โดนัลด์ ทรัมป์-สี จิ้นผิง หารือรอบสุดท้าย มีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง ?

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้จิบน้ำชาและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางกลับประเทศในวันนี้ (15 พ.ค.)
"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ของเรากับจีนจะแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้นกว่าที่เคย" ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียลช่วงเช้าตรู่
เวลา 10.10 น. ตามเวลาไทย ทรัมป์และสีปะกันที่จงหนานไห่ สถานที่พักอาศัยและที่ทำงานอันหรูหราของคณะผู้นำจีน
การพบกันครั้งนี้มีเป้าหมายบรรเทาผลกระทบจากสงครามทางการค้าอันเปราะบางที่ 2 ผู้นำทำกันไว้เมื่อเดือน ต.ค. 2025 ให้คงอยู่
มีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะขอให้จีนช่วยโน้มน้าวอิหร่านยอมทำข้อตกลงยุติสงครามกับสหรัฐฯ หลังประเด็นที่เกิดขึ้นจากผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันในประเทศไม่พอใจอย่างหนัก
ด้าน อแมนด้า เซียว ผู้อำนวยการประจำประเทศจีนของยูเรเซีย กรุ๊ป (Eurasia Group) กล่าวว่า "สิ่งที่น่าจับตามองคือการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับประธานาธิบดีสี ในการกดดันประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน"

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Reuters
สี จิ้นผิง เตรียมส่งเมล็ดกุหลาบให้ทรัมป์เป็นของขวัญ
ในสุนทรพจน์ของสี จิ้นผิง เขากล่าวถึงบริเวณจงหนานไห่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาต้อนรับทรัมป์เมื่อเช้านี้ว่า เป็นสถานที่ "ทำงานและอยู่อาศัยของผู้นำรัฐบาลกลางของจีน รวมถึงตัวเขาเองด้วย"
"สถานที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานหลวง มีประวัติศาสตร์มากมายอยู่ในบริเวณนี้" สี จิ้นผิง กล่าว พร้อมเสริมว่า หนึ่งในต้นไม้ที่พวกเขาชื่นชมระหว่างเดินเล่นนั้นมีอายุ 490 ปี
สีบอกว่า เขาจะส่งเมล็ดกุหลาบจีนที่พวกเขาเห็นในสวนไปให้ทรัมป์เป็นของขวัญ
"ผมชอบมาก มันเยี่ยมไปเลย" ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า พวกเขาพูดคุยกันเรื่องการค้า อิหร่าน และ "อีกหลายเรื่อง"
เขากล่าวว่า พวกเขา "แก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมายที่คนอื่นไม่สามารถแก้ไขได้"
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า "เราไม่ต้องการให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์" และ "เราต้องการให้ช่องแคบเปิดให้สัญจรอยู่"
จากนั้นเขาก็กล่าวขอบคุณสี จิ้นผิง โดยบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนกรุงปักกิ่ง และยังบอกด้วยว่าจะพบกันอีกครั้ง 24 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่สี จิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐฯ และเสริมว่าหวังว่าสีจะประทับใจกับสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่ทรัมป์ประทับใจจีนในครั้งนี้
ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้บรรลุ "ความสัมพันธ์ทวิภาคีรูปแบบใหม่" ที่ "สร้างสรรค์" และเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น "ก้าวสำคัญ"
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ล่ามภาษาอังกฤษกำลังแปลอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวถูกขอให้ออกจากห้อง และการถ่ายทอดสดก็สิ้นสุดลง

ที่มาของภาพ, EPA
การพบกันในวันแรก (14 พ.ค.) ทำเนียบขาวสรุปว่า ผู้นำทั้งสองต่างต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และดูเหมือนว่าประธานาธิบดีสีจะสนใจซื้อน้ำมันอเมริกันเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ขณะที่สื่อของรัฐบาลจีนรายงานโดยอ้างคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า ระหว่างการพบปะกันเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ทรัมป์และสี "ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 ประเทศและโลก และบรรลุข้อตกลงร่วมกันใหม่หลายประการ"
พวกเขาไม่ได้ลงรายละเอียดในหัวข้อเฉพาะเจาะจง แต่กล่าวเสริมว่าประธานาธิบดีทั้งสองได้ "บรรลุข้อตกลงที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการข้อกังวลของกันและกันอย่างเหมาะสม" และตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือในประเด็นระดับโลกและระดับภูมิภาค
ทรัมป์-สี คุยอะไรกัน
ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์ได้เปิดเผยรายละเอียดในการพูดคุยกับสี จิ้นผิง หลายประเด็น ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- ทรัมป์ระบุว่า สี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจีนจะระงับการจัดส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่อิหร่าน
"เขากล่าวว่าเขาจะไม่มอบยุทโธปกรณ์ทางทหาร นั่นเป็นการประกาศครั้งสำคัญ... แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็บอกว่าพวกเขาซื้อน้ำมันจากที่นั่นเป็นจำนวนมาก และพวกเขาอยากจะทำเช่นนั้นต่อไป" ทรัมป์กล่าว
- ทรัมป์ระบุว่า จีนต้องการจะเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง และคัดค้านการเรียกเก็บค่าผ่านทางสำหรับการสัญจรผ่านช่องแคบแห่งนี้ นอกจากนี้สีได้เสนอความช่วยเหลือในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
"ใครก็ตามที่ซื้อน้ำมันมากขนาดนั้น ย่อมต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับพวกเขาอย่างแน่นอน แต่เขากล่าวว่า 'ผมยินดีที่จะช่วยเหลือ หากผมสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง' เขาอยากเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิด" ทรัมป์กล่าว
- ทรัมป์ระบุว่า จีนตกลงที่จะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ "เราจะเริ่มส่งเรือจีนไปยังรัฐเท็กซัส ลุยเซียนา และอะแลสกา" เขากล่าวและว่า "สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการจริง ๆ คือพลังงาน เรามีพลังงานไม่จำกัด"
- ทรัมป์ระบุถึงการเจรจาด้านการค้าซึ่งเป็นไปด้วย "ดีกว่าครั้งที่แล้ว" และเสริมว่า "มีขนาดใหญ่กว่ามาก" หากเทียบกับข้อตกลง 36 ฉบับที่ลงนามครั้งที่แล้ว (ในคราวเยือนจีนเมื่อปี 2017) โดยจีน "จะซื้อสินค้าเกษตรของเราจำนวนมาก" เช่น ถั่วเหลือง
- ทรัมป์ระบุว่า สีตกลงที่จะสั่งเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ โดยอธิบายว่าการซื้อครั้งนี้เป็น "พันธสัญญา"
"เครื่องบินขนาดใหญ่ 200 ลำ นั่นหมายถึงงานจำนวนมาก" เขากล่าวและว่า "โบอิ้งต้องการ 150 ลำ แต่ได้มา 200 ลำ"
- ทรัมป์กล่าวถึงสีว่า เป็น "คนฉลาดมาก" และบอกว่าพวกเขามี "ความสัมพันธ์ที่ดี"
"เขาต้องให้เกียรติใครสักคน เขาไม่ใช่คนเล่น ๆ" ทรัมป์กล่าว "เขาสนใจแต่เรื่องจีน"
จีนจะ "ซื้อ ซื้อ ซื้อ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน บีบีซีนิวส์ วิเคราะห์คำกล่าวของทรัมป์ที่พูดกับฟอกซ์นิวส์เรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับจีน และการลดการขาดดุลการค้าดังกล่าวเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้
เพื่อให้ได้ชัยชนะกลับบ้าน ทรัมป์ต้องการให้จีนซื้อสินค้าอเมริกันมากขึ้น
เป็นไปได้ว่าสี จิ้นผิง จะให้คำมั่นว่าจะซื้อถั่วเหลืองและเนื้อวัวจากสหรัฐฯ รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรในพื้นที่สนับสนุนทรัมป์มีความสุขขึ้นเล็กน้อย
"ผมคิดว่าจีนจะซื้อ ซื้อ ซื้อ" ต้า เหว่ย ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยชิงหัวกล่าวและว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถใช้เรื่องนี้มาพูดว่า ดูสิ ผมประสบความสำเร็จมากมาย"
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสิ่งที่จีนต้องการอาจสร้างความยุ่งยากให้กับทรัมป์ นั่นคือ จีนต้องการเข้าถึงชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงจากสหรัฐฯ มากขึ้น
จีนกำลังเร่งสร้างหุ่นยนต์และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น และระบบ AI ชั้นนำส่วนใหญ่ของโลกยังคงพึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์จากบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างเอ็นวีเดีย (Nvidia)
การขายชิปของเอ็นวีเดียให้กับประเทศจีนถูกจำกัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และสี จิ้นผิง ต้องการให้ยกเลิกข้อจำกัดเหล่านั้นทั้งหมด
นโยบายสหรัฐฯ ต่อไต้หวันไม่เปลี่ยน
การพบกันในวันแรกของ 2 ผู้นำเป็นไปอย่างชื่นมื่น แต่สีได้ยกเรื่องไต้หวันมาคุยด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมาย ส่วนเรื่องอื่น ๆ บรรยากาศผ่อนคลายและเป็นมิตร
ในวันแรก (14 พ.ค.) การประชุมวงปิดระหว่างสีกับทรัมป์ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
ไต้หวัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจีนไปเพียง 80 กิโลเมตร เป็นประเด็นร้อนระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมานาน รัฐบาลจีนไม่เคยปฏิเสธการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมเกาะแห่งนี้ ส่วนสหรัฐฯ ก็มีกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันป้องกันตนเอง
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งร่วมคณะมาเยือนจีนด้วย กล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์ว่า เรื่องไต้หวันได้ถูกนำมาหารือ "จีนยกเรื่องนี้มาพูดเสมอ เราก็บอกชัดถึงจุดยืนของเราเสมอ แล้วเราก็ไปพูดเรื่องอื่น"
"นโยบายสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวันถึงวันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง" รูบิโอย้ำ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบรัฐพิธี (14 พ.ค.) สีเรียกความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ว่า เป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดในโลก
เขากล่าวเสริมว่า ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร 1.7 พันล้านคนใน 2 ประเทศนี้ และผลประโยชน์ของประชากรโลกกว่า 8 พันล้านคน
ประธานาธิบดีจีนปิดท้ายสุนทรพจน์ด้วยการอวยพรให้ทั้ง 2 ประเทศมีการพัฒนาและมีอนาคตที่สดใส
"ไชโย" เขากล่าวพลางยกแก้วขึ้น
ประธานาธิบดีจีนปิดท้ายสุนทรพจน์ด้วยการอวยพรให้ทั้ง 2 ประเทศมีการพัฒนาและมีอนาคตที่สดใส
"ไชโย" เขากล่าวพลางยกแก้วขึ้น
ด้านทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์โดยระบุว่า เขาได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และบอกด้วยว่า เขาและสีได้สนทนากันอย่างสร้างสรรค์ โดยเป็นโอกาสอัน "ล้ำค่า" ที่ได้หารือกันในหลายเรื่อง
"นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่กับพวกคุณ" ผู้นำสหรัฐฯ ระบุ

ที่มาของภาพ, Reuters






























