ย้อนเหตุการณ์นักท่องเที่ยวเสียชีวิตในจอร์เจีย หลังการเสียชีวิตของ "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Hlun Solo/BBC Thai
การเสียชีวิตของนายบวรทัต เป็งสุข หรือ "ฮลุน โซโล่" ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน คือเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิด หลังโซเชียลมีเดียช่วยกันประกาศตามหาเมื่อเขาขาดการติดต่อกับญาติไปตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ค.) ว่าทันทีที่กระทรวงการต่างประเทศทราบว่าฮลุนขาดการติดต่อกับครอบครัว ก็รีบประสานกับทางการจอร์เจีย กระทั่งมีพบร่างของฮลุนภายในโรงแรมที่กรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย
สำนักข่าวจอร์เจียทูเดย์รายงานเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.) ว่ากระทรวงมหาดไทยของจอร์เจียได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาจอร์เจีย ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการยุยงให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย ซึ่ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อธิบายการดำเนินการสอบสวนภายใต้ข้อกฎหมายนี้ว่าเป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย เพื่อใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านรอบทิศทางเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าสาเหตุการเสียชีวิตเป็นการฆ่าตัวตาย
จนกระทั่งถึงตอนนี้สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการเสียชีวิตของฮลุน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Facebook เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Facebook และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Facebook ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด Facebook โพสต์
ยูทูบเบอร์รายนี้ติดต่อกับญาติครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 ก.ค. เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะประกาศตามหา
คำบอกเล่าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Klose Mos ที่ระบุว่าเป็นพี่ชายของฮลุน บอกว่าน้องชายได้เดินทางเข้าประเทศจอร์เจียเพื่อถ่ายทำคอนเทนต์เพียงลำพัง แต่หลังจากวันที่ 13 ก.ค. ครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อเขาได้อีกเลยทั้งทางโทรศัพท์และบนช่องทางออนไลน์
หลังโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอ็นเซอร์ และคนไทยในจอร์เจีย ช่วยกันประกาศตามหา กลางดึกที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Klose Mos ซึ่งเป็นพี่ชายของฮลุนโพสต์ยืนยันว่าทางครอบครัวได้รับการยืนยันเมื่อเวลา 01.35 น. ของวันที่ 30 ก.ค. ว่าพบฮลุนแล้ว "ในสภาพที่น้องจากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ"
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ (30 ก.ค.) ว่าพบร่างฮลุนในโรงแรมจริงตามที่เป็นข่าว แต่สาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ประเทศจอร์เจีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจียแล้ว เพื่อประสานกับทางการจอร์เจียถึงสาเหตุการเสียชีวิต
"ทันทีที่เราทราบว่ามีการสูญหายไปหลายวัน ขาดการติดต่อ เราก็รีบติดต่อไปทางการจอร์เจียเลยโดยผ่านสถานทูตฯ ทางเขาก็รีบดำเนินการ แล้วก็ได้เจอน้องที่โรงแรมอย่างที่เป็นข่าว" นายสีหศักดิ์กล่าว
ขณะที่รายงานข่าวฝั่งจอร์เจียโดยสำนักข่าวจอร์เจียทูเดย์ ระบุเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.) ว่ากระทรวงมหาดไทยของจอร์เจียได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาจอร์เจีย ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกรณีการยุยงให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย

ที่มาของภาพ, Hlun Solo/BBC Thai
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษก ตร. อธิบายถึงข้อกฎหมายดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้ว่า กฎหมายอาญามาตรา 115 เป็นบทบัญญัติของกฎหมายอาญาของประเทศจอร์เจียที่เกี่ยวกับการทำให้บุคคลฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย โดยการข่มขู่ การปฏิบัติอย่างโหดร้าย หรือการกระทำที่กระทบต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียหาย
โฆษก ตร. ระบุว่าการที่เจ้าหน้าที่ของประเทศจอร์เจียดำเนินการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าสาเหตุการเสียชีวิตเป็นการฆ่าตัวตายหรือมีผู้ใดกระทำความผิด แต่เป็นกรอบกฎหมายที่ใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอรับข้อมูลและการยืนยันข้อเท็จจริงจากทางการของประเทศจอร์เจีย โดยเฉพาะผลการตรวจสอบและสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับทางการจอร์เจีย
ส่วนการประสานงานผ่านองค์การตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล (INTERPOL) โฆษก ตร. ระบุบนโพสต์เมื่อเวลา 11.12 น. ของวันนี้ (30 ก.ค.) ว่า เขายังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับเพิ่มเติมจากทางการจอร์เจีย

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ย้อนคดีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่สกีรีสอร์ตในจอร์เจีย
รายงานของบีบีซีเมื่อเดือน ธ.ค. 2024 เคยเปิดเผยกรณีมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 11 คนและชาวจอร์เจีย 1 คนเสียชีวิตในพื้นที่พักผ่อนด้านบนภัตตาคารในเมืองกูเดาริ เมืองสกีรีสอร์ตในจอร์เจีย
ตำรวจระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น "ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายใด ๆ บนร่างของผู้เสียชีวิต" รายงานของบีบีซีอ้างอิงการรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีในขณะนั้น
เจ้าหน้าที่เปิดเผยด้วยว่ามีการเปิดใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หลังจากเกิดไฟฟ้าดับที่อาคารแห่งนี้ในวันศุกร์ ก่อนที่จะพบร่างผู้เสียชีวิตในวันเสาร์บริเวณชั้นสองของอาคารที่เปิดเป็นร้านอาหารอินเดีย
บีบีซียังรายงานว่ากระทรวงมหาดไทยจอร์เจียในขณะนั้น เชื่อว่าทั้ง 12 คนเสียชีวิตจากการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซไร้กลิ่นที่ถูกขนานนามว่าเป็น "เพชฌฆาตเงียบ" โดยมันอาจเกิดขึ้นได้จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนไหลเวียนในเลือดไม่ได้ นำไปสู่การเป็นพิษและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงคดีดังคดีหนึ่งในอดีตที่บีบีซีไทยยกตัวอย่างมาเท่านั้น ไม่อาจใช้เป็นข้อสรุปหรือนำมาเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของฮลุนได้
คำแนะนำการท่องเที่ยวจอร์เจีย
ทั้งนี้ หากดูคำแนะนำในการท่องเที่ยวจอร์เจียจากแหล่งต่าง ๆ พบว่ามีคำแนะนำจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แนะนำให้หลีกเลี่ยงไม่ไปยังภูมิภาคที่ถูกยึดครองโดยรัสเซีย ได้แก่ แคว้นเซาท์ออสเซเทีย (South Ossetia) และแคว้นอับคาเซีย (Abkhazia) เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านอาชญากรรม ความไม่สงบในพื้นที่ และทุ่นระเบิด
คำแนะนำที่เผยแพร่ในเดือน มี.ค. 2025 ระบุว่าการเข้าไปยังพื้นที่สองภูมิภาคดังกล่าวอาจนำไปสู่การจับกุม คุมขัง หรือถูกจับได้ด้วย และด้วยความเสี่ยงต่าง ๆ นั้นทำให้มีการสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐของสหรัฐฯ ที่ทำงานในจอร์เจียเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินใด ๆ กับพลเมืองสหรัฐฯ ในสองภูมิภาคนั้นได้
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนา ของสหราชอาณาจักร ก็ออกคำแนะนำไม่ให้เดินทางไปยังสองภูมิภาคดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าพวกเขาไม่สามารถให้การสนับสนุนใด ๆ ต่อพลเมืองอังกฤษที่เดินทางไปที่นั่นได้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐของสหราชอาณาจักรถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าว





























