เมืองพัทยาคาดหวังรายได้หลายล้านบาทจากเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น แต่เม็ดเงินเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง ?

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, นงนภัส พัฒน์แช่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
"ปิงปองโชว์?" คือคำแรกที่ผู้เขียนได้ยินหลังเข้าเขตวอล์กกิ้งสตรีทของเมืองพัทยาในฐานะนักท่องเที่ยว และยังได้ยินซ้ำอีกหลายครั้งตลอดเส้นทาง เมื่อชายหลายคนจากหลากหลายสถานบันเทิงถือแผ่นป้ายที่มีรูปผู้หญิงเปลือยกาย (และบางแผ่นป้ายเป็นภาพผู้ชายเปลือยกาย) โฆษณาเชื้อเชิญให้เข้าไปชมโชว์ภายในสถานประกอบการ
จอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเด่นหราอยู่บนป้ายชื่อสถานที่แสดงภาพเรือรบลำที่เพิ่งจอดเทียบท่าแหลมฉบังในช่วงเช้าวันพุธ (2 ก.ย.) พร้อมข้อความเป็นภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า "เมืองพัทยายินดีต้อนรับเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอร์น และกำลังพลของเรือลำนี้ เข้าสู่พัทยา"
บรรยากาศที่วอล์กกิ้งสตรีทในช่วงราวสี่ทุ่มของวันเดียวกันก็คึกคักขึ้นมา ถนนสายนี้คราคร่ำไปด้วยชาวต่างชาติ หลายคนเป็นชายรูปร่างกำยำ สถานประกอบการที่นี่ส่วนใหญ่มีลักษณะปิดทึบทำให้ไม่เห็นว่าภายในเป็นอย่างไร แตกต่างจากพัทยาซอย 6 ซึ่งจะพบหญิงนุ่งน้อยห่มน้อยจำนวนมากนั่งรอบริการลูกค้าที่หน้าร้าน
แต่ความคึกคักนี้ยังไม่ตรงกับความคาดหวังของผู้ประกอบการโดยรอบนัก หลายคนบอกกับบีบีซีไทยว่าในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นจริง ๆ คนจะแน่นวอล์กกิ้งสตรีทจนล้นออกมา
"ช่วงนี้เหรอ เศรษฐกิจก็แย่มากเลยนะ แต่เขาบอกว่าอเมริกาจะลงใช่ไหม แต่แม่ก็เห็นแค่เดิน ๆ ๆ นะ แต่ก็ไม่มีที่จะเข้ามานั่งดื่ม" กันตา แสนกล้า เจ้าของร้านเดอะบิ๊กอีซี่บาร์ (The Big Easy Bar) บอกกับบีบีซีไทยในช่วงเที่ยงคืนของคืนแรกที่เรือสหรัฐฯ เทียบท่า ร้านของเธออยู่ห่างจากวอล์กกิ้งสตรีทเพียง 120 เมตร
ขณะที่เจ้าของร้านอาหาร "ราชาข้าวต้ม ผักบุ้งลอยฟ้า ซีฟู้ด" ใกล้กับวอล์กกิ้งสตรีทที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อของเธอบอกว่า "เวลามีทหารอเมริกันมาลงปีก่อน ๆ ร้านเราจะคนเยอะ ปีนี้วันแรกก็เงียบ ๆ นะ ไม่ค่อยเห็นเดินผ่านเยอะเท่าไหร่"
15 - 100 ล้านบาท จากทหารอเมริกันอาจไปไหนบ้าง

ที่มาของภาพ, Reuters
มีการประเมินรายได้ที่จะเข้าเมืองพัทยาจากการที่เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งบรรทุกกำลังพลเกือบ 5,000 นายขึ้นฝั่งแหลมฉบัง อยู่ที่ตั้งแต่ 15-100 ล้านบาท จากการที่กำลังพลส่วนหนึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่ ก่อนที่เรือจะออกจากท่าในวันอาทิตย์นี้ (6 ก.ย.)
บุญอนันต์ พัฒนสิน ที่ปรึกษาสมาคมนักธุรกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยาชลบุรี ที่ประเมินตัวเลขขั้นต่ำไว้ที่ 15 ล้านบาทนั้น มองว่าภาคธุรกิจที่จะได้ประโยชน์โดยตรงคือ ร้านอาหาร ผับ บาร์เบียร์ ระบบการคมนาคมขนส่ง เช่น แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปจนถึงโรงแรมชั่วคราว ธุรกิจบันเทิง ไปจนถึงสถานบริการและห้างสรรพสินค้า
"ผมว่าขึ้นมาที่เห็นผลก็คือ สถานท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งบันเทิง สถานบริการ คึกคักแน่นอน เพราะว่าอย่างว่า ขึ้นมาเขาก็ต้องผ่อนคลาย มาหาที่ท่องเที่ยว มาใช้บริการประเภทต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ทุกคนในพัทยา ไม่ใช่แค่สถานบริการกลางคืนอย่างเดียว ทุกภาคส่วนตื่นเต้น อย่างที่บอกว่าเราเป็นช่วง low season (นอกฤดูกาลท่องเที่ยว) ถ้ามีเม็ดเงินจำนวนหนึ่ง นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสามถึงสี่วัน ก็เป็นผลประโยชน์แล้วก็เป็นผลดีของทุก ๆ ธุรกิจในเมืองพัทยาครับ" เขาระบุกับบีบีซีไทยเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.)
ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยกับบีบีซีว่าได้รับแจ้งจากฝั่งสหรัฐฯ ว่า "กำลังพลของเขามีกำลังซื้อสูง" โดยคาดการณ์การใช้จ่ายของกำลังพลของตัวเองเอาไว้อย่างน้อย ๆ คนละ 100-150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อคำนวนการใช้จ่ายรวมทั้ง 5 วัน น่าจะถึง 100 ล้านบาท
"สินค้าที่เขาสนใจก็จะเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมหรือพวก souvenir (ของที่ระลึก) ต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นข้อดีในเรื่องของการกระจายเศรษฐกิจในพื้นที่" เขาระบุ
กำลังซื้อสูง แต่ไม่ได้เข้าได้ทุกที่
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (31 ส.ค.) มีการเปิดเผยโดยฝ่ายการประชาสัมพันธ์ สำนักการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ในที่ประชุมเตรียมความพร้อมรับทหารเรือสหรัฐฯ มีการกำหนดพื้นที่ที่กำลังพลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า เช่น ซอย 6, ซอย 6/1, ซอย 7, ร้านกัญชา รวมถึงร้านขายยา ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกแก้ไขในวันต่อมาโดยไม่ได้ระบุเจาะจงสถานที่ที่ห้ามเข้า แต่บอกเพียงว่า "มีบางพื้นที่ ที่ถูกจำกัดในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก"
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตอบคำถามบีบีซีว่า พื้นที่ต่าง ๆ ที่ถูกจำกัดนั้น เป็นการตัดสินใจของฝ่ายสหรัฐฯ ที่ "ทำการบ้านมา" โดยกำหนดถนนเส้นหลัก ๆ ที่มีความชุกชุมของบาร์เบียร์และมีสาวบริการ
ขณะที่หนึ่งในผู้ประสานงานที่ติดตามนาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น บอกบีบีซีไทยว่าที่จริงในซอยต่าง ๆ ที่มีการระบุเจาะจงเป็นข้อกำหนดไม่ให้กำลังพลสหรัฐฯ ที่มากับเรือเข้าใช้เหล่านี้ เป็นคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทางการไทยจากการประสานกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งกำลังพลสหรัฐฯ ก็จะปฏิบัติตามนั้น
นักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองพัทยาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนทหารสหรัฐฯ จะมาถึง ส่วนหนึ่งรู้จัก "ซอย 6" โดยมีทั้งคนที่บอกว่าข้างในนั้น "ไม่ใช่ทาง" ของเขา และคนที่ชื่นชอบบรรยากาศข้างในซอยจนบอกว่าที่นี่คือ "สถานที่ที่ดีที่สุดแล้วในเมืองนี้" โดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงประสบการณ์ของเขากับซอยนี้

ที่มาของภาพ, Reuters
ห้ามยุ่งเกี่ยวค้าบริการ
เมื่อวันเสาร์ 29 ส.ค. มีรายงานว่าพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบค้าประเวณีบริเวณแนวชายหาดเมืองพัทยา ถนนสายสอง และจุดเสี่ยงตามพื้นที่สาธารณะ โดยมีการปรับผู้กระทำผิดรวม 25 ราย ที่มีทั้งชาวไทย ลาว และยูกันดา ท่ามกลางข้อสงสัยของภาคประชาสังคมถึงขั้นตอนในการปฏิบัติต่อผู้ค้าบริการทางเพศที่ถูกปรับ
"จากข้อมูลของ SWING (มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ) เราได้เห็นการลงไปจับปรับคนค้าบริการที่ใช้พื้นที่หาดพัทยาโดยข้อหาแปลกประหลาดหลายประการ" ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) เปิดเผยกับบีบีซีไทยเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.)
เธอตั้งข้อสังเกตโดยอ้างอิงรายงานผ่านสื่อต่าง ๆ ว่าการปรับผู้ค้าบริการในวันดังกล่าวมีการใช้ข้อกล่าวหาตามกฎหมายเก่าที่ยกเลิกไปแล้ว เช่น ข้อหา "เตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี"
นอกจากนี้เธอยังตั้งคำถามถึงการปรับด้วยข้อกล่าวหาว่า "ชักชวนรบเร้าบุคคลอื่นตามถนนหรือสาธารณสถาน" ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีฯ ฉบับปัจจุบัน ว่า "ถ้าเขายืนเฉย ๆ คุณจะบอกได้ยังไงว่าเขาไปชักจูงโน้มน้าวให้ซื้อบริการทางเพศ"
ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ เปิดเผยด้วยว่า จากข้อมูลที่เธอทราบผ่านเครือข่ายของมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ การปรับเป็นพินัยในวันดังกล่าว ยังไม่มีการให้ใบเสร็จค่าปรับ แต่กลับใช้วิธีการใช้ปากกาเขียนตัวอักษร "ป" ที่หลังมือของผู้ค้าบริการที่ถูกปรับแล้วแทน ซึ่งเธอมองว่า "เหมือนกับการสักหน้า" ตีตราผู้ค้าบริการ ทั้งที่พวกเขาคือฟันเฟืองหนึ่งที่มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
"คุณต้องดูภาพใหญ่นะคะว่าระบบเศรษฐกิจไทยรายได้หลักมันมาจาก tourism (การท่องเที่ยว) มายาวนานแล้ว… คือมันก็จะมีเป็น service sector (ภาคการบริการ) ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วส่วนหนึ่งก็คงต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ พื้นที่ใหญ่มากมันเป็นเรื่องของ sex industry (อุตสาหกรรมทางเพศ) ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการซื้อขายบริการทางเพศนะคะ แต่มันจะหมายถึงการให้บริการทางเพศในหลาย ๆ เรื่อง" ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ กล่าว
"คือคุณอยากจะดึงดูด tourists (นักท่องเที่ยว) จากประเทศอื่น ๆ เข้าสู่ประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ทำเหมือนตรงนี้ไม่ควรมี มันก็เลยแปลก ๆ มันเหมือนอย่างที่ดิฉันโพสต์ก็คือเหมือนเกลียดตัวกินไข่" เธอกล่าว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Facebook เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Facebook และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Facebook ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด Facebook โพสต์
ด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา บอกกับบีบีซีไทยว่า การดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้ค้าบริการนั้น เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการค้าประเวณีฯ ตำรวจเพียงช่วยนำกำลังเข้าไปสนับสนุนเท่านั้น
อย่างไรก็ดี เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเขียนตัวอักษร "ป" ที่หลังมือของผู้ให้บริการ เขาบอกว่า เพื่อเป็นเครื่องหมายให้รู้ว่าคนไหนถูกปรับไปแล้วบ้าง เพื่อป้องกันความสับสนวุ่นวายเนื่องจากมีผู้ที่ถูกปรับเป็นจำนวนมาก
เมื่อถามประเด็นนี้กับ จันจิรา ไทยบัณฑิตย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) เธอยืนยันกับบีบีซีไทยว่า ในวันนั้นที่มีการลงพื้นที่ร่วมกันหลายหน่วยงาน รวมถึงตำรวจและฝ่ายปกครอง เธอไม่ทราบเรื่องอักษร "ป" ที่หลังมือหญิงขายบริการเลย โดย "ยืนยันด้วยตำแหน่งหน้าที่" ว่า พมจ.ชลบุรี ไม่เคยทำแบบนั้น เนื่องจากเป็นหน่วยงานดูแลสิทธิ์ รู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะจะเป็นการตีตรา
จันจิราบอกว่าการดำเนินการปรับผู้ค้าบริการที่เมืองพัทยา คือสิ่งที่ทางหน่วยงานของเธอดำเนินการเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำก่อนที่ทหารอเมริกันจะมาถึง โดยเป็นการปรับตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 5 ที่กำหนดโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับการชักชวนเพื่อการค้าประเวณี ซึ่งในวันที่ลงพื้นที่ไม่มีการปรับเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ส่วนกรณีไม่มีใบเสร็จ พมจ.ชลบุรี ชี้แจงว่าทำตามกระบวนการ โดยมีการให้ผู้ที่ถูกปรับในวันนั้นลงนามใน "แบบใบสำคัญรับเงิน" ซึ่งทางหน่วยงานเป็นคนเก็บไว้เพื่อให้รู้ว่าได้รับเงินจากใครเท่าไหร่ จากนั้นต้องนำเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้แผ่นดินก่อน แล้วฝ่ายการเงินของ พมจ.ชลบุรี จึงจะออกใบเสร็จตัวจริงส่งไปให้ตามที่อยู่ของผู้ที่ถูกปรับในภายหลัง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
มุมของตัวแทนภาคธุรกิจอย่างบุญอนันต์ เขามองว่าการปราบปรามดังกล่าวก็เพื่อสนับสนุนให้ทหารอเมริกันที่เข้ามา ไปใช้บริการในสถานบริการที่มีใบอนุญาตและถูกกฎหมาย ซึ่งก็เพื่อความปลอดภัยของตัวพวกเขาเอง
"ผมว่าในเมืองพัทยามีทั้งรูปแบบสถานบันเทิงที่ทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเราป้องปรามก็คือว่า สิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้เบาลง แล้วก็อาจไปส่งเสริมให้เขาไปใช้ในสถานบริการที่มีใบอนุญาตแล้วก็ปลอดภัย" ที่ปรึกษาสมาคมนักธุรกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยาชลบุรีกล่าว
ด้านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตอบคำถามบีบีซีถึงความคาดหวังจากการมาเยือนของทหารเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ว่านอกจากเม็ดเงินที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ เขายังหวังให้มี "ภาพสะท้อน" ของแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยขึ้น และมิติของการท่องเที่ยวที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากวิถีชีวิตในยามค่ำคืนแล้ว พัทยาก็เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา เมืองจัดประชุมสัมมนา และเมืองที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ (MICE city) ด้วย
"พัทยาเองเราก็มีการพัฒนาปรับปรุงไปเยอะ" นายกเมืองพัทยากล่าว " ส่วนภาพจำที่ทุกคนยังเข้าใจเรื่องนี้อยู่ เราก็เข้าใจว่ามันเป็นประเด็น เรื่องการมาเที่ยวแบบไนท์ไลฟ์… อันนี้เขาก็มีการห้ามเด็ดขาดเรื่องการค้าประเวณี"
ทั้งนี้ ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีรายงานว่าเป็นสิ่งที่ทหารเรือสหรัฐฯ ห้ามกำลังพลของตัวเอง ส่วนใหญ่ถูกรายงานโดยอ้างอิงการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ทางการไทย ในขณะที่ไม่เคยมีการยืนยันข้อเท็จจริงส่วนนี้จากฝั่งทหารเรือสหรัฐฯ ต่อสื่อต่าง ๆ อย่างชัดเจน
"พวกเรามีความยินดีมาก ๆ ที่ได้มาถึงชายหาดพัทยา" น.อ.แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวต่อสื่อมวลชนหลังได้รับการต้อนรับจากนายกเมืองพัทยา "นี่คือการได้หยุดพักที่คู่ควรกับลูกเรือทุกคน และเราหวังอย่างยิ่งที่จะได้ใช้เวลาที่นี่ในการได้พักผ่อนและผ่อนคลายสักนิด"
บีบีซีไทยถาม คริสโตเฟอร์ โรบินสัน ผู้ช่วยทูตทหารเรือประจำสถานทูตสหรัฐฯ ว่าในการมาพักผ่อนที่เมืองพัทยาครั้งนี้ มีกิจกรรมใดบ้างที่ทหารเรือถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำ
"นั่นไม่ใช่เรื่องเหมาะสมที่เราจะพูดกัน ผมไม่ชอบคำว่าถูกสั่งห้ามด้วย ใช่ไหมครับ ดังนั้น ทหารเรือที่อยู่ที่นี่มาถึงที่นี่แล้ว ก็เหมือนกับนักท่องเที่ยวทั้งหมดในพัทยา พวกเขาจะสนุกกับการท่องเที่ยวพัทยา กับคนไทย กับอาหารที่ดีเยี่ยม และวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมของคนไทย"
"ดังนั้นผมคิดว่าหากคุณจะใช้คำว่าถูกสั่งห้าม นั่นไม่ใช่คำที่ฟังดูดีเลย ทหารเรือที่นี่จะปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม พวกเขาจะปฏิบัติตนสอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐฯ ข้อบังคับของกองทัพเรือสหรัฐฯ และกฎหมายของไทย"
รายงานเพิ่มเติมโดย โจนาธาน เฮด และ ธัญญารัตน์ ดอกสน






























