เปิดเบอร์หาเสียงแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครได้เบอร์อะไรบ้าง ?

Published
เวลาอ่าน: 8 นาที

ในวันแรกของการเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต พบว่ามีผู้เสนอตัวเป็นผู้ว่าฯ ทั้งหมด 16 คน และ ส.ก. 241 คน โดยหลายคนเริ่มหาเสียงและแนะนำตัวกับประชาชนหลังจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร

บรรดาผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และทีมงานเดินทางมาถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำให้บรรยากาศการเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ เต็มไปด้วยความคึกคัก

สิ่งแรก ๆ ที่ผู้สมัครและทีมงานทำเมื่อเดินทางมาถึงอาคารไอราวัตพัฒนา สถานที่รับสมัครก็คือ การไหว้ขอพรที่ประติมากรรมพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

จากนั้นผู้สมัครหลักได้แยกย้ายกันให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนซึ่งจัดเวทีรายงานสดบริเวณลานด้านหน้าอาคาร เพื่อเสนอตัวเป็นผู้บริหารเมืองหลวงและฉายภาพว่ากรุงเทพฯ จะดีขึ้นได้อย่างไรหากพวกเขาได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.

สำหรับผู้สมัครที่พรรคการเมืองส่งเข้าแข่งขัน อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน (ปชน.), นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ (ศก.)

ส่วนผู้สมัครที่ลงสนามเลือกตั้งในนามอิสระ อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการ กทม. ที่ขอ "สานงานต่อ" นั่งเก้าอี้สมัยที่ 2 รวมถึงนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หรือ "ซินแสโจ้", ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. และ ส.ก. จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 08.00-17.00 น. เพียงวันเดียวเท่านั้น ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือเลือกตั้งนอกเขต โดยเป็นการเลือกตั้งในรอบ 4 ปี หลังจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 18 พ.ค. ก่อนครบวาระไม่กี่วัน

ในครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.5 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 1 แสนคนจากเมื่อ 4 ปีก่อน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครเป็นคนแรกเวลา 05.50 น. ด้วยการปั่นจักรยานมาพร้อมทีมรองผู้ว่าฯ จากสเตเดียมวัน-ศาลาว่าการ กทม. รวมระยะทางประมาณ 6 กม. ซึ่งเขากล่าวว่า "ไม่ได้นอนมา ปั่นจักรยานมา" และยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยจะทำอะไรก่อน โดยบอกว่า "ก็จะเป็นผู้ว่าฯ ติดดินเหมือนเดิม"

นายชัชชาติให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น นิวส์ ถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมาและนโยบายที่นำเสนอในการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อนเริ่มต้นด้วยนโยบาย 226 โครงการ พอดำเนินการไปแล้วพบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 244 โครงการ แต่ในที่สุดก็จบลงด้วย 235-236 โครงการ พร้อมยอมรับว่ามี 7-8 โครงการที่ไม่ได้ทำ เพราะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์

"ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว วิสัยทัศน์ของเราคือ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน สำหรับปีนี้วิสัยทัศน์คือ เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน เราเชื่อว่าครั้งที่แล้วเราทำให้เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว แต่ว่าอนาคตเราต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจ ความหวัง เรื่องโอกาสกับทุกคน" นายชัชชาติกล่าว

ในอีก 4 ปีข้างหน้าตามแนวความคิดของนายชัชชาตินั้น อยากให้เมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้นทางเศรษฐกิจ ใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงความโปร่งใสมากขึ้น

"กทม. ต้องทำหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน" นายชัชชาติบอก ก่อนเสริมว่า "quick win" (แผนปฏิบัติการเร่งรัด) ของตนและทีมงานก็คือการเสริมสร้างเศรษฐกิจด้วยการปลดปล่อยประสิทธิภาพของมือง เช่น การปลดกฎระเบียบต่าง ๆ อำนวยความสะดวก เพิ่มความโปร่งใส และคุณภาพชีวิต

เขายังนำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด "ระบบขับเคลื่อนเมือง" ซึ่งหมายถึงการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการ เช่น การยื่นคำร้อง หรือ การให้ส่งข้อมูลสาธารณสุขทางระบบดิจิทัล ย่นเวลาเพื่อผู้คนจะได้นำเวลาไปทำสิ่งอื่น ๆ

นอกจากนี้ เขายอมรับด้วยว่าไม่มีความหนักใจในการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการ กทม. เพราะไม่ได้แบกรับความคาดหวัง เนื่องจากเป็นผู้สมัครเลือกตั้งในนามอิสระ

"ตัวเราเองเป็น[ผู้สมัครในนาม]อิสระ แพ้ก็แพ้ ชนะก็ชนะ เราไม่ได้แบกอะไรไว้บนหลังเรา…แล้วแต่ประชาชนเลย ได้คะแนนเสียงเยอะก็ดี ได้น้อยก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน" เขาบอก

"ถ้าเลือกผมก็คือไว้ใจผม จะเลือกใครก็ขอให้ไว้ใจคนนั้นว่าเขาทำงานได้ ซื่อสัตย์สุจริตและเห็นแก่ส่วนรวม" เขากล่าว

นายชัชชาติยังบอกด้วยว่า พร้อมทำงานกับ ส.ก. กับทุกคน เนื่องจากว่า การเลือกผู้ว่าฯ กทม. กับการเลือกตั้ง ส.ก. แยกกัน

ขณะที่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. จากพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าสมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า จุดขายสำคัญของพรรคคือการเสนอวาระเมืองและวาระรายเขต ของ ส.ก. ซึ่งหากว่าประชาชนมีความต้องการให้วาระเขตต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้น ก็ควรเลือกผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชนด้วย โดยเน้นแคมเปญในการหาเสียง "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ" พร้อมกับเน้นการทำให้กรุงเทพโปร่งใส ใช้ AI ปราบโกงต้นน้ำ

ต่อมานายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐว่า นโยบายภายใต้ปีก "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ" ว่าจะทวงคืนเวลาของคนกรุงเทพฯ ที่ใช้ไปบนท้องถนนกับการจราจรที่ติดขัดกลับมา

"กรุงเทพฯ ง่าย ๆ จะเข้ามาตอบโจทย์ของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเอาเงินมาซื้อความง่ายได้สิ่งที่เขาต้องแลกมาคือเวลากับพลังชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่ต้องเสียเวลารถติดบนท้องถนน วันหนึ่งขาไปเป็นชั่วโมงกลับเป็นชั่วโมง…ถ้าเราเอาเวลาคืนกลับมาให้คนกรุงเทพฯ สักวันละ 15 นาที เราจะได้เวลากลับมาสี่วันเต็ม ๆ" นายชัยวัฒน์กล่าว

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หนึ่งในทีมงานของนายชัยวัฒน์ บอกว่า การเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่างนายชัชชาติก็ไม่ง่าย แต่ย้ำว่า "มันไม่ใช่การแข่งขันระหว่างอาจารย์ชัชชาติหรือเรา แต่เป็นการแข่งขันเชิงนโยบายและมองเมืองข้างหน้าไปไกล"

นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ จากกลุ่มกรุงเทพบินได้ คาดหวังจะได้รับคะแนนเท่ากับอดีตผู้ว่าฯ "ชัชชาติชนะ 1.3 ล้าน ผมก็อยากได้ 1.3 ล้าน ไม่อย่างนั้นก็บริหารไม่ได้"

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกรุงเทพบินได้ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่านโยบายของกลุ่มเป็นไปไม่ได้จริง โดยยกตัวอย่างนโยบาย "คลองแสนกินได้" ว่า คนที่บอกว่าทำไม่ได้เพราะไร้ความสามารถที่จะทำ เห็นแล้วใน 4 ปี แต่กลุ่มมองว่าเป็นไปได้ เช่นเดียวกับนโยบาย "ปั๊มลูก" ซึ่งทางกลุ่มไม่ต้องการ "ทำงาน ทำงาน ทำงาน" แต่อยากให้คน กทม. "ทำงาน ออกกำลังกาย พักผ่อน ปั๊มลูก" ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนมาทำงาน

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) ปฏิเสธจะพูดถึงคะแนนเป้าหมายที่คาดหวังจากการลงสมัครในครั้งนี้ โดยบอกว่าได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ส่วนที่ผลสำรวจคะแนนนิยมพบว่าชัชชาติมีคะแนนนำและทิ้งงห่างผู้สมัครรายอื่น ๆ จนถูกมองว่าผู้สมัครที่เหลืออาจเป็นเพียง "ไม้ประดับ" นั้น แคนดิเดตผู้ว่าฯ จากพรรค ศก. ตอบว่า "ผมไม่ใช่ผู้หญิง จะได้เป็นไม้ประดับให้ใคร ผมสู้เต็มที่ เมื่อลงมาสู้แล้ว ก็ฝากพี่น้องประชาชนด้วยนะครับลองเลือกผมเข้ามาทำงานสักครั้ง"

พล.ต.ท.ชาญเทพ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐว่า ตนมาพร้อมกับการนำเสนอนโยบาย 5 ข้อ ได้แก่ การปราบปรามอาชญากรรมชีวิตและทรัพย์สิน, การจราจร, การจัดการขยะ, ระบบสาธารณะสุข, และ ความโปร่งใส

แต่หากเป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด เขาเผยว่าจะเน้นไปที่เรื่องการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาพร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรีแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรค โดยยืนยันว่าทุกองคาพยพของพรรคพร้อมสนับสนุนงาน เพราะปัญหาของ กทม. พันกับปัญหาระดับชาติ การเดินหน้าให้ กทม. เป็นไปได้มากกว่านี้ต้องอาศัยทุกกลไก ซึ่งพรรค ปชป. พร้อมทั้งนโยบายและบุคลากร

ส่วนคะแนนแคนดิเดตผู้ว่าฯ และยอด สก. ต้องได้เท่าไร จึงจะถือว่า ปชป. กลับมาแล้วในยุคฟื้นฟูพรรคนั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ต้องได้มากกว่าคนอื่น สัก 1 คะแนนก็พอ"

เปิดเบอร์หาเสียงแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.

ในการจับสลากหมายเลขของผู้สมัครเพื่อเป็นลำดับในการยื่นใบสมัครของผู้สมัครรายนั้น รวมถึงเป็นหมายเลขประตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จะใช้ตลอดการหาเสียง มีผู้มายื่นก่อนเวลา 08.30 น. จำนวน 13 คน ทั้งผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระ โดยผลการจับสลากหมายเลขประตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีดังนี้

  • เบอร์ 1: ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี
  • เบอร์ 2: นายสมัย ละเลิศ
  • เบอร์ 3: นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์
  • เบอร์ 4: นายประทีป วัชรโชคเกษม
  • เบอร์ 5: นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
  • เบอร์ 6: นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์
  • เบอร์ 7: นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (กลุ่มกรุงเทพบินได้)
  • เบอร์ 8: นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล
  • เบอร์ 9: นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการ กทม. (อิสระ)
  • เบอร์ 10: นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน)
  • เบอร์ 11: นายประยูร ครองยศ
  • เบอร์ 12: พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ)
  • เบอร์ 13: นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล

สำหรับผู้สมัครที่เดินทางมาหลังจากเวลาเริ่มรับสมัคร จะได้รับหมายเลขประจำตัวเป็นเลขลำดับถัดไป เช่น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แม้ถึงบริเวณศาลาว่าการ กทม. ตั้งแต่เช้า แต่เข้ายื่นเอกสารไม่ทันเวลา 08.30 น. จึงได้หมายเลข 14 ไปโดยปริยาย

ทันทีที่รู้ผลการจับสลากหมายเลขของผู้สมัคร บรรดากองเชียร์ที่รออยู่ด้านนอกก็เริ่มตะโกนชื่อผู้สมัคร พร้อมหมายเลขโต้กันไปมาเซ็งแซ่

หลังจากจับสลากหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ในส่วนของ ส.ก. ก็จะมีการจับสลากเรียงทีละเขตจนครบทั้ง 50 เขตต่อไป

การรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จะมีไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับสมัครรับ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ผู้สมัครที่คุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 8 มิ.ย. นี้

กกต. ยืนยันบัตรเลือกตั้งไร้บาร์โค้ด

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.ทถ.กทม.) แถลงว่า ภาพรวมการเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ครึ่งวันเช้า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้คาดหวังว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าปี 2565 ซึ่งมาใช้สิทธิ 60.73% ถ้าเป็นไปได้อยากให้ถึง 100% คาดหวังให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อที่จะได้ผู้บริหารที่มีความสามารถมาพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ใน กทม.

ด้านนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กลาง เปิดเผยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา จะใช้บัตรเลือกตั้งคนละประเภทกับการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งได้ว่าจ้างโรงพิมพ์จัดทำบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด แต่มีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงโดยใช้ตราประทับ

ต่อมาเวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต. เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ในวันแรก โดยพบว่า มีผู้สมัครเป็นผู้ว่าฯ ทั้งหมด 16 คน และสมัครเป็น ส.ก. 241 คน โดยเขตที่มีผู้สมัคร ส.ก. มากที่สุดคือ เขตคลองสามวา 10 คน รองลงมาคือ เขตคันนายาว 9 คน และเขตพญาไท ภาษีเจริญ ยานนาวา เขตละ 7 คน ส่วนเขตที่มีผู้สมัคร ส.ก. น้อยที่สุดคือ เขตคลองเตย 2 คน