การหักข้อนิ้วมือมีอันตรายหรือไม่ และคนที่ชอบทำควรเลิกพฤติกรรมนี้ไหม

ที่มาของภาพ, BBC/ Serenity Strull/ Getty Images
- Author, แซนดี อ่อง
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
เสียงดังก็อก ๆ ราวกับจุดพลุในข้อต่อนิ้วมีอันตรายหรือมีประโยชน์อย่างไร นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการหักข้อนิ้วมือ
สมัยยังเด็ก โดนัลด์ อังเกอร์ ได้รับคำเตือนจากทั้งแม่ บรรดาป้า ๆ และต่อมาก็แม่ยายของเขาว่า การหักข้อนิ้วบ่อย ๆ จะทำให้เป็นโรคข้ออักเสบ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด เขาจึงหักข้อนิ้วมือข้างซ้ายอย่างน้อยวันละสองครั้งติดต่อกันนานถึง 50 ปี (รวมแล้วหักไปประมาณ 36,500 ครั้ง) ในขณะที่มือข้างขวาไม่ทำอะไร และไม่เคยหักข้อนิ้วมือเลย
ในปี 1998 ขณะมีอายุ 72 ปี เขาได้ถ่ายภาพเอกซเรย์มือทั้งสองข้างเพื่อดูผลลัพธ์จากสิ่งที่เขาทำมาตลอดชีวิต ซึ่งผลปรากฏว่า "ไม่พบอาการข้ออักเสบในมือทั้งสองข้าง และไม่พบความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างมือทั้งสองข้างเลย" เขาสรุป
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงกรณีศึกษาจากคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่ามีผู้คนราว 20 - 50% ที่มีพฤติกรรมหักข้อนิ้วมือ แล้วการทำพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลหรือไม่ เสียงดังเป๊าะ แกร๊ก หรือเสียงลั่นจากการหักข้อนิ้วเหล่านั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาวหรือไม่
มันเป็นเรื่องของฟองอากาศ
สำหรับบางคน การหักข้อนิ้วเป็นเพียงนิสัยที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่บางคนชอบความรู้สึกเวลาที่ได้หักข้อต่อต่าง ๆ แต่เมื่อดูจากกระแสวิดีโอการจัดกระดูกโดยหมอไคโรแพรคติกที่กำลังได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นได้ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกฟินหรือชอบใจกับเสียง "เป๊าะ" ที่เกิดขึ้นนั้น
กลไกที่เกิดขึ้นเมื่อเราหักข้อนิ้วหรือดัดข้อต่อนั้นจริง ๆ แล้วเข้าใจได้ไม่ยาก ข้อต่อคือจุดที่กระดูกสองชิ้นมาบรรจบกัน โดยข้อต่อบริเวณข้อนิ้วมือ คอ และหลัง จะมีของเหลวที่เรียกว่า "น้ำไขข้อ" (synovial fluid) ห่อหุ้มอยู่ ของเหลวชนิดนี้มีลักษณะคล้ายไข่ขาวและทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่น เมื่อเราบิด ดึง หรือดัดข้อต่อจนเกิดเสียงดัง ช่องว่างภายในข้อต่อจะขยายตัวออกชั่วคราว ส่งผลให้ความดันของน้ำไขข้อลดลง และทำให้ก๊าซที่เคยละลายอยู่ในของเหลวนั้นแยกตัวออกมากลายเป็นฟองอากาศ
เสียงที่เกิดขึ้นจากการหักข้อต่อนั้น แท้จริงแล้วคือเสียงจากการยุบตัวของฟองอากาศที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งอาจดังได้มากถึง 83 เดซิเบล เทียบเท่ากับเสียงของรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซลที่วิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว 40 ไมล์ต่อชั่วโมง (64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ทั้งนี้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (University of California, Davis) ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูขณะที่มีการหักข้อต่อ พวกเขาบรรยายภาพที่เห็นในช่วงจังหวะที่เกิดเสียงดังว่ามีลักษณะคล้ายกับดอกไม้ไฟที่กำลังระเบิดอยู่บนหน้าจอ
นิสัยที่ไม่เป็นอันตราย
การหักข้อต่อนิ้วอาจทำให้เกิดเสียงดัง แต่เสียงที่เกิดจากข้อต่อดัง "เป๊าะ" เป็น "แค่กระบวนการทางสรีรวิทยาปกติ" คิมมี ไฮริค อายุรแพทย์ด้านข้อต่อจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ในสหราชอาณาจักร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความปกติดังกล่าวจำเป็นต้องปราศจากอันตรายเสมอไปหรือไม่
"เป็นที่ชัดเจนว่ามันจะมีสัญญาณเตือนบางประการ (red flags) อย่างเช่น อาการเจ็บปวด หรืออาการบวมเกิดขึ้นบริเวณข้อต่อนิ้ว" เจย์ จากันนาธาน ศัลยแพทย์ระบบประสาทผู้เปิดคลินิกส่วนตัวในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา กล่าวและบอกว่าเขาเคยพบผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อหรือเอ็นตึงและปัญหาอื่น ๆ หลังจากพยายามดัดคอตัวเองแรงเกินไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่แนะนำให้ทำ
อย่างไรก็ตาม จากันนาธานกล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกอยากหักข้อนิ้วหรือข้อต่อต่าง ๆ นั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นอันตรายนัก
กระนั้นบางคนยังคงกังวลว่าการหักข้อนิ้วอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้ข้อนิ้วหลุดหรือเกิดการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้แรงมากเกินไปหรือกระชากนิ้วในลักษณะที่อาจทำให้ข้อต่อหลุดออกจากกันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งในความเป็นจริงก็เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในปี 1999 ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมือในเมืองฟิลาเดลเฟีย ได้รายงานกรณีผู้ป่วยสองรายที่มีอาการนิ้วเคล็ดจากการพยายามหักนิ้วเพื่อให้ได้ยินเสียง "เป๊าะ" ที่น่าพึงพอใจมากจนเกินไป

ที่มาของภาพ, BBC/ Serenity Strull/ Getty Images
แต่หากไม่ได้หักข้อนิ้วด้วยแรงมากเกินไป เหตุการณ์เช่นนั้นก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้ที่ชอบหักข้อนิ้วเป็นประจำมักกังวลมากที่สุดคือ พวกเขาจะเสี่ยงเป็นโรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) หรือไม่ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยที่สุดและเกี่ยวข้องกับการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่เป็นเนื้อเยื่อคอยรองรับกระดูกบริเวณข้อต่อ
"เป็นคำถามที่หลายคนมักถามฉันทั้งที่คลินิกและระหว่างมื้ออาหารเลยค่ะ" ไฮริค กล่าว
"คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ มันไม่ได้ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อมค่ะ" เธอกล่าวเสริม
มีการศึกษาหลายชิ้นที่ช่วยหักล้างความเชื่อผิด ๆ เรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในปี 1975 ได้ศึกษาผู้สูงอายุในสถานดูแลผู้ป่วยจำนวน 28 คน และพบว่ากลุ่มคนที่ชอบหักข้อนิ้วมีอัตราการเกิดโรคข้อเสื่อมไม่ต่างจากกลุ่มที่ไม่หักข้อนิ้ว
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาย้อนหลังในเวลาต่อมาที่ตรวจสอบประวัติการหักข้อนิ้วของผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมจำนวน 215 คน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ ผลการศึกษาชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ความถี่และระยะเวลาในการหักข้อนิ้วตลอดช่วงชีวิตของบุคคลนั้นไม่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคข้อเสื่อมแต่อย่างใด
ผลต่อแรงบีบมือ
อีกหนึ่งข้อกังวลที่เชื่อกันว่าเกิดจากการหักข้อนิ้วคือ การที่มันอาจส่งผลกระทบต่อแรงบีบมือ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญและเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน เช่น โรคหัวใจ ภาวะถดถอยทางสติปัญญา โรคซึมเศร้า และมะเร็งบางชนิด
ผลการศึกษาในปี 1990 ซึ่งศึกษาผู้ที่ติดนิสัยหักข้อนิ้วมาเป็นเวลานานตั้งแต่ 18 - 60 ปี พบว่าคนกลุ่มนี้มีแรงบีบมือที่อ่อนกว่าและมีอาการมือบวมมากกว่าผู้ที่ไม่หักข้อนิ้ว อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวถูกหักล้างในเวลาต่อมาเมื่อมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งในปี 2017 ซึ่งไม่พบความเชื่อมโยงใด ๆ ระหว่างการหักข้อนิ้วกับแรงบีบมือที่ลดลง
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อผิด ๆ อื่น ๆ อีก เช่น การหักข้อนิ้วบ่อย ๆ อาจทำให้ข้อนิ้วใหญ่ขึ้นหรือเส้นเอ็นหย่อนยาน แต่ไฮริคยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผลการศึกษาด้วยอัลตราซาวด์ที่กล่าวถึงข้างต้น โดยแพทย์พบว่าผู้ที่หักข้อนิ้วไม่มีอาการบวมหรือความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นกับมือเลย
สำหรับบางคน การหักข้อนิ้วช่วยให้รู้สึกโล่งสบายและเพิ่มความคล่องตัวของข้อต่อได้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นการยืดข้อต่อและทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ในระยะที่กว้างขึ้น มีทฤษฎีหนึ่งระบุว่า การหักข้อนิ้วช่วยกระตุ้นปลายประสาทรอบ ๆ ข้อต่อ ทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบผ่อนคลาย ลดความเจ็บปวด และกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน แต่ทฤษฎีนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันอย่างแน่ชัด
เนื่องจากการหักข้อนิ้วส่วนใหญ่ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง จึงอาจไม่มีเหตุผลจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเลิกทำพฤติกรรมนี้ แต่หากคุณต้องการจะเลิกจริง ๆ จากันนาธานแนะนำให้ใช้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิด (เช่น การบำบัดทางความคิด) เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของตนเองและหากิจกรรมอื่นมาทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เผลอหักข้อนิ้ว ตัวอย่างเช่น คุณอาจลองจดบันทึกสถานการณ์หรือความรู้สึกที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณหักข้อนิ้ว (เช่น คุณทำเมื่อรู้สึกเครียด เบื่อ หรือทำไปโดยไม่รู้ตัวหรือไม่) และลองหากิจกรรมให้มือได้ขยับทำอย่างอื่นแทน เช่น การบีบบอลคลายเครียดหรือเล่นของเล่นแก้เบื่อ (fidget toys) เป็นต้น
โดยสรุปแล้ว ไฮริคระบุว่าการหักข้อนิ้วนั้นไม่เป็นอันตรายต่อข้อต่อ สิ่งเดียวที่อาจได้รับผลกระทบก็คือความสัมพันธ์กับผู้อื่น หากเสียงหรือพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความรำคาญใจให้กับเพื่อนของคุณมากเกินไป
* เนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
































