนึ่งที่ใช้ช่องทางร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือฟ้องศาลได้ "แต่ถ้าเราจะไปฟ้องศาล เราต้องไปศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ… โดยลักษณะของการทํา[ฟ้อง]มันก็จะมีความซับซ้อนและมีต้นทุน"

ช่องโหว่ที่ยังแก้ไม่ได้

รอง ผอ.กพท. ฉายภาพให้บีบีซีไทยฟังว่า แต่ละวันจะมีผู้โดยสารเข้าออกประเทศไทยและบินในประเทศ ราว 300,000 คน/วัน แบ่งเป็นฝั่งขาเข้าและขาออกประเทศ และบินในประเทศอย่างละหนึ่งแสนคน โดยตัวเลขผู้ร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ จะอยู่ในหลักสิบ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามขึ้นมา ตัวเลขได้ขยับขึ้นมาสู่หลักร้อย

"ถามว่าเยอะไหม เยอะขึ้นแน่นอนชัดเจน เพราะมันมีบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เราก็เลยต้องมานั่งไล่ดูว่ามันเกิดเคสยังไง แล้วก็ท้ายสุดพอเราได้ข้อมูลมา เราก็มาสั่งสายการบินเพื่อให้สายการบินเขาไปตามต่อ" นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าว

เขาอธิบายให้บีบีซีไทยฟังว่าปัญหาที่ถูกร้องเรียนนั้นมีหลายแบบ โดยหากอ้างอิงจากสิทธิที่ผู้โดยสารพึงมีทั้ง 4 ข้อ มีตัวอย่างทั้งกรณีสิทธิที่จะได้รับการดูแล โดยเขาเล่าว่า ตามกฎการล่าช้านั้น หากล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมงต้องแจกน้ำแจกอาหาร แต่ในทางปฏิบัติตีความยาก เช่นกรณีที่เครื่องบินมาถึงแล้ว กำลังจะเข้าจอดตอนที่ 2 ชั่วโมง 5 นาทีพอดี สายการบินก็อยากจะให้ผู้โดยสารรีบขึ้นเครื่อง ก็อาจจะหาเวลาแจกของเหล่านี้ได้ยาก หรือบางครั้งก็เป็นกรณีสายการบิน "แจกขนมปังแล้วผู้โดยสารคาดหวังอย่างอื่น"

ขณะที่ประเด็นเรื่องสิทธิในการเปลี่ยนเที่ยวบินหรือรับเงินคืนนั้น ก็พบคำร้องเรียนเช่นเดียวกัน นายศรัณย ยอมรับว่ามีกรณีที่สายการบินจ่ายเงินล่าช้าจากที่กำหนดไว้ ซึ่งสำหรับ กพท. "ถ้าถึงขั้นที่ลงโทษ ถามว่ามีไหม ก็มี คือไม่รู้ไปพลาดอีท่าไหน จ่ายค่าชดเชยช้าเราก็เสนอลงโทษไปเรียบร้อย"

Smoke rises after Iranian-sourced unmanned aerial vehicle (UAV) carried out an attack on a fuel depot at Kuwait International Airport in Kuwait City, Kuwait on March 25, 2026. (Photo by Stringer/Anadolu via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพควันลอยขึ้นหลังจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่มีแหล่งที่มาจากอิหร่าน โจมตีคลังเชื้อเพลิงที่ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ในกรุงคูเวตซิตี ประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2026

เขาอธิบายว่า การจะยกเลิกเที่ยวบินได้นั้น สายการบินจะต้องได้รับอนุมัติจาก กพท. ก่อน และเมื่อมีการยกเลิก สายการบินยังต้องรายงานกลับมายัง กพท. ด้วยว่า เขาได้จ่ายเงินคืนหรือยัง มีผู้โดยสารขอเปลี่ยนเที่ยวบินอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ดี เขาเสริมว่าหนึ่งในช่องโหว่เกิดขึ้นเมื่อผู้โดยสารซื้อตั๋วโดยสารกับตัวแทนหรือเอเจนต์ และเมื่อสายการบินจ่ายเงินคืนให้กับเอเจนต์แล้ว แต่เงินยังไปค้างอยู่ไม่ถึงมือผู้โดยสาร ซึ่งปัญหาตรงนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของ กพท.

สำหรับประเด็นเรื่องสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยนั้น รอง ผอ.กพท. ชี้ว่า เนื่องจากข้อบังคับได้ระบุไว้ชัดเจนต่อประเด็น "ความกระชั้น" ดังนั้นในกรณีที่ปลายเดือน เม.ย. ที่สายการบินออกมาประกาศยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้านั้น สายการบินจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยใด ๆ

"เรื่องราคาน้ำมันแพงแล้วเขาต้องยกเลิก จริง ๆ สายการบินส่วนใหญ่เขาจะทำการยกเลิกล่วงหน้าไปเลยเป็นเดือน ในกฎหมาย คำว่ากระชั้นของเรา คือในประเทศคือ 3 วัน ต่างประเทศคือ 7 วัน เพราะฉะนั้น สายการบินเขาสามารถวางแผนเพื่อที่จะยกเลิก คือบอกล่วงหน้า เพื่อที่จะไม่ต้องมาเสียค่าชดเชยตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นคำถามที่ถามว่า กพท. มองยังไงกับตรงนี้ จะเข้าข่ายที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม คำตอบคือมันมีทางไปของมัน ก็คือว่าสายการบินเขาสามารถวางแผนเพื่อที่จะแจ้งผู้โดยสารล่วงหน้านาน ๆ เพื่อท้ายสุดมันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องค่าชดเชย" นายศรัณย ชี้

ผลกระทบต่อประชาชน-ภาคธุรกิจ ในชีวิตจริง

ท่ามกลางกระแสการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบิน ทั้งในเหตุสุดวิสัยจากภาวะสงคราม เรื่อยมาจนถึงประเด็นต้นทุนน้ำมัน ผลกระทบที่สะท้อนออกมาในชีวิตจริงนั้นหนักจนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ต้องออกมาเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง เลขาธิการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่เพียงส่งผลต่อผู้โดยสาร แต่ยังกระทบไปถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับการคุ้มครองหรือการช่วยเหลือใด ๆ

วธัญญู ลำใย ผู้ประกอบการเจ้าของบริษัท กู๊ดเดย์ทัวร์ จำกัด บอกกับบีบีซีไทยว่า ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดสงครามนั้น บริษัททัวร์ของเขาต้องแบกผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินเต็ม ๆ โดยแม้ในช่วงแรกสายการบินจะมีการคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินมาให้ แต่ธุรกิจของเขาก็ยังต้องแบกต้นทุนค่าที่พักหรือค่าเดินทางอื่น ๆ ที่จ่ายมัดจำไปแล้ว และไม่สามารถขอเงินคืนได้

เขาอธิบายว่า โดยปกติแล้วจะมีการระบุในสัญญาอยู่แล้วว่าหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ทางบริษัททัวร์จะไม่รับผิดชอบใด ๆ อย่างไรก็ดี วธัญญู เสริมว่า ในการทำธุรกิจเมื่อมีลูกค้าประจำ บางครั้งบริษัทก็จำเป็นต้องแบกต้นทุนตรงนี้เพื่อรักษาสายสัมพันธ์เอาไว้

ในช่วงที่เกิดสงครามตอนแรกนั้น กรุ๊ปทัวร์ที่โดนยกเลิกเที่ยวบินเป็นกรุ๊ปที่เดินทางกับบริษัทของเขาเป็นประจำทุกปี ท้ายที่สุดวธัญญูจึงตัดสินใจแบกต้นทุนค่าเสียหายเอาไว้

"เราก็ต้องยอม แต่ถามว่ามูลค่ามันเยอะเกินไป อย่างของผม ผมโยนไป 700,000 กว่าบาท ถามว่ากรุ๊ป ๆ นึงกว่าผมจะได้กำไรสักแสนนึง ไม่ใช่ว่ากรุ๊ปเดียวได้กำไร 700,000 เลย บางกรุ๊ป ผมได้กำไรแค่หลักหมื่น… คือมันโดนเต็ม ๆ เลย" วธัญญู กล่าว

ล่าสุดวันนี้ (30 เม.ย.) มีรายงานข่าวว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเข้าไปหารือกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด โดยรวมไปถึงสิทธิการเรียกค่าชดเชยความเสียหายต่อเนื่อง (consequential damages) ที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อาทิ การเรียกร้องค่าที่พัก ค่าเช่ารถ หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ โดยหากตกลงกับสายการบินไม่ได้ ผู้โดยสารสามารถยื่นเรื่องให้ สคบ. ดำเนินคดีแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้

สำหรับ วธัญญู ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการนี้มาหลายสิบปี เขาบอกว่าปัญหาหลักไม่ใช่อยู่แค่เรื่องของการชดเชยเป็นเงินเท่านั้น เพราะสำหรับผู้โดยสารและโดยเฉพาะกับกลุ่มธุรกิจคือประเด็นกระแสเงินสด

เขายกตัวอย่างว่า บางกรณีผู้โดยสารโดนยกเลิกเที่ยวบิน แต่ยังต้องการเดินทางต่อ บริษัทก็จำเป็นต้องควักเงินตัวเองไปซื้อตั๋วโดยสารใหม่ ขณะที่เงินคืนอาจใช้เวลา 14-60 วัน

"สมมุติว่าเงินผมจมไป 2 ล้านกับค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วผมต้องหาสายการบินอื่น ผมก็ต้องหาเงินมาอีกก้อนหนึ่งซึ่งอาจจะเกิน 2 ล้านเพราะว่าตั๋วมันแพงขึ้นกว่าเดิม" วธัญญู กล่าว

เมื่อถามว่า ในฝั่งธุรกิจเองอยากได้รับความช่วยเหลือ-ชดเชยอย่างไรบ้าง ผู้คร่ำหวอดในวงการบริษัททัวร์บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาไม่หวังอะไรเลย เนื่องจากทุกวิกฤตที่ผ่านมา "ตั้งแต่โควิด น้ำท่วม หรือปิดถนน มีปิดสนามบินอะไรก็ตาม จะเห็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบแรก ๆ เลยบริษัททัวร์ และคนที่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลืออะไรเลยก็คือบริษัททัวร์"

วิกฤตต้มกบในธุรกิจการบิน

รอง ผอ.กพท. ชี้ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบนี้นับเป็น "วิกฤตต้มกบ" ซึ่งแตกต่างจากช่วงโควิด-19 ที่วิกฤตมาโดยฉับพลันทันที แต่รอบนี้ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากสงครามในอิหร่าน ก่อนจะส่งผลกระทบมาที่ภาคเชื้อเพลิง และต่อมาที่อุตสาหกรรมการบิน

เขาชี้ว่าในช่วงแรกหลายฝ่ายยังมองว่าปัญหาจะจบเร็ว แต่เมื่อเหตุการณ์ยืดเยื้อ ภาระต้นทุนของสายการบินจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานี้เป็น "low season" หรือไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ตัวเลขผู้โดยสารน้อยลง และส่งผลต่อการคำนวณต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินโดยตรง

"สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นแนวเหมือนกับเราอยู่ในหม้อต้มน้ำ ช่วงแรกมันก็ไปกันของมันกันได้ แต่ว่ามันจะค่อย ๆ ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ" นายศรัณย กล่าว

"ตอนนี้ผมกำลังหาวิธีสื่อสารว่าจริง ๆ สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นวิกฤตเล็ก ๆ… ต้องบอกว่าตอนนี้น้ำมัน Jet A1 มันแพง เป็นอะไรที่เกินกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อยู่ยาวมาสองเดือนซึ่งไม่เคยแรงขนาดนี้มาก่อน"

นายศรัณย อธิบายเพิ่มเติมว่า ทันทีที่เกิดสงคราม กพท. ก็ติดตามราคาน้ำมันทันที โดยราววันที่ 2-3 มี.ค. ราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน Jet A1 ขึ้นจากประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 230 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

เขาอธิบายเพิ่มว่า สถานการณ์นั้นเหมือนกับดีเซลกับเบนซิน แต่เนื่องจากกรณีดีเซลกับเบนซิน ประชาชนเป็นผู้ซื้อเอง พอประชาชนซื้อเองเห็นปัญหาก็ส่งต่อปัญหาให้รัฐบาล รัฐบาลก็เข้ามาแก้ไขตามที่พวกเราเห็น แต่ในส่วนของ Jet A1 คนซื้อคือสายการบิน เขาก็เลยต้องเข้ามารับตรงนี้ เพราะฉะนั้นตัวสายการบินก็ต้องรับปัญหาน้ำมันราคาสูง แล้วก็ไม่มีมาตรการจากรัฐเข้ามาช่วยเพราะว่ามันไม่ได้กระทบประชาชนโดยตรง

เขาปิดท้ายว่า "ทั้งหมดมันคือความซวยของทั้งระบบ สายการบินเป็นคนแรกที่ซวย หลังจากนั้นท่องเที่ยวก็ซวยตาม ผมยกตัวอย่างก็คือเหมือนขับรถชนท้ายกัน สายการบินไม่ใช่เป็นคนขับรถไปชนท้ายชาวบ้านนะ สายการบินโดนชนท้ายมาก่อน แล้วมันก็ไปชนท้ายคนอื่นต่อ สายการบินก็พยายามช่วย แต่ทีนี้อยากจะมองว่าท้ายสุด ถ้าจะว่ากันให้ดี มันต้องไปกันทั้งระบบ คือไม่ใช่บี้เอากับสายการบินซึ่งเป็นคนชนท้ายท่องเที่ยวคนเดียว"

ทั้งนี้เมื่อถูกถามถึงมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เพิ่มเติม เขาเสริมว่า ที่ผ่านมา ฝั่ง กพท. ก็มีความพยายามในการช่วยเหลือสายการบิน เพื่อไม่ให้สายการบินต้องมาลดเที่ยวบิน หรือยกเลิกเที่ยวบินจากปัญหาราคาเชื้อเพลิง โดยตัวหน่วยงานเองได้เริ่มเสนอแผนต่อรัฐบาลตั้งแต่เดือน เม.ย. เพื่อขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยลดต้นทุนของสายการบิน โดยมีเป้าหมายให้สายการบินสามารถดำเนินการบินต่อได้โดยไม่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อผู้โดยสาร

กฎหมายไทย เทียบต่างชาติได้ไหม ?

รศ.ดร.ลลิล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอากาศและอวกาศบอกกับบีบีซีไทยว่า แท้จริงแล้วกฎหมายด้านนี้ของไทยถือว่าไม่แย่เพราะได้อิทธิพลมาจากกฎหมายของสหภาพยุโรปค่อนข้างมาก และก็พัฒนาจนมีกฎหมายเฉพาะทางออกมา อย่างข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101

หากเทียบกันแล้ว เธอเสริมว่า ประเทศในภูมิภาคเดียวกับไทยที่หลายคนอาจมองว่ามีสายการบินที่ดีหรือมีบริการที่ดีกลับไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะทางเช่นนี้ อาทิ กรณีอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือญี่ปุ่น ซึ่งหากเกิดเหตุใด ๆ ขึ้นก็จะหันไปใช้กฎหมายเรื่องสัญญาหรือการคุ้มครองผู้บริโภคทั่วไป

เธอยกตัวอย่างว่า กรณีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่น หากสายการบินล่าช้าขณะอยู่ไทย ไม่ว่าผู้โดยสารจะเดินทางด้วยสายการบินอะไร ก็จะได้รับการชดเชยตามสิทธิของกฎหมายไทยตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ทว่าหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยขณะจะเดินทางกลับจากญี่ปุ่น จะไม่มีกฎหมายเฉพาะใด ๆ มาคุ้มครอง

"สายการบินส่วนใหญ่เขาก็ทําแหละ ก็คือหาขนม อาหารให้เป็นมาตรฐาน แต่พอมันไม่มีกฎเฉพาะดูแล มันอาจจะต่างกันในแง่ว่าขนมให้อะไร ดูแลนานแค่ไหน… มันจะแตกต่างกันแน่นอนระหว่าง low cost (สายการบินราคาประหยัด) กับสายการบินฟูลเซอร์วิส" รศ.ดร.ลลิล เสริม

เธออธิบายด้วยว่า โดยภาพใหญ่แล้วสหภาพยุโรปมีกฎหมายที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้โดยสาร ซึ่งกฎหมายฉบับนั้นก็คือ EC 261/2004 ที่ถือว่าเข้มแข็งและเป็นมิตรกับผู้โดยสารมาก มีทั้งสิทธิด้านการดูแล ค่าชดเชย และการตีความโดยศาลในหลายกรณีสำคัญ

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เหตุภูเขาไฟเอียฟยัทยาโยคุล ในไอซ์แลนด์ปะทุเมื่อปี 2010 ทำให้ต้องปิดน่านฟ้าและงดการเดินอากาศทั่วยุโรป

เธอยกตัวอย่างว่า เคยมีเหตุการณ์ที่ภูเขาไฟเอียฟยัทยาโยคุล (Eyjafjallajökull) ในไอซ์แลนด์ปะทุเขม่าลอยไปทั่วจนต้องปิดน่านฟ้า สายการบินอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่หลายวัน

อย่างไรก็ดี ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปวินิจฉัยว่า สายการบินไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยก็จริงเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่สิทธิในการได้รับการดูแลของผู้โดยสาร เช่น ค่าอาหารและค่าที่พัก ยังต้องมีอยู่ตลอดช่วงเวลาที่ผู้โดยสารถูกทิ้งให้ตกค้าง และสายการบินต้องรับผิดชอบ

"[สายการบิน]ยังมีหน้าที่ต้องดูแลอยู่ถ้าผู้โดยสารเขามีความเสียหายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิที่เขาจองโรงแรมไว้ต้องจ่ายค่าโรงแรมเพิ่ม หรือต้องไปยกเลิกโรงแรมที่เขาไม่ได้ไป [สิทธิ]ยังต้องมีอยู่ อันนี้เป็นแนวทางการคุ้มครองของสหภาพยุโรปที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้โดยสาร แล้วก็เป็นอิทธิพลต่อมาให้กับประเทศไทย" รศ.ดร.ลลิล กล่าว

Passengers wait in front of check-in counters after the cancellation of flights at Arlanda Airport outside Stockholm, on April 15, 2010. Sweden's airspace will shut by 2000 GMT today due to the ash cloud created by a volcano eruption in Iceland, the country's civil aviation authority said. AFP PHOTO PONTUS LUNDAHL/SCANPIX SWEDEN -- SWEDEN OUT-- (Photo credit should read PONTUS LUNDAHL/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำแนะนำต่อผู้โดยสารในยุคนี้

"ถ้าได้รับแจ้งว่ามีการยกเลิกเที่ยวบิน สิ่งแรกคือควรติดต่อสายการบินเพื่อยืนยันข้อมูล และดูให้ครบว่าทางเลือกที่เขาเสนอให้ตรงกับความสะดวกของเราจริง ๆ หรือไม่ เรามีสิทธิเลือก ไม่จำเป็นต้องรับข้อเสนอแรกโดยอัตโนมัติ" รศ.ดร.ลลิล ย้ำ

เธอชี้ว่า เวลาจองตั๋ว ผู้โดยสารควรศึกษาสิทธิของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะกรณีจองแบบไป–กลับเป็นแพ็กเกจ เพราะถ้าอยากยกเลิกเฉพาะขาเดียว ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ เพราะระบบมักจะยกเลิกทั้งคู่ ดังนั้นหากผู้โดยสารมีความกังวลเรื่องความเสี่ยง บางกรณีการแยกจองขาไปกับขากลับอาจช่วยให้จัดการได้ง่ายกว่าเวลามีปัญหาเฉพาะเที่ยวบินใดเที่ยวบินหนึ่ง

เธอแนะนำเพิ่มเติมว่า กรณีจองผ่านเอเจนต์ ถ้ามีปัญหาเรื่องยกเลิกหรือเปลี่ยนไฟลท์ ผู้โดยสารควรลองเช็กข้อมูลเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าจริง ๆ มีไฟลท์ไหนให้เลือก แล้วค่อยกลับไปคุยกับเอเจนต์

"ในยุคที่ความไม่แน่นอนยังสูงมาก การทำประกันการเดินทางเป็นอีกวิธีหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงของผู้โดยสาร แม้จะไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับก็ตาม"

"ถ้ารู้สึกว่าสายการบินไม่ได้ปฏิบัติตามสิทธิพื้นฐาน เช่น ไม่ดูแล ไม่เสนอไฟลท์ใหม่ หรือไม่จ่ายค่าชดเชย ทั้งที่เข้าเงื่อนไข ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนไปที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือหน่วยงานกำกับการบินได้" เธอทิ้งท้าย