ทรัมป์ปัดตกข้อเสนอยุติสงครามล่าสุดของอิหร่าน ชี้ "ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง"

    • Author, จอร์จ ไรท์
    • Author, เฮนรี แอสเทียร์
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธข้อเสนอยุติสงครามล่าสุดของอิหร่านพร้อมชี้ว่า "ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง"

ขณะที่สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ของอิหร่านระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งถูกส่งผ่านปากีสถานประเทศผู้ไกล่เกลี่ยมีเนื้อหาสำคัญประกอบด้วย ขอให้ยุติสงครามในทุกแนวรบโดยทันที การยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และการรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านอีกต่อไป

ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นในเดือน ก.พ. นั้น ได้รับการปฏิบัติตามเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีการยิงปะทะกันเป็นครั้งคราวก็ตาม

ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวย้ำว่า สงครามในอิหร่านจะ "จบลงอย่างรวดเร็ว"

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า ต้อง "กำจัด" ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อิหร่านสะสมไว้ก่อนจึงจะถือว่าสงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลงได้

"ยังมีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอีกหลายแห่งที่ต้องรื้อถอน" เนทันยาฮูกล่าวในการให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS)

ขณะที่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (10 พ.ค.) ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ไม่ได้กล่าวถึงข้อเสนอของอิหร่านโดยตรง แต่กล่าวว่า "เราจะไม่ยอมก้มหัวให้ศัตรู และหากมีการพูดถึงการเจรจาหรือการพูดคุยเกิดขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมจำนนหรือถอยทัพ"

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า "ผมเพิ่งอ่านข้อเสนอจาก 'ตัวแทน' ของอิหร่าน ผมไม่ชอบเลย - ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง"

ขณะที่สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) ของสหรัฐฯ ระบุว่า บันทึกข้อตกลงของสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งหน้าระบุถึงเงื่อนไข 14 ประการ ซึ่งประกอบด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น การระงับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการฟื้นฟูการเดินเรืออย่างเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รายงานดังกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคนและแหล่งข่าวอีกสองแหล่ง ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ระบุชื่อ โดยระบุว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแล้ว แหล่งข่าวเหล่านี้รายงานว่า เงื่อนไขหลายข้อที่ระบุไว้ในบันทึกข้อความนั้นจะมีผลก็ต่อเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

จนถึงขณะนี้อิหร่านยังคงดำเนินการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น

ด้านสหรัฐฯ ได้ทำการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรการที่สร้างความไม่พอใจให้กับอิหร่านเป็นอย่างมาก

ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและกองทัพสหรัฐฯ ร่วมกันโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งต่อมาได้มีการประกาศหยุดยิงต่ออิหร่านในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ เนทันยาฮูบอกว่า "ผมต้องการลดการสนับสนุนทางการเงินจากสหรัฐฯ ต่อกองทัพอิสราเอลให้เหลือศูนย์" และ "เราได้รับเงินสนับสนุนปีละ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.23 แสนล้านบาท) และผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะยุติการสนับสนุนทางทหารที่เหลืออยู่"

เขากล่าวเสริมว่า "มาเริ่มกันตั้งแต่ตอนนี้และทำต่อไปในอีกสิบปีข้างหน้า"

นอกจากนี้อิหร่านได้เตือนประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของอิหร่านรายงานว่า โมฮัมหมัด อัครามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่า เรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเผชิญกับ "ผลกระทบร้ายแรง" หากไม่ให้ความร่วมมือกับอิหร่านก่อน

อัครามิเนียกล่าวว่า ชาวอเมริกัน "จะไม่มีวันสามารถเปลี่ยนพื้นที่กว้างใหญ่ในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือนี้ให้กลายเป็นการปิดล้อมที่แท้จริงได้ด้วยการส่งกองเรือของพวกเขามาปิดล้อม"

อิหร่านได้ใช้ประโยชน์จากการควบคุมการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากสงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยเส้นทางดังกล่าวถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของโลก

อิหร่านได้ออกคำเตือน และในบางกรณีก็โจมตีเรือที่พยายามข้ามช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ มีกำลังทหารจำนวนมากประจำการในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีฐานทัพในกาตาร์ บาห์เรน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการประกาศว่ากองทัพเรืออังกฤษกำลังส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเข้าร่วมภารกิจระหว่างประเทศเพื่อปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส สนับสนุนภารกิจด้านการขนส่งทางเรือครั้งนี้ กล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการสู้รบในภูมิภาคนี้ยุติลงแล้วเท่านั้น

ด้านอิหร่านได้ออกมาเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะมีการ "ตอบโต้ที่เด็ดขาดและทันที" ต่อการส่งกำลังทหารของฝรั่งเศสหรืออังกฤษในช่องแคบ

จากนั้นมาครงกล่าวว่าฝรั่งเศส "ไม่เคยพิจารณา" ถึงการส่งกำลังทางเรือ แต่เป็นการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงที่จะ "ประสานงานกับอิหร่าน"

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอิหร่านได้ตอบโต้พันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียด้วย

ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร หรือยูเคเอ็มทีโอ (UKMTO) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ กล่าวว่า เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ลำหนึ่งถูก "โจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด" ห่างจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 23 ไมล์ทะเล (43 กิโลเมตร) ทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ต่อมาสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อว่า เรือลำดังกล่าว "แล่นอยู่ภายใต้ธงชาติสหรัฐฯ และเป็นของสหรัฐอเมริกา"

นอกจากนี้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คูเวตกล่าวว่า พบโดรนหลายลำรุกล้ำน่านฟ้าของตน และกองทัพได้ "จัดการกับพวกมันแล้ว"

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนได้สกัดกั้นโดรนสองลำที่มาจากอิหร่าน

รัฐมนตรีกลาโหมจากกว่า 40 ประเทศจะประชุมกันในวันจันทร์นี้ (11 พ.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการที่นำโดยสหราชอาณาจักรในการปกป้องการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษ และแคทเธอรีน วอทริน รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศส จะเป็นประธานร่วมในการประชุม ซึ่งคาดว่าชาติพันธมิตรจะชี้แจงถึงวิธีการควบคุมการจราจรทางทะเลเมื่อการสู้รบยุติลง

ทรัมป์เขียนบนโพสต์ทรูธ โซเชียล (Truth Social) เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า หากอิหร่านไม่ตกลงทำข้อตกลง "การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้นขึ้น และน่าเศร้าที่มันจะอยู่ในระดับและความรุนแรงที่สูงกว่าแต่ก่อนมาก"