'คว้าไว้เท่าที่ทำได้ในตอนนี้' จีนเป็นชาติเดียวหรือไม่ที่ถมทะเลสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • Reporting from, รายงานจากกรุงเทพฯ
    • Author, เทือง เล
    • Role, บีบีซี แผนกภาษาเวียดนาม
  • Published
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

แนวปะการังแอนเทอโลป (Antelope Reef) คือเกาะขนาดเล็กรูปทรงหยดน้ำตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลจีนใต้ เมื่อไม่นานมานี้พื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะยังคงจมอยู่ใต้น้ำ

แต่ในปีนี้เกาะดังกล่าวกลับถูกเปลี่ยนโฉมไปอย่างมาก

ทรายหลายล้านตันถูกขุดลอกจากก้นทะเลเพื่อนำมาถมเป็นพื้นดินที่มั่นคง จากเดิมที่เคยเป็นเพียงจุดสีฟ้าครามบนแผนที่ ตอนนี้แนวปะการังแอนเทอโลปกลายเป็นพื้นที่ทรายสีขาวระยิบระยับเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว โดยมีอาคารตั้งอยู่กระจัดกระจายที่มุมด้านหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

ในอาณาบริเวณเวิ้งน้ำที่โอบล้อมด้วยแนวปะการังรูปจันทร์เสี้ยว มีเรือจอดเรียงรายให้เห็นอยู่นับสิบลำ แทบจะเป็นที่แน่นอนว่าพวกมันคือเรือขุดลอกแบบหัวสว่านซึ่งจีนมีไว้ในครอบครองมากที่สุดในโลก โดยเรือบางลำสามารถตักทรายได้ 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพียงพอที่จะถมสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกได้สองสระ

ความเร็วที่ไม่ธรรมดาของการดำเนินการขุดลอกครั้งนี้อาจถูกเก็บเป็นสถิติโลกได้เลย

ทว่าจีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ทำเช่นนี้

หลังเฝ้ามองจีนสร้างผืนแผ่นดินเพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิ์ในดินแดนของตนเอง ตอนนี้เวียดนามก็กำลังถมแนวปะการังบางแห่งที่พวกเขาถือครองในทะเลจีนใต้ ในขณะที่ผู้อ้างสิทธิ์รายอื่น ๆ เช่นฟิลิปปินส์ ก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ในระดับที่น้อยกว่า

สงครามขุดลอกและถมทะเล

แนวปะการังแอนเทอโลปตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะพาราเซลซึ่งเมื่อรวมกับหมู่เกาะสแปรตลีย์ถือเป็นพื้นที่พิพาทที่ทั้งจีน ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ต่างอ้างสิทธิ์ในการครอบครอง

เกาะส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแนวปะการังที่จมอยู่ใต้น้ำและในอดีตไม่เคยมีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ของมนุษย์มาก่อน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับสิ่งที่เป็นอยู่บนเกาะแอนเทโลปจนกระทั่งถึงปีนี้ ย้อนกลับไปในปี 1974 จีนได้เข้าควบคุมพื้นที่หมู่เกาะพาราเซลหลังผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดกับกองกำลังเวียดนามใต้ในขณะนั้น

เมื่อไม่นานมานี้ จีนได้ขุดลอกแนวปะการังสามแห่งในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ได้แก่ มิสชีฟ, ไฟเออรี ครอสส์ และซูบี โดยได้เปลี่ยนโฉมแนวปะการังเหล่านี้ให้กลายเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างสนามบินและฐานทัพทหาร และยังอ้างสิทธิ์บนพื้นที่เกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ว่าเป็นดินแดนอธิปไตยของตน ตามเส้นประ 9 เส้น ที่จีนลากเอาไว้บนแผนที่ซึ่งกลายเป็นประเด็นพิพาทรุนแรง

ในปัจจุบันมีฝูงกองเรือยามฝั่งและกองกำลังติดอาวุธทางทะเลของจีนลาดตระเวนอยู่ภายในเขตเส้นประ 9 เส้นดังกล่าว ซึ่งทำให้ผู้อ้างสิทธิ์รายอื่น ๆ ไม่อาจท้าทายอำนาจที่เหนือกว่าของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังเกิดการปะทะกันหลายครั้งระหว่างเรือจีนกับหน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ที่มีขนาดเล็กกว่ามากในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์

ขอบเส้นตรงบริเวณชายหาดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนแนวปะการังแอนเทอโลปบ่งชี้ว่าจีนอาจกำลังจะสร้างทางวิ่งเครื่องบินด้วยมาตรฐานทางการทหารอีกแห่งที่นั่น เฉกเช่นกับที่เคยสร้างบนแนวปะการังมิสชีฟ, ไฟเออรี ครอสส์ และซูบี

แต่จีนเองก็มีทางวิ่งเครื่องบินที่มั่นคงและพร้อมใช้งานอยู่แล้วบนเกาะวู้ดดี้ การสร้างรันเวย์ขึ้นอีกแห่งใกล้กับฐานทัพทหารขนาดใหญ่ของจีนในไห่หลำดูจะเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น

ในทางกลับกัน จีนอาจกำลังส่งข้อความบางอย่างไปถึงเวียดนามอยู่

เวียดนามและจีนมีประวัติความขัดแย้งกันเรื่องทะเลจีนใต้ หรือที่เวียดนามเรียกว่า "ทะเลตะวันออก" (East Sea) มาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่ปีมานี้ทางการพรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนามได้ลดวาทกรรมต่อต้านต่อจีนลง และพยายามสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นกับทางการจีน

โต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนามและเลขาธิการพรรคซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งมาหมาด ๆ ได้เดินทางเยือนจีนเป็นประเทศแรกในปีนี้ ซึ่งทั้งสองประเทศพูดถึงความเห็นต่างในเรื่องหมู่เกาะพาราเซลและสแปรตลีย์ด้วยถ้อยคำที่ประนีประนอมผิดปกติ

ก่อนหน้านี้เวียดนามเคยยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อการที่จีนดำเนินการก่อสร้างบนแนวปะการังแอนเทอโลป แต่ก็เป็นการประท้วงด้วยถ้อยคำทางการทูตที่ระมัดระวังเท่านั้น

อย่างไรก็ดี บนแนวปะการังที่ยังเป็นข้อพิพาทอีกหลายแห่ง เวียดนามเองก็กำลังดำเนินการขุดลอกทะเลขนานใหญ่โดยใช้เรือขุดลอกแบบหัวสว่านแบบเดียวกับที่จีนใช้

"ถ้าต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วม"

จากข้อมูลของโครงการความริเริ่มด้านความโปร่งใสทางทะเลของเอเชีย (Asian Maritime Transparency Initiative) ที่ตั้งอยู่ในวอชิงตัน สหรัฐฯ พบว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา เวียดนามได้สูบทรายรอบแนวปะการังไปแล้วอย่างน้อย 20 แห่ง และก่อสร้างท่าเรือใหม่ 11 แห่ง

ตอนนี้เวียดนามได้เข้าควบคุมพื้นที่อ้างสิทธิ์กว่า 11 ตารางกิโลเมตรแล้ว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่จีนควบคุม

ขณะนี้พวกเขากำลังเริ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานในระดับมาตรฐานทางการทหาร เช่น เครื่องส่งสัญญาณนำทาง วิธีการเช่นนี้ของเวียดนามราวกับจะบอกว่า ถ้าต่อต้านจีนไม่ได้ ก็เข้าร่วมเสียเลย

"เวียดนามไม่ได้เต็มใจนักในการจะขึ้นมาเป็นหัวหอกในสนามการสู้รบด้านการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทต่าง ๆ ที่พวกเขามีกับประเทศจีน" เกร็ก โพลิง ผู้รับผิดชอบโครงการความริเริ่มด้านความโปร่งใสทางทะเลของเอเชีย หรือ AMTI กล่าว

"พวกเขาสบายใจมากกว่าที่จะให้ฟิลิปปินส์ทำแบบนั้น แต่ในน่านน้ำจริง ๆ เราได้เห็นว่าเวียดนามพร้อมยืนหยัดต่อต้านทางการจีนมากกว่า ผลก็คือจีนยอมเป็นฝ่ายถอยเสียส่วนใหญ่ เช่น การยอมยุติความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้เวียดนามขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ"

ขณะที่เรย์ โพเวลล์ ผู้อำนวยการซีไลต์ (Sealight) สถาบันคลังสมองแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดซึ่งติดตามเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ระบุว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้จีนสร้างเกาะบนแนวปะการังแอนเทอโลปด้วยความรวดเร็ว

"เวียดนามใช้ประโยชน์จากการที่จีนให้ความสนใจกับฟิลิปปินส์... การถมทะเลบนแนวปะการังแอนเทอโลปอาจมองได้ว่าเป็นคำตอบของจีนที่กำลังเตือนเวียดนามว่า ใครกันแน่ที่ยิ่งใหญ่ในอาณาบริเวณนี้"

แล้วประเทศอื่น ๆ ที่อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์เหลือทางเลือกอะไรบ้าง?

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน พยายามต่อรองเพื่อกำหนดหลักปฏิบัติระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ชาติที่เป็นผู้อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะนี้เช่นนั้น

เมื่อปี 2002 พวกเขาได้เห็นพ้องกันในข้อตกลงที่มีข้อผูกมัดน้อยกว่ามากและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และจีนก็เพิกเฉยต่อข้อตกลงนั้นเป็นส่วนใหญ่

ทุก ๆ ปีในการประชุมสุดยอดอาเซียนประจำปี เหล่าผู้นำต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะบังคับใช้หลักปฏิบัตินี้ให้ได้ แต่ผ่านมาปีแล้วปีเล่าพวกเขาก็ไม่ได้เข้าใกล้สิ่งที่เคยให้คำมั่นไว้เลย

ด้วยความอัดอั้นจากกระบวนการที่ไม่คืบหน้า ฟิลิปปินส์จึงนำการกระทำของจีนไปขึ้นศาลอนุญาโตตุลาการที่กรุงเฮกในปี 2013

ศาลตัดสินเป็นคุณกับฟิลิปปินส์ โดยสรุปว่าการอ้างสิทธิ์อธิปไตยในเส้นประ 9 เส้นของจีนไม่มีความถูกต้องในทางประวัติศาสตร์ และการเปลี่ยนแนวปะการังให้กลายเป็นเกาะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดสิทธิ์ของฟิลิปปินส์ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะนอกชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ

จีนเลือกจะเพิกเฉยต่อคำพิพากษา ทำให้ฟิลิปปินส์เปลี่ยนท่าทีเป็นการพยายามจะสร้างความอับอายให้จีน ด้วยการส่งเรือยามฝั่งที่มีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดไปท้าทายกองเรือของจีน การทำเช่นนี้ส่งผลให้มีการปะทะเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่แทบไม่ได้เปลี่ยนสมดุลอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันแต่อย่างใด

ฟิลิปปินส์ยังได้ขยายความร่วมมือทางการทหารกับสหรัฐฯ และแสวงหาพันธมิตรใหม่ ๆ กับประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งสหรัฐฯ ก็ได้ให้การสนับสนุนทางการทูตอย่างแข็งขันโดยให้ทุนช่วยเหลือทางการทหาร 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 16,000 ล้านบาท) และจัดหาอุปกรณ์ใหม่ให้บางส่วน

สหรัฐฯ ยังร่วมกับพันธมิตรประเทศอื่น ๆ ส่งกองทัพเรือแล่นผ่านทะเลจีนใต้เป็นระยะ ๆ ภายใต้ปฏิบัติการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ (Freedom of Navigation Operations) เพื่อย้ำเตือนว่านี่ยังคงเป็นเส้นทางเดินเรือสากลตามกฎหมาย แม้จะถูกจีนอ้างสิทธิ์ก็ตาม

ทว่าภารกิจเหล่านี้ทำได้เพียงแสดงจุดยืนเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างในทางปฏิบัติแต่อย่างใด

ตอนนี้ฟิลิปปินส์เองก็กำลังสร้างฐานที่มั่นในทะเลจีนใต้ด้วยเช่นกัน

ฟิลิปปินส์กำลังขยายทางวิ่งเครื่องบินบนเกาะปากาซา หรืออีกชื่อคือเกาะทิตู พร้อมตั้งฐานหน่วยยามฝั่งไว้ที่นั่นและเสริมสมรรถนะเรือยกพลขึ้นบก บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร (BRP Sierra Madre) ที่จอดเกยตื้นอยู่บนสันดอนโธมัสที่สองมาตั้งแต่ปี 1999 โดยฟิลิปปินส์ได้จัดทหารประจำการไว้บนเรือแม้จะถูกเรือจีนคุมคามอยู่บ่อยครั้ง

"ประเทศอ้างสิทธิ์ส่วนใหญ่รู้ดีว่าพวกเขาไม่มีวันได้เอกสารที่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย ดังเช่นที่อยากจะได้เป็นหลักปฏิบัติ (code of conduct) ออกมา" โพลิงกล่าว

"จีนก็แค่ทำอะไรก็ตามที่อยากทำบนน่านน้ำต่อไป ซึ่งเป็นการกัดเซาะอธิปไตยของประเทศเหล่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าคุณจะได้เห็นได้ท้ายที่สุดก็คือข้อตกลงที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่บางทีมันก็อาจจะเปิดพื้นที่ทางการทูตสำหรับเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ ในการพยายามหาวิธีการต่อรองกันเองที่ได้ผลกว่านี้ โดยที่ไม่ต้องผ่านกลไกของอาเซียน"

ดูเหมือนว่านี่กำลังเป็นความเป็นจริงใหม่ที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้

ความจริงที่ว่านี้คือทุกประเทศต่างทำเพื่อตัวเอง หาประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่พวกเขาได้ควบคุมเอาไว้แล้ว โดยยอมรับว่าจีนจะยังเป็นผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดและแข็งกร้าวที่สุดอยู่เสมอ

กราฟิกโดยอาร์วิน สุปรียาดี และอักห์เนีย แอดซ์เกีย