กรุงเทพฯ เริ่มคลี่คลาย แล้วน้ำท่วมในภาคตะวันออก-ตะวันตก สถานการณ์เป็นอย่างไร

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่าน ทำให้เกิดน้ำท่วมในถนนหลายสายในพื้นที่แขวงทางหลวงชนบท จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569
คำบรรยายภาพ, หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่าน ทำให้เกิดน้ำท่วมในถนนหลายสายในพื้นที่แขวงทางหลวงชนบท จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569
Published
เวลาอ่าน: 7 นาที

ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ในภาคตะวันตกและตะวันออกของไทย ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้น้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกลงมา ส่งผลให้เกิดเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด และส่งผลกระทบกับประชาชน 576,449 ครัวเรือน รวม 1,793,887 คน (ข้อมูล ณ 28 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 น.)

แม้ความสนใจส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เกิดน้ำท่วมจนต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต และมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน แต่ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น จ.สระแก้ว มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย จากเหตุน้ำท่วมซึ่งระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้น และมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 3 รายใน จ.จันทบุรี

ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันตกทั้ง จ.ตาก และ จ.กำแพงเพชร อีกด้วย ปภ. ยังเตือนภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง อีกด้วย

บีบีซีไทยรวบรวมสถานการณ์เหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดที่ได้รับความเสียหายไม่น้อยไปกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ จากเหตุฝนตกหนักครั้งนี้

ก้อนฝนกำลังเคลื่อนตัวไปภาคตะวันตก

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 10.00 น. วันนี้ (28 ก.ย.) ว่าก้อนฝนที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศไทยทำให้ในวันนี้ในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะยังมีฝนตกอยู่บ้างแต่จะไม่หนักมากนัก ทว่าก้อนฝนที่เคยทำให้ฝนตกหนักจะเคลื่อนตัวมาฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และเคลื่อนออกไปสู่ภาคตะวันตกของไทย

"จากเมื่อวาน (27 ก.ย.) ก้อนฝนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้ในวันนี้อาจจะมีฝนตกอยู่บ้างในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ แต่ว่าจะเป็นฝนที่ตกไม่หนัก ก้อนฝนที่เคยตกหนักจะเลื่อนมาสู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ แล้วก็จะเลื่อนออกไปสู่ภาคตะวันตกของประเทศไทย" นายเอกภพ กล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า ฝนก้อนเดียวกันที่ทำฝนตกหนักในกรุงเทพฯ จะเคลื่อนตัวไปทาง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่ปัจจุบันก็มีฝนตกอยู่แล้วในปริมาณ 200 มิลลิเมตร (มม.)/วัน และเตือนถึงพื้นที่เฝ้าระวังบริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ แม้ทั้งสองเขื่อนจะยังมีประสิทธิภาพรับน้ำอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่าพื้นที่ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง คือ จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ที่ต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง คือ จ.เพชรบุรี ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งกระจาน, ท่ายาง, บ้านลาด, เมืองเพชรบุรี โดยพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำควรเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว

ส่วนสถานการณ์ในอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ณ วันนี้ เวลา 7.00 น. มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 331 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินความจุ 12.60% ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำล้น (spillway) และจะส่งผลกระทบที่สองอำเภอ ได้แก่ อ.แกลง และ อ.วังจันทร์

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่าก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่าเขื่อนดินกำลังจะแตก จากการตรวจสอบพบว่าตัวเขื่อนไม่ได้แตก แต่บริเวณด้านข้างที่เรียกว่าหูทางระบายน้ำล้น ได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ โดยกรมชลประทานกำลังเข้าไปแก้ไข ซึ่งพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากได้แก่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง และ ต.น้ำเป็น อ.ชะเมา

.
คำบรรยายภาพ, น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนมากกว่า 10,000 ครัวเรือน ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2569

จังหวัดอื่นที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เช่น จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, บางเสาธง, บางพลี, บางบ่อ, พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ รวมประชาชนได้รับผลกระทบ แล้ว 124,678 ครัวเรือน แต่ระดับน้ำกำลังลดลง

ขณะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.พระนครศรีอยุธยา, เสนา, บางบาล, ผักไห่, บางไทร, และบางปะอิน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 13,971 ครัวเรือน และระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปภ. ระบุสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, นครปฐม, นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, บุรีรัมย์, จชัยภูมิ, นครราชสีมา, สุรินทร์, และกรุงเทพฯ

เตือนน้ำท่วมเฉียบพลันหลายพื้นที่ภาคตะวันตก

.
คำบรรยายภาพ, เกิดเหตุน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้น ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก สร้างความเสียหายให้กับที่พักอาศัย กว่า 20 หลังคาเรือน เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569

ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ปภ. ได้ประกาศเตือนหลายพื้นที่ภาคตะวันตกให้ขนของหรือเตรียมขนของขึ้นที่สูง ได้แก่

  • จ.ตาก: ฝนตกต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำในลำห้วยและคลองเพิ่มสูงขึ้น เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง บริเวณ อ.อุ้มผาง, อ.บ้านตาก และ อ.สามเงา
  • จ.อ่างทอง: เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก 1.3-1.8 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา/คลอง/พื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.ป่าโมก, อ.วิเศษชัยชาญ, อ.เมือง และ อ.ไชโย
  • จ.อุทัยธานี: เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาจล้นตลิ่ง บริเวณ ต.หาดทนง ต.เกาะเทโพ ต.สะแกกรัง ต.น้ำซึม ต.ท่าซุง ของ อ.เมืองอุทัยธานี
  • จ.กำแพงเพชร: ฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องทำระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ทั้งใน อ.เมือง, อ.ขาณุวรลักษบุรี, อ.คลองขลุง, อ.ปางศิลาทอง, อ.คลองลาน และ อ.โกสัมพีนคร

โดยวันนี้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 9.00 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตากรายงานเหตุน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.4 ม.8 และ ม.9 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก สร้างความเสียหายให้กับที่พักอาศัยกว่า 20 หลังคาเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรและถนนในหมู่บ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจน เนื่องจากเกิดเหตุไฟฟ้าดับ และปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังทรงตัว

ในเวลาต่อมา มีรายงานเกิดเหตุดินถล่มปิดทับเส้นทาง สายบ้านตาก - แม่ระมาด บริเวณบ้านม้งขุนห้วยตาก ม.5 ต.ท้องฟ้า อ.บ้านตาก จ.ตาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบเข้าดูแลพื้นที่

สถานการณ์ภาคตะวันออก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย

.
คำบรรยายภาพ, สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่บ้านห้วย ต.บ้านแก้ง อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สระแก้ว รายงานสถานการณ์น้ำวันนี้ระบุว่า อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จำนวน 17 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 204.03 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 76.07% ของความจุรวม และหนึ่งในอ่างเก็บน้ำสำคัญของจังหวัดอย่างอ่างเก็บน้ำพระสะทึง มีปริมาณน้ำ 73.083 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 112.44% ของความจุอ่าง ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำ 10.00 ล้าน ลบ.ม./วัน

จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกพบผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย แบ่งเป็น จ.สระแก้ว 5 ราย และ จ.จันทบุรี 3 ราย ตามการเปิดเผยของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน จึงได้สั่งการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบสถานะการเป็นผู้ประกันตนและสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิตทุกราย

จ.จันทบุรี ยังมีรายงานเกิดเหตุน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางสัญจร หลังฝนตกหนัก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ 31 ตำบล 163 หมู่บ้าน 1,508 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

สถานการณ์น้ำในคลองวังโตนด พื้นที่ต้นน้ำ อ.แก่งหางแมว แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำหลากเพิ่มเติม ขณะที่พื้นที่กลางน้ำใน อ.นายายอาม และ อ.ท่าใหม่ ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากมวลน้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำ ทำให้ถนนสุขุมวิทบางช่วงมีน้ำท่วมสูง รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้

ขณะที่แม่น้ำจันทบุรี พื้นที่ต้นน้ำใน อ.เขาคิชฌกูฏ ระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่กลางน้ำระดับน้ำทรงตัวและบางจุดเริ่มลดลง ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำในเขต อ.เมืองจันทบุรี ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ยังไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมือง

.
คำบรรยายภาพ, ระดับน้ำสูงและมีน้ำท่วมบนเส้นทางบริเวณแยกห้วยขื่อ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รถเล็กสัญจรไม่ได้และรถใหญ่ผ่านได้อย่างลำบาก ณ วันที่ 27 ก.ย. 2569

ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ไปแล้วอย่างน้อย 6 อำเภอตั้งแต่ระหว่างวันที่ 25-27 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้แก่ อ.เมือง, อ.บางคล้า, อ.พนมสารคาม, อ.บางน้ำเปรี้ยว, อ.แปลงยาว และ อ.ท่าตะเกียบ

ขณะที่ ปภ. ได้ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบเซลล์บรอดคาสต์ (cell Broadcast) เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย.

มวลน้ำก้อนหลักที่เข้าท่วม จ.ฉะเชิงเทราอยู่ในเวลานี้ มีทั้งจากฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัดในเขต อ.สนามชัยเขต ซึ่งมีน้ำล้นทำให้มวลน้ำเข้าท่วมพื้นที่หลายอำเภอที่น้ำผ่านเพื่อที่จะไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงที่ อ.บางคล้า

ที่ จ.ปราจีนบุรี ปภ. ระบุว่าเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, อ.กบินทร์บุรี, อ.นาดี, อ.ศรีมหาโพธิ, อ.ประจันตคาม, อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมโหสถ ส่งผลกระทบกับ 41 ตำบล 199 หมู่บ้าน และประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 4,106 ครัวเรือน ขณะที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศรายภาคพร้อมคาดการณ์ความเสี่ยงในการเกิดภัยของวันนี้ระบุว่า จ.ปราจีนบุรี, จ.สระแก้ว, และ จ.ฉะเชิงเทรา ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน - คนกรุงใช้เกณฑ์เดียวกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมว.สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันนี้ภายหลังประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 3/2569 ว่า รัฐบาลได้เตรียมงบกลางจำนวน 2,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท ซึ่งครัวเรือนในกรุงเทพฯ มีสิทธิได้เงินชดเชยในส่วนนี้เช่นกัน ขณะที่ กทม. ก็มีระเบียบการชดเชยเยียวยาประชาชน ซึ่งจะต้องมีการลงรายละเอียดต่อไปว่าจะจัดสรรกันอย่างไร

"ทั่วประเทศต้องใช้เกณฑ์เดียวกัน เพียงแต่ กทม. จะมีเกณฑ์อย่างไร แล้วมีงบกลางของ กทม. อย่างไร และในส่วนที่ต้องเพิ่มเติมรัฐบาลก็พร้อมจะสนับสนุน" นายภราดรระบุ

นายภราดร กล่าวต่อไปว่าภายหลังวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป การเยียวยาจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ได้ดำเนินการทำสัญญาใช้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติไว้ ซึ่งภัยใด ๆ เช่น อุทกภัย หากเกิดหลังวันที่ 1 ต.ค. 2569 ก็จะเป็นเรื่องของประกันภัย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ก็จะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล

รมว.สำนักนายกฯ เสริมด้วยว่ามาตรการเยียวยารถยนต์ในกรุงเทพฯ ที่ถูกน้ำท่วมจะถูกหารือในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) ซึ่งทุกหน่วยงานก็ได้เตรียมแผนของตัวเองไว้และจะขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป