เปิดเบอร์หาเสียงแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครได้เบอร์อะไรบ้าง ?

ภาพว่าที่ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคและกลุ่มต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

Published
เวลาอ่าน: 8 นาที

ในวันแรกของการเปิดรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) บรรดาผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และทีมงานเดินทางมาถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

สิ่งแรก ๆ ที่ผู้สมัครและทีมงานทำเมื่อเดินทางมาถึงอาคารไอราวัตพัฒนา สถานที่รับสมัครก็คือ การไหว้ขอพรที่ประติมากรรมพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

จากนั้นผู้สมัครหลักได้แยกย้ายกันให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนซึ่งจัดเวทีรายงานสดบริเวณลานด้านหน้าอาคาร เพื่อเสนอตัวเป็นผู้บริหารเมืองหลวงและฉายภาพว่ากรุงเทพฯ จะดีขึ้นได้อย่างไรหากพวกเขาได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.

สำหรับผู้สมัครที่พรรคการเมืองส่งเข้าแข่งขัน อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน (ปชน.), นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ (ศก.)

ส่วนผู้สมัครที่ลงสนามเลือกตั้งในนามอิสระ อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการ กทม. ที่ขอ "สานงานต่อ" นั่งเก้าอี้สมัยที่ 2 รวมถึงนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หรือ "ซินแสโจ้", ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

นายชัชชาติ พร้อมทีมงานเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครเป็นคนแรกเวลา 05.50 น.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายชัชชาติ พร้อมทีมงานเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครเป็นคนแรกเวลา 05.50 น.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครเป็นคนแรกเวลา 05.50 น. ด้วยการปั่นจักรยานมาพร้อมทีมรองผู้ว่าฯ จากสเตเดียมวัน-ศาลาว่าการ กทม. รวมระยะทางประมาณ 6 กม. ทั้งนี้เขาตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยจะทำอะไรก่อน โดยบอกว่า "ก็จะเป็นผู้ว่าฯ ติดดินเหมือนเดิม"

นายชัชชาติให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น นิวส์ ถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมาและนโยบายที่นำเสนอในการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อนเริ่มต้นด้วยนโยบาย 226 โครงการ พอดำเนินการไปแล้วพบว่าเพิ่มขึนเป็น 244 โครงการแต่ในที่สุดก็จบลงด้วย 235-236 โครงการ เขายอมรับว่ามี 7-8 โครงการ ที่ไม่ได้ทำ เพราะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์

"ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว วิสัยทัศน์ของเราคือ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน สำหรับปีนี้วิสัยทัศน์คือ เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน เราเชื่อว่า ปีที่แล้วเราทำให้เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว แต่ว่าอนาคตเราต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจ ความหวัง เรื่องโอกาสกับทุกคน" นายชัชชาติกล่าว

ในอีก 4 ปีข้างหน้าตามแนวความคิดของนายชัชชาติ นั้นคือ อยากให้เมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้นทางเศรษฐกิจ ใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงความโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังบอกว่าพร้อมทำงานกับ ส.ก.กับทุกคน เนื่องจากว่า การเลือกผู้ว่าฯ กทม. กับการเลือกตั้ง ส.ก. แยกกัน

ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก. เข้าคิวกันขอพรจากประติมากรรม "พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ" ก่อนเข้ายื่นเอกสารสมัครและจับฉลากหมายเลข

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก. เข้าคิวกันขอพรจากประติมากรรม "พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ" ก่อนเข้ายื่นเอกสารสมัครและจับฉลากหมายเลข

"กทม. ต้องทำหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน" นายชัชชาติบอก แต่เขาเสริมว่า "quick win" (แผนปฏิบัติการเร่งรัด) ของตนและทีมงานก็คือการเสริมสร้างเศรษฐกิจด้วยการปลดปล่อยประสิทธิภาพของมือง เช่น การปลดกฎระเบียบต่าง ๆ อำนวยความสะดวก เพิ่มความโปร่งใส และคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ เขายังนำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด "ระบบขับเคลื่อนเมือง" ซึ่งหมายถึงการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการ เช่น การยื่นคำร้อง หรือ การให้ส่งข้อมูลสาธารณสุขทางระบบดิจิทัล ย่นเวลาเพื่อผู้คนจะได้นำเวลาไปทำสิ่งอื่น ๆ

นอกจากนี้ เขายอมรับด้วยว่าไม่มีความหนักใจในการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการ กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพราะตนไม่ได้แบกรับความคาดหวังเนื่องจากเป็นผู้สมัครเลือกตั้งในนามอิสระ

"ตัวเราเองเป็น[ผู้สมัครในนาม]อิสระ แพ้ก็แพ้ชนะก็ชนะ เราไม่ได้แบกอะไรไว้บนหลังเรา…แล้วแต่ประชาชนเลย ได้คะแนนเสียงเยอะก็ดี ได้น้อยก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน" เขาบอก

"ถ้าเลือกผมก็คือไว้ใจผม จะเลือกใครก็ขอให้ไว้ใจคนนั้นว่าเขาทำงานได้ ซื่อสัตย์สุจริตและเห็นแก่ส่วนรวม" เขากล่าว

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เดินทางถึงที่รับสมัครเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เดินทางถึงที่รับสมัครเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. จากพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าสมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า ทางพรรคฯ นำเสนอจุดขายสำคัญของพรรค นั่นคือ วาระเมืองและวาระรายเขต ของ ส.ก. ซึ่งหากว่าประชาชนมีความต้องการให้วาระเขตต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้น ก็ควรเลือกผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชนด้วย โดยเน้นแคมเปญในการหาเสียง "กรุงเทพฯ ง่ายๆ" พร้อมกับเน้นการทำให้กรุงเทพโปร่งใส ใช้ AI ปราบโกงต้นน้ำ

ต่อมานายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐว่า นโยบายภายใต้ปีก "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ" ว่าจะทวงคืนเวลาของคนกรุงเทพฯ ที่ใช้ไปบนท้องถนนกับการจราจรที่ติดขัดกลับมา

"กรุงเทพฯ ง่าย ๆ จะเข้ามาตอบโจทย์ของคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเอาเงินมาซื้อความง่ายได้สิ่งที่เขาต้องแลกมาคือเวลากับพลังชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่ต้องเสียเวลารถติดบนท้องถนน วันหนึ่งขาไปเป็นชั่วโมงกลับเป็นชั่วโมง…ถ้าเราเอาเวลาคืนกลับมาให้คนกรุงเทพฯ สักวันละ 15 นาที เราจะได้เวลากลับมาสี่วันเต็ม ๆ" นายชัยวัฒน์กล่าว

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หนึ่งในทีมงานของนายชัยวัฒน์ บอกว่า การเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่างนายชัชชาติก็ไม่ง่าย แต่ย้ำว่า "มันไม่ใช่การแข่งขันระหว่างอาจารย์ชัชชาติหรือเรา แต่เป็นการแข่งขันเชิงนโยบายและมองเมืองข้างหน้าไปไกล"

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ (ศก.)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ (ศก.)

นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ จากกลุ่มกรุงเทพบินได้ คาดหวังจะได้รับคะแนนเท่ากับอดีตผู้ว่าฯ "ชัชชาติชนะ 1.3 ล้าน ผมก็อยากได้ 1.3 ล้าน ไม่อย่างนั้นก็บริหารไม่ได้"

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกรุงเทพบินได้ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่านโยบายของกลุ่มเป็นไปไม่ได้จริง โดยยกตัวอย่างนโยบาย "คลองแสนกินได้" ว่า คนที่บอกว่าทำไม่ได้เพราะไร้ความสามารถที่จะทำ เห็นแล้วใน 4 ปี แต่กลุ่มมองว่าเป็นไปได้ เช่นเดียวกับนโยบาย "ปั๊มลูก" ซึ่งทางกลุ่มไม่ต้องการ "ทำงาน ทำงาน ทำงาน" แต่อยากให้คน กทม. "ทำงาน ออกกำลังกาย พักผ่อน ปั๊มลูก" ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนมาทำงาน

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) ปฏิเสธจะพูดถึงคะแนนเป้าหมายที่คาดหวังจากการลงสมัครในครั้งนี้ โดยบอกว่าได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ส่วนที่ผลสำรวจคะแนนนิยมพบว่าชัชชาติมีคะแนนนำและทิ้งห่างผู้สมัครรายอื่น ๆ จนถูกมองว่าผู้สมัครที่เหลืออาจเป็นเพียง "ไม้ประดับ" นั้น แคนดิเดตผู้ว่าฯ จากพรรค ศก. ตอบว่า "ผมไม่ใช่ผู้หญิงจะได้เป็นไม้ประดับ ลงมาเราสู้เต็มที่"

พล.ต.ท.ชาญเทพ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐ ว่าตนมาพร้อมกับการนำเสนอนโยบาย 5 ข้อ ได้แก่ การปราบปรามอาชญากรรมชีวิตและทรัพย์สิน, การจราจร, การจัดการขยะ, ระบบสาธารณะสุข, และ ความโปร่งใส

แต่หากเป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด เขาเผยว่าจะเน้นไปที่เรื่องการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ จากพรรคประชาธิปัตย์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ จากพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาพร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรีแคนดิเดตผู้ว่าฯ ของพรรค โดยยืนยันว่าทุกองคาพยพของพรรคพร้อมสนับสนุนงาน เพราะปัญหาของ กทม. พันกับปัญหาระดับชาติ การเดินหน้าให้ กทม. เป็นไปได้มากกว่านี้ต้องอาศัยทุกกลไก ซึ่งพรรค ปชป. พร้อมทั้งนโยบายและบุคลากร

ส่วนคะแนนแคนดิเดตผู้ว่าฯ และยอด สก. ต้องได้เท่าไร จึงจะถือว่า ปชป. กลับมาแล้วในยุคฟื้นฟูพรรคนั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ต้องได้มากกว่าคนอื่น สัก 1 คะแนนก็พอ"

ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ ในนามอิสระ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ ในนามอิสระ

เปิดเบอร์หาเสียงแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.

ในการจับสลากหมายเลขของผู้สมัครเพื่อเป็นลำดับในการยื่นใบสมัครของผู้สมัครรายนั้น รวมถึงเป็นหมายเลขประตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จะใช้ตลอดการหาเสียง มีผู้มายื่นก่อนเวลา 08.30 น. จำนวน 13 คน ทั้งผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระ โดยผลการจับสลากหมายเลขประตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีดังนี้

  • เบอร์ 1: ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ)
  • เบอร์ 2: นายสมัย ละเลิศ
  • เบอร์ 3: นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์
  • เบอร์ 4: นายประทีป วัชรโชคเกษม
  • เบอร์ 5: นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
  • เบอร์ 6: นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์
  • เบอร์ 7: นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (อิสระ กลุ่มกรุงเทพบินได้)
  • เบอร์ 8: นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล
  • เบอร์ 9: นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการ กทม. (อิสระ)
  • เบอร์ 10: นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน)
  • เบอร์ 11: นายประยูร ครองยศ
  • เบอร์ 12: พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ)
  • เบอร์ 13: นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล (อิสระ)

สำหรับผู้สมัครที่เดินทางมาหลังจากเวลาเริ่มรับสมัคร จะได้รับหมายเลขประจำตัวเป็นเลขลำดับถัดไป

ทันทีที่รู้ผลการจับสลากหมายเลขของผู้สมัคร บรรดากองเชียร์ที่รออยู่ด้านนอกก็เริ่มตะโกนชื่อผู้สมัคร พร้อมหมายเลขโต้กันไปมาเซ็งแซ่

หลังจากจับสลากหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ในส่วนของ ส.ก. ก็จะมีการจับสลากเรียงทีละเขตจนครบทั้ง 50 เขตต่อไป

การรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จะมีไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับสมัครรับ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ผู้สมัครที่คุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 8 มิ.ย. นี้

กกต. ยืนยันบัตรเลือกตั้งไร้บาร์โค้ด

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.ทถ.กทม.) แถลงว่า ภาพรวมการเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้คาดหวังว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าปี 2565 ซึ่งมาใช้สิทธิ 60.73% ถ้าเป็นไปได้อยากให้ถึง 100%

ด้านนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กลาง เปิดเผยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา จะใช้บัตรเลือกตั้งคนละประเภทกับการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งได้ว่าจ้างโรงพิมพ์จัดทำบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด แต่มีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงโดยใช้ตราประทับ

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. และ ส.ก. จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 08.00-17.00 น. เพียงวันเดียวเท่านั้น ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือเลือกตั้งนอกเขต โดยเป็นการเลือกตั้งในรอบ 4 ปี หลังจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 18 พ.ค. ก่อนครบวาระไม่กี่วัน

ในครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.5 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 1 แสนคนจากเมื่อ 4 ปีก่อน