ญี่ปุ่นเตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร ตั้งเป้าเก็บตัวอย่างกลับมาศึกษาที่โลก

ที่มาของภาพ, JAXA
- Author, รีเบ็กกา มอเรลล์
- Author, อลิสัน ฟรานซิส
- Author, เควิน เชิร์ช
- Role, แผนกข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
ภารกิจสำรวจอวกาศครั้งนี้มีกำหนดจะปล่อยยานอวกาศในวันอังคารนี้ (20 ต.ค.) โดยมีเป้าหมายเพื่อไปเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างจากดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารที่มีชื่อว่าโฟบอส (Phobos) และนำชิ้นส่วนนั้นกลับมายังโลก
หากภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ จะถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำตัวอย่างจากดาวอังคารหรือดวงจันทร์บริวารของดาวดวงนี้ กลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก
ภายใต้ภารกิจชื่อว่า 'มาร์ส มูนส์ เอ็กซ์พลอเรชัน' หรือ 'เอ็มเอ็มเอ็กซ์' (Mars Moons Exploration - MMX) จะมีการส่งยานอวกาศขึ้นจากประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางถึงดวงจันทร์โฟบอสในเดือน ส.ค. 2027
มีความหวังว่าภารกิจนี้ ซึ่งนำโดยองค์การอวกาศของญี่ปุ่น (Japanese Space Agency) จะสามารถไขปริศนาเกี่ยวกับการก่อตัวของดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารได้
ศาสตราจารย์ซารา รัสเซลล์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Natural History Museum) ซึ่งเป็นรองหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตัวอย่างของภารกิจเอ็มเอ็มเอ็กซ์ กล่าวว่า "ยังไม่เคยมีภารกิจใดที่สามารถเดินทางไปยังโฟบอสและนำตัวอย่างกลับมายังโลกได้สำเร็จ"
"ฉันคิดว่านี่เป็นภารกิจที่ท้าทายและสนุกมาก" เธอกล่าว

ระบบสุริยะชั้นในมีดวงจันทร์อยู่เพียงสามดวง ได้แก่ ดวงจันทร์ของเรา และดวงจันทร์อีกสองดวงที่โคจรรอบดาวอังคาร ซึ่งมีชื่อว่าโฟบอส (Phobos) และดีมอส (Deimos)
ทั้งสองดวงนี้มีขนาดเล็กมาก โดยโฟบอสมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 กิโลเมตร และดีมอสมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 กิโลเมตร นอกจากนี้ ทั้งสองดวงยังมีรูปร่างตะปุ่มตะป่ำ ดูคล้ายกับมันฝรั่งบนอวกาศ
ยานอวกาศเอ็มเอ็มเอ็กซ์จะศึกษาดวงจันทร์ดีมอสขณะที่ยานโคจรเข้ามาใกล้ดาวอังคาร จากนั้นจะหันไปให้ความสำคัญกับดวงจันทร์โฟบอส
โครงการนี้มีแผนจะส่งยานสำรวจขนาดเล็กไปสำรวจภูมิประเทศบนดวงจันทร์ดังกล่าวด้วย แต่ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ศ.รัสเซลล์ กล่าวว่า ยังไม่มีใครเคยส่งยานสำรวจลงจอดบนดวงจันทร์ขนาดเล็กเช่นนี้มาก่อน
"ดวงจันทร์เองไม่ได้มีแรงโน้มถ่วงมากนัก" เธออธิบาย
"แต่ว่ามันอยู่ติดกับดาวเคราะห์ขนาดมหึมาที่มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่ามาก ซึ่งทำให้การส่งยานสำรวจลงจอดบนพื้นผิวเป็นเรื่องยากขึ้นมาก"

ที่มาของภาพ, NASA
ยานสำรวจจะค้นหาสถานที่ลงจอดเพื่อให้ยานอวกาศเอ็มเอ็มเอ็กซ์สามารถลงจอดบนโฟบอสได้ในภายหลัง
เมื่อลงจอดบนพื้นผิวแล้ว ยานจะกางแขนหุ่นยนต์และอุปกรณ์เก็บตัวอย่างสองชิ้นออกมาเพื่อเก็บฝุ่นบนดวงจันทร์กลับไป
ฝุ่นเหล่านี้จะถูกบรรจุลงในแคปซูลขนาดเล็ก มันจะได้กลับสู่โลกในปี 2031 โดยจะลงจอดในทะเลทรายวูเมรา ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย
ปริมาณวัตถุที่จะกลับคืนมานั้นน้อยมาก โดยจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 10 กรัมเท่านั้น
ดร.คริสซา อัฟเดลลิดู จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ซึ่งทำงานร่วมกับคณะผู้แทนญี่ปุ่น กล่าวว่า "จริง ๆ แล้วมันเป็นจำนวนที่น้อยมาก"
แต่เธอก็บอกว่า "อย่างไรก็ตาม เราสามารถทำการศึกษาหลายอย่างได้ แม้กระทั่งกับเมล็ดพืชแต่ละเมล็ด... คุณไม่จำเป็นต้องเก็บจากผิวดวงจันทร์กลับมาเป็นกิโลกรัมจึงจะสามารถทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ ดังนั้นทุกกรัมจึงคุ้มค่า" เธอกล่าว

ที่มาของภาพ, JAXA
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตัวอย่างนี้จะช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับที่มาของดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารได้ในที่สุด
ประเด็นดังกล่าวมีแนวคิดที่ขัดแย้งกันอยู่สองแนวคิด
แนวทางแรกก็คือมีหินอวกาศพุ่งชนดาวอังคารในช่วงที่ดาวอังคารเพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่ไม่นาน และเศษซากเหล่านั้นก็ก่อตัวขึ้นเป็นดวงจันทร์โฟบอสและดีมอส
ส่วนอีกแนวทางหนึ่งก็คือ ดวงจันทร์ทั้งสองดวงอาจเป็นดาวเคราะห์น้อยสองดวงที่โคจรมาจากระบบสุริยะชั้นนอก แล้วถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวอังคาร
"เมื่อเราได้ตัวอย่างกลับมา เราจะสามารถตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุของมันได้อย่างละเอียด และผลลัพธ์มันจะต่างกันมากระหว่างสมมติฐานทั้งสอง" ศ.รัสเซลล์กล่าว
"มันควรจะเห็นได้ชัดเจนโดยทันที... ว่ามันเกิดมาจากการชนอย่างรุนแรง หรือว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกดึงดูดเข้ามา ดังนั้นเราจะรู้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว"
ทีมงานยังหวังว่าจะมีโบนัสพิเศษส่งกลับมายังห้องปฏิบัติการของพวกเขาด้วย
"หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งก็คือ โฟบอสอยู่ใกล้กับพื้นผิวดาวอังคารมาก ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีการพุ่งชนพื้นผิวดาวอังคาร เม็ดฝุ่นเล็กๆ อาจฝังตัวลงไปในโฟบอสได้" ศ.รัสเซลล์กล่าว
"และนั่นหมายความว่าตัวอย่างที่เราได้กลับมาอาจมีอนุภาคจากดาวอังคารอยู่ด้วย ดังนั้นมันจึงสามารถบอกข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับองค์ประกอบและประวัติศาสตร์ของดาวอังคารได้"

ที่มาของภาพ, Kevin Church/BBC News
การนำวัสดุจากดาวอังคารกลับมายังโลกเป็นความใฝ่ฝันของนักวิทยาศาสตร์อวกาศมานานแล้ว
ยานสำรวจ 'เพอร์เซเวียแรนส์' (Perseverance) ของนาซา ซึ่งสำรวจดาวอังคารมาตั้งแต่ปี 2021 ได้เก็บตัวอย่างบนดาวอังคารอย่างระมัดระวังและจัดเก็บไว้ในภาชนะบรรจุ
แต่ภารกิจที่สองที่เป็นความร่วมมือกันระหว่านาซาและองค์กรอวกาศยุโรป (ESA) ที่ชื่อว่า 'มาร์ส แซมเปิล รีเทิร์น' (Mars Sample Return) ซึ่งมีเป้าหมายในการไปรับและส่งแคปซูลเหล่านี้กลับมานั้น ได้ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย หลังจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ ระงับการจัดสรรเงินทุนให้
จีนกำลังวางแผนภารกิจเก็บตัวอย่างจากดาวอังคารของตนเอง โดยมีกำหนดการปล่อยจรวดในปี 2028 และจะพยายามนำวัตถุจากดาวอังคารกลับมายังโลกในปี 2031
เรามีเศษชิ้นส่วนจากดาวอังคารอยู่บนโลกแล้วในรูปของอุกกาบาตจากดาวอังคาร
มีชิ้นส่วนของดาวอังคารหลายชิ้นที่ถูกดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนจนกระเด็นออกจากพื้นผิว และถูกเหวี่ยงมายังโลก
อุกกาบาตจากดาวอังคารนั้นหายากมาก แต่เช่นเดียวกับหินอวกาศทั้งหมดที่ตกลงมายังโลกของเรา พวกมันจะปนเปื้อนทันทีที่มาถึง โดยจะผสมไปกับอากาศ ฝุ่น ดิน และน้ำ
นักวิทยาศาสตร์ต่างกระตือรือร้นที่จะได้ตัวอย่างโดยตรงจากดาวอังคารและดวงจันทร์บริวารของมัน เพราะตัวอย่างเหล่านั้นจะบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
ภารกิจเอ็มเอ็มเอ็กซ์มีกำหนดการปล่อยตัวจากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ในวันที่ 20 ต.ค. เวลา 04:41 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 02:41 น. ตามเวลาไทย)































