You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ก.ยุติธรรมอนุมัติพักโทษทักษิณ ให้ติดกำไล EM จับตาออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.
คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ กระทรวงยุติธรรม มีมติเห็นชอบให้พักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรืออีเอ็ม (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ และสามารถปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เป็นต้นไป
เอกสารข่าวจากกรมราชทัณฑ์ที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนเมื่อ 15.30 น. วันนี้ (29 เม.ย.) ระบุเหตุผลที่นายทักษิณได้รับการพักการลงโทษ เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำมาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ
เอกสารข่าวระบุต่อไปว่า การพักโทษยังพิจารณาร่วมกับเหตุผลพิเศษสนับสนุนการพิจารณาผ่อนปรนให้ได้รับการพักโทษ เนื่องด้วยนายทักษิณมีอายุ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และผลประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย
ทั้งนี้นายทักษิณจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พ.ค. นี้ และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ในวันที่ 11 พ.ค. โดย "มีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ"
วันที่ 10 พ.ค. ที่นายทักษิณเข้าเกณฑ์พักโทษตามการเปิดเผยของราชทัณฑ์ เป็นวันที่เขาครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี ซึ่งก็คือ 8 เดือน ทั้งนี้คาดว่านายทักษิณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือนหลังจากได้รับพักโทษ
การประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบการพักโทษแก่ผู้ต้องขังเด็ดขาดของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ มีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 920 ราย คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติจำนวน 859 ราย รวมถึงนายทักษิณ ไม่เห็นชอบ 49 ราย รอไว้ 2 ราย และเห็นชอบพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ 10 ราย
นายทักษิณ อดีตนายกฯ คนที่ 23 ต้องรับโทษจำคุก 1 ปี ตามคำสั่งของศาลฎีกาฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ที่เปิดไต่สวนข้อเท็จจริง "คดีชั้น 14" แล้วพบว่าการบังคับโทษจำคุกจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผลจากคำสั่งของศาล อม. เมื่อ 9 ก.ย. 2568 ทำให้นายทักษิณต้องกลับไปมีสถานะนักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.) อีกครั้ง ถูกจองจำภายในเรือนจำกลางคลองเปรม และจะครบกำหนดโทษ 9 ก.ย. 2569 นี้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้พักการลงโทษผู้ต้องขังได้ ซึ่งในกรณีนายทักษิณรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์ "พักการโทษกรณีทั่วไป" ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52
- 31 มี.ค. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม ที่มีผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณา "พักการลงโทษกรณีทั่วไป" ร่วมกับผู้ต้องขังเด็ดขาดอื่น ๆ ของเรือนจำอีก 9 ราย จากนั้นเสนอบัญชีรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์
- 24 เม.ย. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ที่มีอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน (ในวันประชุม มอบหมายให้รองอธิบดีทำหน้าที่แทน) มติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป จากนั้นเสนอบัญชีรายชื่อไปยังกระทรวงยุติธรรม
- 29 เม.ย. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน (ในวันประชุม มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทน) มีมติเห็นชอบให้พักการลงโทษนายทักษิณ และกำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ
- 11 พ.ค. คาดว่าเรือนจำกลางคลองเปรมจะปล่อยตัวนายทักษิณออกจากเรือนจำและเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติต่อไป
ในการพิจารณาพักการลงโทษ จะนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็น พฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว, ระยะเวลาการคุมประพฤติ, ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ, พฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี, ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม, และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2562
หลังจากนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษจะส่งหนังสือแจ้งผลการอนุมัติกลับไปยังกรมราชทัณฑ์ และกรมแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร
ภายหลังได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ นายทักษิณ วัย 76 ปี ยังต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.
ก่อนหน้านี้ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของอดีตนายกฯ ทักษิณ เปิดเผยว่า ได้ยื่นขอใช้บ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด กทม. เป็น "สถานที่สำหรับอยู่อาศัย" ในระหว่างการคุมประพฤติ
ส่วนที่มีรายงานว่านายทักษิณอาจจะไม่ต้องติดกำไล EM หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการควบคุมผู้กระทำความผิดแทนการจำคุก เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปีนั้น นายวิญญัติปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่
"อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบ กฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุและมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่าง ๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ผมไม่ขอมีความเห็นใด ๆ" ทนายวิญญัติตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณเมื่อ 27 เม.ย.
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวเมื่อ 28 เม.ย. ระบุว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการพิจารณาพักโทษของนายทักษิณ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมในการพิจารณาและลงนามอนุมัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนการพักโทษตามปกติ
นายทักษิณถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 7 เดือน 20 วัน (ณ 29 เม.ย.) โดยเรือนจำกำหนดให้ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีเป็นวันเยี่ยมญาติ ซึ่งที่ผ่านมา มีสมาชิกครอบครัวชินวัตรผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมผู้ต้องขังรายนี้อย่างมิขาด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมให้กำลังใจลูกหลานของนายทักษิณบริเวณด้านหน้าเรือนจำด้วย
หลังพ้น "คดีชั้น 14" นายทักษิณยังมีอีกคดีสำคัญที่ต้องต่อสู้ หลังศาลอาญามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของอัยการเมื่อ 28 พ.ย. 2568 ในคดีที่นายทักษิณตกเป็นจำเลย "คดี ม.112" จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันฯ เข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังศาลชั้นต้นยกฟ้องไปก่อนหน้านี้
ย้อนอ่านสรุปประเด็นสำคัญจากการไต่สวน "คดีชั้น 14" ของศาลฎีกาฯ ครบ 7 นัด
- การไต่สวนนัดแรก 13 มิ.ย. พยานเบิกความ 1 ปาก
- การไต่สวนนัดที่สอง 4 ก.ค. พยานเบิกความ 5 ปาก
- การไต่สวนนัดที่สาม 8 ก.ค. พยานเบิกความ 9 ปาก
- การไต่สวนนัดที่สี่ 15 ก.ค. พยานเบิกความ 6 ปาก
- การไต่สวนนัดที่ห้า 18 ก.ค. พยานเบิกความ 6 ปาก
- การไต่สวนนัดที่หก 25 ก.ค. พยานเบิกความ 3 ปาก
- การไต่สวนนัดที่เจ็ด 30 ก.ค. พยานเบิกความ 1 ปาก