จะเกิดอะไรขึ้นบ้างใน 1 ปี ระหว่างศาลฎีกาฯ ไต่สวน "คดี 44 สส." ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงฯ

นิติพล ผิวเหมาะ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หนึ่งในผู้คัดค้าน เดินทางมาศาลในการนัดพิจารณา "คดี 44 สส." นัดแรก 30 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นิติพล ผิวเหมาะ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หนึ่งในผู้คัดค้าน เดินทางมาศาลในการนัดพิจารณา "คดี 44 สส." นัดแรก 30 มิ.ย.
Published
เวลาอ่าน: 7 นาที

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 หรือที่ถูกเรียกขานว่า "คดี 44 สส." ครั้งแรกวันนี้ (30 มิ.ย.) โดยวางกรอบพิจารณาคดี 1 ปี

นักการเมืองที่มีสถานะเป็น "ผู้คัดค้าน" ในคดีนี้ 7 คน ได้เดินทางมาศาลฎีกา สนามหลวง ด้วยตัวเองเพื่อรับฟังแนวทางการพิจารณาคดี ส่วนที่เหลือมอบหมายให้ทนายความเข้าร่วมกระบวนพิจารณาแทน

ผู้คัดค้าน 10 คน รวมถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภา ไม่ได้มาศาล เพราะอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ สส. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เป็นวันที่สอง

คดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กล่าวหานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับพวกรวม 44 คน กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) เข้าสู่การพิจารณาของสภาเมื่อปี 2564

ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเมื่อ 24 เม.ย. ให้รับคำร้องเอาไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยไม่สั่งให้ 10 สส. ปัจจุบันที่ย้ายไปสังกัดพรรค ปชน. หลังการยุบพรรค ก.ก. หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่มีข้อห้ามผู้คัดค้าน "กระทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง" มิเช่นนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ต่อมา 27 พ.ค. นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมืองจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มพิราบขาว 2006" เข้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้มีคำสั่งให้นายณัฐพงษ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. เพราะมีกระทำการฝ่าฝืนขัดคำสั่งศาล โดยยก 2 กรณีขึ้นมาอ้างอิงคือ กรณีโพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กของพรรค ปชน. วิจารณ์คณะองคมนตรีที่เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้ง และกรณีโพสต์ข้อความและแสดงความเห็นวิจารณ์ "ระบอบสีน้ำเงิน" เป็นเจ้าของประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายณัฐพงษ์ แถลงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการการพิจารณาของศาลในวันนี้ (30 มิ.ย.) ในทำนองว่า กรณีการให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาคดี จึงไม่ใช่การกระทำซ้ำในกรณีที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องนี้

องค์คณะพิจารณา "คดี 44 สส." พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้อง (นายนพรุจ) ไม่ใช่คู่ความ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้โดยตรง และความปรากฏต่อศาลในกรณีนี้ก็ยังไม่เพียงพอว่าผู้คัดค้าน (นายณัฐพงษ์) กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงให้ยกคำร้อง

หัวหน้าพรรค ปชน. ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายของพรรค “ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, หัวหน้าพรรค ปชน. นำทีม 10 สส. แถลงยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายของพรรค "ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" หลังศาลรับฟ้องคดีนี้เมื่อ 24 เม.ย.

บีบีซีเข้าร่วมสังเกตการณ์ในห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกา ซึ่งองค์คณะวางกรอบไว้เบื้องต้นว่าจะใช้เวลา 1 ปีก่อนมีคำพิพากษา/คำสั่ง และขอสรุปสาระสำคัญจากกระบวนพิจารณาคดีตามที่ศาลอ่าน คำชี้แจงจากเลขานุการองค์คณะผู้พิพากษา รวมถึงข้อมูลที่บีบีซีไทยได้จากการพูดคุยกับคู่ความ

นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในรอบปี ระหว่างศาลฎีกาฯ พิจารณา "คดี 44 สส."

ขั้นตอนต่อไปคืออะไร?

ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานของคู่ความ วันที่ 4 ส.ค. เวลา 09.30 น. โดยให้คู่ความยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีหลักฐานที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานอื่นและต้องให้ศาลออกหมายเรียก ให้ยื่นคำร้องต่อศาลก่อนภายใน 7 วัน

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คู่ความคือ ป.ป.ช. ในฐานะผู้ร้อง และอดีต 44 สส. ในฐานะผู้คัดค้าน หรือทนายความผู้รับมอบอำนาจของทั้ง 2 ฝ่าย ต้องมาตรวจพยานหลักฐานนอกรอบกับเลขานุการประจำองค์คณะ วันที่ 25 ก.ค. เวลา 09.30 น. โดยผู้คัดค้านไม่จำเป็นต้องไปศาล แต่ถ้าสะดวก จะมาร่วมกับทีมทนายก็ได้

ใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะมีคำพิพากษา?

ศาลฎีกาฯ แต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษา 5 คนให้พิจารณา "คดี 44 สส." โดยมีนายฉัตรไชย ไทรโชติ เป็นเจ้าของสำนวน

ผู้พิพากษารายนี้เป็นหัวหน้าองค์คณะไต่สวนการบังคับโทษจำคุกแก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตนักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.) ที่ถูกส่งตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 หรือที่รู้จักในชื่อ "คดีชั้น 14"

เจ้าของสำนวนให้แนวทางการดำเนินคดีเอาไว้ว่า มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ

"ศาลฎีกากำหนดกรอบเวลาไว้ 1 ปีให้มีคำพิพากษา ส่วนจะยืดหรือขยายออกไปหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้ระหว่างการพิจารณา" เลขานุการองค์คณะชี้แจง

ก่อนหน้านี้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค และฝ่ายกฎหมายของพรรค ปชน. คาดการณ์ว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาคดีนี้ไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี เนื่องจากมีผู้คัดค้านมากถึง 44 คน ต่างจากคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ อื่น ๆ ที่มีผู้คัดค้านเพียงคนเดียว ศาลก็ใช้เวลาพิจารณาคดีเกือบ 1 ปี

ศาล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

จะเริ่มไต่สวนได้เมื่อใด?

ศาลกำหนดวันนัดไต่สวนเบื้องต้น 3 นัด โดยเริ่มจากพยานของฝ่ายผู้ร้องก่อน

  • นัดแรก 25 ส.ค. เวลา 09.30 น.
  • นัดที่สอง 22 ก.ย. เวลา 09.30 น.
  • นัดที่สาม 27 ต.ค. เวลา 09.30 น.

เบื้องต้น ป.ป.ช. ยื่นบัญชีพยานไว้ 17 ปาก ชี้ช่อง 15 ปาก โดยมีความเป็นไปได้สูงที่นัดแรก จะเป็นการสอบพยานที่เป็นอดีตนักการเมืองที่เคยสังกัดพรรค ก.ก. ส่วนพยานอื่น ๆ ที่อยู่ในบัญชีของ ป.ป.ช. อาทิ เลขาธิการ ป.ป.ช., เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่พยานฝ่ายผู้คัดค้าน จะทราบจำนวนและรายชื่อพยานชัดเจนในนัดตรวจพยาน

ส่วนศาลจะเลือกใครมาไต่สวน กี่ปาก กี่นัด ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล

44 สส. ต้องไปขึ้นศาลหรือไม่?

นักการเมืองที่เป็นผู้คัดค้านไม่จำเป็นต้องมาศาลตามคำชี้แจงของเลขานุการองค์คณะ เพราะ "คดีมาตรฐานจริยธรรมฯ ถูกจัดให้เป็นคดีแพ่ง ผู้คัดค้านไม่ต้องอยู่ต่อหน้าทุกนัด"

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรค ปชน. อธิบายกับบีบีซีไทยว่า หากเป็นคดีอาญา ภาระในการพิสูจน์จะตกเป็นของฝ่ายโจทก์ที่ต้องนำสืบและหาพยานหลักฐานมายืนยันต่อศาลว่าจำเลยกระทำผิดจริงโดยปราศจากข้อสงสัย แต่คดีแพ่ง ภาระในการพิสูจน์จะเป็นการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของทั้ง 2 ฝ่าย คือถ้าใครอ้าง คนนั้นต้องพิสูจน์

นิธิ ละเอียดดี ทนายความของ สส. พรรคประชาชน เป็นตัวแทนมาฟังคำสั่งศาลฎีกา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นิธิ ละเอียดดี ทนายความของ สส. พรรคประชาชน เป็นตัวแทนมาฟังคำสั่งศาลฎีกา

ถึงตอนนี้มีทนายผู้รับมอบอำนาจจากฝ่ายผู้คัดค้านมี 2 คนคือ

คนแรกคือ นายนิธิ ละเอียดดี เป็นทนายความของผู้คัดค้านกว่า 30 คน ในจำนวนนี้มี 2 ผู้นำพรรคด้วยคือ ทิม-พิธา อดีตหัวหน้าพรรค ก.ก. (ผู้คัดค้านที่ 1) และ เท้ง-ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรค ปชน. (ผู้คัดค้านที่ 35)

คนที่สองคือ นายวรวุธ พินิจธนสาร ทนายความของ 2 ผู้คัดค้านคือ นายสุรวาท ทองบุ (ผู้คัดค้านที่ 14) และนายองค์การ ชัยบุตร (ผู้คัดค้านที่ 29)

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ (ผู้คัดค้านที่ 3) ได้แต่งตัวเองเป็นทนาย พูดง่าย ๆ ว่าขอว่าความเอง

ขณะที่นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ (ผู้คัดค้านที่ 12) เป็นคนเดียวที่ยังไม่มีทนาย

สำหรับผู้คัดค้านที่ไม่แต่งทนาย เจ้าตัวก็จะมีสิทธิถามซักค้านและไต่สวนได้ด้วยตนเอง แต่คนที่แต่งทนายแล้ว ทนายก็จะทำหน้าที่ซักถามแทน แต่ทั้งหมดต้องส่งคำถามล่วงหน้าเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าคำถามเหมาะสมหรือไม่ จะอนุญาตให้ถามหรือไม่ ซึ่งบางครั้งส่งไป 10 ข้อ ศาลอาจอนุญาตให้ 4 ข้อก็ได้

พฤติการณ์หลากหลาย ทำไมรวมเป็นสำนวนเดียว

แม้นักการเมืองจากพรรคสีส้มทั้ง 44 คนมีพฤติกรรมร่วมกันคือ การร่วมกันลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ต่อสภา ทว่าแต่ละคนมีพฤติการณ์อื่น ๆ แตกต่างกันไป อาทิ บางคนใช้สถานะ สส. ยื่นประกันตัวผู้ต้องหา บางคนเข้าร่วมกิจกรรม "ยืนหยุดขัง" ฯลฯ จึงเป็นหนึ่งในข้อต่อสู้ที่ผู้คัดค้านยกขึ้นมาร้องขอให้มีการแยกสำนวนเป็นกลุ่มตามพฤติการณ์

นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ทีมสืบสวนของ ป.ป.ช. เคยดำเนินการสืบสวนแยกเป็นรายพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล แต่ในเมื่อพฤติการณ์ใหญ่ที่ตรงกันคือการร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์หลัก ป.ป.ช. ชุดใหญ่จึงให้รวมเป็นสำนวนเดียวและส่งไปยังศาล เมื่อศาลรับคดีไว้พิจารณาแล้ว ก็คงไม่มีการแยกสำนวนอีก จากนี้ขึ้นอยู่ที่การพิจารณาของศาลว่าจะพิจารณารายบุคคล หรือรวมกันพิจารณาในลักษณะที่เป็นเรื่องเดียวกัน โดยฝ่ายผู้คัดค้านก็ต้องสืบเจตนาและพฤติการณ์เฉพาะตัวว่ามีเจตนาหรือไม่อย่างไร

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรค ก.ก. เป็นอีกคนที่เดินทางมาศาล 30 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรค ก.ก. เป็นอีกคนที่เดินทางมาศาล 30 มิ.ย.

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรค ก.ก. หนึ่งในผู้คัดค้านที่เดินทางมาศาล กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีว่า ได้ยื่นคำชี้แจงในประเด็นเรื่องการได้มาซึ่งพยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

"หลังจากนี้ก็สู้ไปตามกระบวนการของศาลที่เรามีความรู้ ถือเป็นสิ่งที่ได้รับในก้าวสุดท้ายของการเป็น สส. และสมาชิกพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล" ผู้คัดค้านที่ 11 ซึ่งลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคสีส้ม กล่าวภายหลังออกจากศาล

ตอนจบจะลงเอยอย่างไร?

หากศาลเห็นว่า นักการเมืองจากพรรคสีส้มกระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อาจมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป, สั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของทั้ง 44 คน มีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี ตามที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้อง

แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่มีความผิด ก็อาจมีคำสั่งยกฟ้อง