ยาลดน้ำหนักส่งผลต่อพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์อย่างไร

A group of women are sat in a bar - one is being offered a glass of wine and she is holding up her hand to say "no"

ที่มาของภาพ, Peter Cade/Getty Images

    • Author, เกรซ ดีน
  • Published
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

เมื่อลิซา รีส รับยาลดน้ำหนักเข็มแรกในเดือน เม.ย. เธอหวังเพียงว่าจะสามารถลดน้ำหนักได้สักไม่กี่กิโลกรัม

แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือเธอพบผลข้างเคียงที่เธอเรียกว่าเป็น "ประโยชน์ที่ดีที่สุด" ของยา นั่นคือ นอกจากจะรับประทานอาหารน้อยลงแล้ว เธอยังดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงอย่างมากด้วย

ลิซา วัย 46 ปี จากเซาท์เวลส์ เคยดื่มไวน์ได้ถึง 2 ขวดในคืนที่ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่ปัจจุบัน หลังจากดื่มไปเพียง 2-3 แก้ว เธอกลับรู้สึกว่า "ร่างกายไม่สามารถดื่มต่อได้อีกแม้แต่หยดเดียว"

Lisa, a woman with long blonde hair in a pink and white floral top, smiles at the camera in front of a plain white background

ที่มาของภาพ, Albane McGuinness

คำบรรยายภาพ, ลิซาระบุว่า เธอไม่สามารถดื่มไวน์ได้ในปริมาณเท่าเดิมอีกต่อไป

มีงานวิจัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ศึกษาว่ายาลดน้ำหนักกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เชื่อมโยงกันอย่างไร

กลุ่มยาลดน้ำหนักซึ่งมีจำหน่ายภายใต้ชื่อทางการค้าอย่างเช่น เวโกวี (Wegovy), มอนจาโร (Mounjaro) และ โอเซมปิก (Ozempic) มีส่วนประกอบของเซมากลูไทด์ (semaglutide) หรือไทร์เซพาไทด์ (tirzepatide) ซึ่งเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนตามธรรมชาติที่เรียกว่า GLP-1 ที่ช่วยลดความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นจึงช่วยให้น้ำหนักลดลง

ดร.คริสเตียน เฮนเดอร์ชอต จากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา กล่าวว่า ผลการศึกษาในระยะแรกบ่งชี้ว่า เนื่องจากยาเหล่านี้ส่งผลต่อกลไกการตอบสนองต่อความพึงพอใจในสมอง จึงอาจช่วยลดความอยากสารเสพติดต่าง ๆ รวมถึงแอลกอฮอล์และนิโคตินได้

ในปี 2025 เขาเผยแพร่งานวิจัยขนาดเล็กที่พบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาซึ่งมีภาวะความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ (alcohol use disorder) ซึ่งตามนิยามของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) อธิบายว่ากลุ่มนี้มีการดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้น กลับมีความอยากดื่มแอลกอฮอล์ลดลงระหว่างที่ใช้ยาโอเซมปิก

ขณะที่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด แอนชูตซ์ (University of Colorado Anschutz) ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังชี้ว่ายากลุ่ม GLP-1 ในรูปแบบรับประทานช่วยลดจำนวนวันที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากในผู้ที่มีภาวะผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ (alcohol use disorder) ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางได้

ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีนิวส์ว่า แอลกอฮอล์ส่งผลต่อพวกเขาแตกต่างกันไป บางคนระบุว่าความอยากดื่มหายไป การดื่มทำให้รู้สึกคลื่นไส้หรืออึดอัดแน่นท้อง หรือทำให้มึนเมาได้เร็วขึ้น ขณะที่บางคนบอกว่าไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในความสัมพันธ์ของพวกเขากับแอลกอฮอล์เลย

ก่อนเริ่มใช้ยาเวโกวี ลิซากล่าวว่า เธอดื่มไวน์กับเพื่อน ๆ ราว 6-8 ขวดต่อสัปดาห์ แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกกังวลว่าปริมาณดังกล่าวอาจมากเกินไปและส่งผลเสียต่อสุขภาพ

คำแนะนำจากสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติสหราชอาณาจักร (NHS) ระบุแนวทางไว้ว่า ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกิน 14 หน่วยต่อสัปดาห์เป็นประจำ ปริมาณนี้เทียบเท่ากับไวน์ขนาดกลางประมาณ 6 แก้ว หรือเบียร์ประมาณ 6 ไพนต์ โดยการดื่มในปริมาณมากเป็นเวลานานอาจทำให้ตับเสียหาย มีภาวะความดันโลหิตสูง และมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้น

ลิซาระบุว่า หลังเริ่มใช้ยา ปริมาณการดื่มของเธอลดลงมากกว่าครึ่ง ในงานเทศกาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอดื่มไวน์เพียง 3 แก้วตลอดระยะเวลา 9 ชั่วโมง ขณะที่ในอดีตเธอบอกว่าอาจดื่มไวน์ถึง 2 ขวด และยังดื่มวอดก้าผสมเครื่องดื่มอื่นอีก 2 แก้ว

แอลกอฮอล์เป็นส่วนสำคัญของชีวิตทางสังคมของเธอมาโดยตลอด และเมื่อเธอหยุดดื่มไปหลายสัปดาห์ในช่วงปลายทศวรรษ 2010 เธอพบว่าเพื่อน ๆ เลิกชวนเธอไปงานสังสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งหลังจากนั้นทำให้เธอกลับมาดื่มอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ลิซาบอกว่าเธอยังคงตั้งตารอที่จะได้ดื่มไวน์ แต่หลังจากดื่มไปเพียง 2-3 แก้ว ก็ไม่สามารถดื่มต่อได้อีก

"ฉันยังรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ เพราะยังดื่มอยู่ แต่ดื่มน้อยลงมาก" ลิซากล่าว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วอร์เรน โธมัส วัย 45 ปี จากเมืองโคลเชสเตอร์ มักดื่มเบียร์เป็นครั้งคราวกับครอบครัวหลังเลิกงานและจะสังสรรค์ดื่มหนักกับกลุ่มเพื่อนเดือนละ 1-2 ครั้ง

แต่เมื่อเขาพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ใช้ยาลดน้ำหนักถึงแผนการเริ่มใช้ยามอนจาโร เพื่อน ๆ เตือนเขาว่า ยาดังกล่าวอาจส่งผลต่อปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ของเขา

วอร์เรนกล่าวว่า เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับยาครั้งแรกในช่วงกลางเดือน มิ.ย.

"ผมไม่อยากดื่มเลย" เขากล่าว "ผมแทบไม่รู้สึกอยากดื่มมันอีกแล้ว"

เมื่อเดือนที่แล้ว ระหว่างออกไปฉลองวันเกิดกับเพื่อน เขาบอกว่าดื่มเบียร์ไปเพียง 2 แก้ว ก็เริ่มรู้สึก "มึน ๆ และโคลงเคลงเล็กน้อย"

"ตอนนี้ความสามารถในการดื่มของผมแทบเป็นศูนย์" เขากล่าว

ศ.รัสเซล เฮิร์น แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและศาสตราจารย์ด้านการแพทย์แห่งคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการในคู่มือบริติช เนชันแนล ฟอร์มูลารี (British National Formulary) ซึ่งเป็นคู่มือการใช้ยาและการสั่งจ่ายยาที่แพทย์และเภสัชกรในสหราชอาณาจักรใช้อ้างอิง ว่าผู้ที่ใช้ยาลดน้ำหนักควรงดดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เขาให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในความดูแลอย่างรอบคอบ

"แอลกอฮอล์มีปริมาณแคลอรีอยู่มาก และหากเป้าหมายของคุณคือการลดน้ำหนัก การดื่มให้น้อยลงจะช่วยได้อย่างแน่นอน ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนอาหารระหว่างที่ใช้ยาในกลุ่ม GLP-1" เขากล่าว

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์เช่นลิซาและวอร์เรน การดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงถือเป็นผลพลอยได้ที่น่ายินดีจากการใช้ยา แต่สำหรับเฟย์ กูดวิน บัณฑิตจบใหม่วัย 20 ปี เธอมองว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตทางสังคมของเธอ

เฟย์บอกว่า เมื่อเธอดื่มแอลกอฮอล์เธอมักมีอาการคลื่นไส้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งถึงขั้นอาเจียนหรือมีอาการกรดไหลย้อนรุนแรง

เฟย์ ติดต่อเข้ามายังรายการบีบีซียัวร์วอยซ์ (BBC Your Voice) เธอใช้ยามอนจาโรมาตั้งแต่อายุ 18 ปี และแทบไม่รู้เลยว่าการดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ได้รับผลกระทบจากยาลดน้ำหนักเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าเคยหยุดฉีดยาเป็นเวลา 1 เดือน และสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยไม่เกิดอาการคลื่นไส้แต่อย่างใด

Faye, a woman with long brunette hair in a grey T-shirt, looks at the camera, standing in front of a plain white background

ที่มาของภาพ, Faye Goodwin

คำบรรยายภาพ, เฟย์บอกว่า การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เธอมีอาการคลื่นไส้และกรดไหลย้อน

เธอบอกว่า สำหรับคนวัยเดียวกับเธอ แอลกอฮอล์เป็นส่วนสำคัญของการเข้าสังคม

บางครั้งหากมีนัดออกไปสังสรรค์ในวันที่ต้องฉีดยา เธอจะเลื่อนการฉีดออกไป 1 วัน เพราะรู้สึกว่าผลกระทบของยาต่อการดื่มแอลกอฮอล์จะรุนแรงที่สุดในช่วง 1-2 วันหลังฉีด

เธอเคยปฏิเสธการนัดพบเพื่อนในบางโอกาส หากวันนั้นได้รับยาตามกำหนดไปแล้ว

เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ เธอมักดื่มได้น้อยกว่าคนอื่น ๆ มาก โดยเธอรู้สึกว่ามันส่งผลต่อความสามารถในการสร้างและรักษามิตรภาพ รวมทั้งทำให้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เป็นเรื่องยาก เนื่องจากกิจกรรมทางสังคมจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์

"ยากมากที่จะสนุกกับงานได้ เมื่อรู้ว่าฉันต้องนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ดื่ม ขณะที่คนอื่นกำลังสนุกกับการสังสรรค์ และหลายครั้งที่ฉันพยายามดื่ม แม้จะเป็นแค่ไวน์สักแก้ว ฉันก็ไม่สามารถดื่มหมดได้ เพราะอาการคลื่นไส้ที่รุนแรงมาก" เธอกล่าว

ผลการศึกษาเชิงสังเกตในประชากรทั่วไปบ่งชี้ว่า ผู้ที่ใช้ยาลดน้ำหนักมีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์ลดลงโดยรวม อย่างไรก็ตาม การทดลองทางคลินิกที่มีอยู่จนถึงขณะนี้มุ่งศึกษาในกลุ่มผู้ที่มีภาวะความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ มากกว่าผู้ที่ดื่มเป็นครั้งคราว

ดร.คริสเตียน เฮนเดอร์ชอต กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่า สถานพยาบาลบางแห่งในสหรัฐฯ ได้เริ่มสั่งจ่ายยากลุ่มนี้นอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ได้รับการอนุมัติ (off-label) ให้แก่ผู้ที่มีภาวะความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์แล้ว

ขณะที่ ดร.โจเซฟ ชัคต์ ผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักชนิดรับประทานและการดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ขึ้น โดยต้องมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากกว่าเดิมและติดตามผลเป็นระยะเวลานานขึ้น ก่อนที่หน่วยงานกำกับดูแลจะสามารถอนุมัติให้ใช้กลุ่มยาเหล่านี้เพื่อรักษาภาวะความผิดปกติจากการใช้แอลกอฮอล์ได้

Darren Quelch, a man with long brown hair in a grey suit and glasses, stands in cafe and looks at the camera

ที่มาของภาพ, Dr Darren Quelch

คำบรรยายภาพ, ดร.ดาร์เรน เควลช์ ระบุว่า ผู้เข้ารับการบำบัดอาการติดแอลกอฮอล์จำนวนหนึ่งกังวลหากต้องใช้ยาลดน้ำหนักเพื่อรักษาอาการติดแอลกอฮอล์

ดร.ดาร์เรน เควลช์ นักวิจัยด้านการเสพติดจากมหาวิทยาลัยเซาท์เวลส์ กล่าวว่า ยังคงมีคำถามสำคัญที่ต้องหาคำตอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยากลุ่มนี้เพื่อรักษาอาการเสพติดในผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคอ้วนหรือโรคเบาหวาน รวมถึงประเด็นที่ว่ายาดังกล่าวจะมีราคาที่ผู้ป่วยเข้าถึงได้หรือไม่

ยากลุ่มนี้ยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายประการ รวมถึงภาวะตับอ่อนอักเสบ ซึ่งแม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะที่รุนแรง

ขณะเดียวกันนักวิจัยกำลังศึกษาด้วยว่า ยาในกลุ่ม GLP-1 อาจสามารถนำมาใช้รักษาการเสพติดรูปแบบอื่น ๆ ได้หรือไม่ รวมถึงการติดบุหรี่และสารกลุ่มโอปิออยด์

วอร์เรนกล่าวว่า การเริ่มใช้ยาฉีดลดน้ำหนักทำให้เขาไม่อยากออกไปสังสรรค์ดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อน ๆ อีก "ผมไม่ค่อยอยากไปแล้ว... ผมแทบไม่มีความอยากดื่มเลย" เขากล่าว

แม้เขาจะไม่เคยมองว่าการดื่มของตัวเองเป็นปัญหา แต่ก็ถือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี "ผมรู้สึกสดชื่นมากที่เลิกดื่มได้อย่างสิ้นเชิงโดยแทบไม่ได้พยายามอะไรเลย" เขากล่าว