ก.ยุติธรรมอนุมัติพักโทษทักษิณ ให้ติดกำไล EM จับตาออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, จนถึงวันนี้ (29 เม.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 7 เดือน 20 วัน
เวลาอ่าน: 5 นาที

คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ กระทรวงยุติธรรม มีมติเห็นชอบให้พักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรืออีเอ็ม (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ และสามารถปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. เป็นต้นไป

เอกสารข่าวจากกรมราชทัณฑ์ที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนเมื่อ 15.30 น. วันนี้ (29 เม.ย.) ระบุเหตุผลที่นายทักษิณได้รับการพักการลงโทษ เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำมาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ

เอกสารข่าวระบุต่อไปว่า การพักโทษยังพิจารณาร่วมกับเหตุผลพิเศษสนับสนุนการพิจารณาผ่อนปรนให้ได้รับการพักโทษ เนื่องด้วยนายทักษิณมีอายุ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และผลประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย

ทั้งนี้นายทักษิณจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พ.ค. นี้ และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ในวันที่ 11 พ.ค. โดย "มีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ"

สถานที่จองจำอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สถานที่จองจำอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 10 พ.ค. ที่นายทักษิณเข้าเกณฑ์พักโทษตามการเปิดเผยของราชทัณฑ์ เป็นวันที่เขาครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี ซึ่งก็คือ 8 เดือน ทั้งนี้คาดว่านายทักษิณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือนหลังจากได้รับพักโทษ

การประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบการพักโทษแก่ผู้ต้องขังเด็ดขาดของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ มีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 920 ราย คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติจำนวน 859 ราย รวมถึงนายทักษิณ ไม่เห็นชอบ 49 ราย รอไว้ 2 ราย และเห็นชอบพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ 10 ราย

นายทักษิณ อดีตนายกฯ คนที่ 23 ต้องรับโทษจำคุก 1 ปี ตามคำสั่งของศาลฎีกาฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ที่เปิดไต่สวนข้อเท็จจริง "คดีชั้น 14" แล้วพบว่าการบังคับโทษจำคุกจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลจากคำสั่งของศาล อม. เมื่อ 9 ก.ย. 2568 ทำให้นายทักษิณต้องกลับไปมีสถานะนักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.) อีกครั้ง ถูกจองจำภายในเรือนจำกลางคลองเปรม และจะครบกำหนดโทษ 9 ก.ย. 2569 นี้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้พักการลงโทษผู้ต้องขังได้ ซึ่งในกรณีนายทักษิณรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์ "พักการโทษกรณีทั่วไป" ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52

  • 31 มี.ค. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม ที่มีผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณา "พักการลงโทษกรณีทั่วไป" ร่วมกับผู้ต้องขังเด็ดขาดอื่น ๆ ของเรือนจำอีก 9 ราย จากนั้นเสนอบัญชีรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์
  • 24 เม.ย. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ที่มีอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน (ในวันประชุม มอบหมายให้รองอธิบดีทำหน้าที่แทน) มติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป จากนั้นเสนอบัญชีรายชื่อไปยังกระทรวงยุติธรรม
  • 29 เม.ย. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน (ในวันประชุม มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทน) มีมติเห็นชอบให้พักการลงโทษนายทักษิณ และกำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ
  • 11 พ.ค. คาดว่าเรือนจำกลางคลองเปรมจะปล่อยตัวนายทักษิณออกจากเรือนจำและเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติต่อไป

ในการพิจารณาพักการลงโทษ จะนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็น พฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว, ระยะเวลาการคุมประพฤติ, ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ, พฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี, ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม, และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2562

หลังจากนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษจะส่งหนังสือแจ้งผลการอนุมัติกลับไปยังกรมราชทัณฑ์ และกรมแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

ภายหลังได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ นายทักษิณ วัย 76 ปี ยังต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.

ลูก ๆ และหลาน ๆ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ลูก ๆ และหลาน ๆ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

ก่อนหน้านี้ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของอดีตนายกฯ ทักษิณ เปิดเผยว่า ได้ยื่นขอใช้บ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด กทม. เป็น "สถานที่สำหรับอยู่อาศัย" ในระหว่างการคุมประพฤติ

ส่วนที่มีรายงานว่านายทักษิณอาจจะไม่ต้องติดกำไล EM หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการควบคุมผู้กระทำความผิดแทนการจำคุก เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปีนั้น นายวิญญัติปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่

"อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบ กฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุและมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่าง ๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ผมไม่ขอมีความเห็นใด ๆ" ทนายวิญญัติตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณเมื่อ 27 เม.ย.

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวเมื่อ 28 เม.ย. ระบุว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการพิจารณาพักโทษของนายทักษิณ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมในการพิจารณาและลงนามอนุมัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนการพักโทษตามปกติ

นายทักษิณถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 7 เดือน 20 วัน (ณ 29 เม.ย.) โดยเรือนจำกำหนดให้ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีเป็นวันเยี่ยมญาติ ซึ่งที่ผ่านมา มีสมาชิกครอบครัวชินวัตรผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมผู้ต้องขังรายนี้อย่างมิขาด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมให้กำลังใจลูกหลานของนายทักษิณบริเวณด้านหน้าเรือนจำด้วย

หลังพ้น "คดีชั้น 14" นายทักษิณยังมีอีกคดีสำคัญที่ต้องต่อสู้ หลังศาลอาญามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของอัยการเมื่อ 28 พ.ย. 2568 ในคดีที่นายทักษิณตกเป็นจำเลย "คดี ม.112" จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันฯ เข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังศาลชั้นต้นยกฟ้องไปก่อนหน้านี้

ย้อนอ่านสรุปประเด็นสำคัญจากการไต่สวน "คดีชั้น 14" ของศาลฎีกาฯ ครบ 7 นัด

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์