การรุกคืบของกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนจะก่อให้เกิดวิกฤตการเดินเรือในทะเลแดงหรือไม่

ที่มาของภาพ, EPA
มีรายงานว่ากลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนสามารถเข้ายึดครองเกาะสำคัญแห่งหนึ่งในช่องแคบบาบ เอล มันเดบ (Bab al-Mandab) ได้แล้ว ถือเป็นการกระชับอำนาจการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญระดับโลกที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคยุโรปและเอเชีย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้ถอนกำลังออกจากเกาะเพริม (Perim) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หลังจากรุกคืบอย่างรวดเร็วตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านสามารถควบคุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงทั้งหมดของเยเมนได้แล้ว
พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีกลุ่มผู้ติดอาวุธปืน "กระจายกำลังอยู่ตามแนวชายฝั่งของช่องแคบบาบ เอล มันเดบ และขับขี่ยานพาหนะทางทหารตระเวนไปทั่วบริเวณ"

ที่มาของภาพ, Gallo Images via Getty
แหล่งข่าวทางทหารระบุว่า การเข้ายึดครองเกาะเพริมเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดเมืองท่าโมคา (Mokha)
ชาวเมืองโมคาเล่าว่า นักรบกลุ่มฮูตีเคลื่อนกำลังเข้าสู่ตัวเมืองภายหลังการปะทะอย่างดุเดือดกับกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเมื่อคืนวันพุธ (9 ก.ย.) ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องละทิ้งบ้านเรือนเพื่อหนีภัย
ชายคนหนึ่งกล่าวกับรายการ "มิดเดิล อีสต์ ไลฟ์ไลน์" (Middle East Lifeline) ของบีบีซีแผนกภาษาอาหรับ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า เขากล่าวว่า "ความตื่นตระหนกแผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ ทำให้ผู้คนต้องพากันหลบหนีท่ามกลางภาพอันน่าสลดใจที่มีผู้บาดเจ็บนอนอยู่ตามท้องถนนโดยไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือ"

ที่มาของภาพ, EPA
ภัยคุกคามต่อการเดินเรือของซาอุดีอาระเบีย

ที่มาของภาพ, EPA
กลุ่มฮูตีระบุว่ากลุ่มไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือระหว่างประเทศ โดยย้ำว่าจะมุ่งเป้าโจมตีเฉพาะเรือจากซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ซึ่งซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งพาเส้นทางนี้ในการส่งออกน้ำมันหลังจากที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องปิดตัวลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินเรือต่าง ๆ น่าจะยังคงกังขา เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มฮูตีเคยประกาศว่าจะโจมตีเฉพาะเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลในช่วงสงครามกาซา แต่ในความเป็นจริงกลับโจมตีเรือหลายลำที่ไม่ได้มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนแต่อย่างใด
ในขณะเดียวกัน ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกฝ่ายทหารกลุ่มฮูตีได้โพสต์ข้อความผ่านทางแอปพลิเคชัน เทเลแกรม ระบุว่า ทางกลุ่มเตรียมประกาศ "ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบสูง"

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ สำคัญแค่ไหน

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (Energy Information Administration - EIA) ระบุว่า ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศนั้น แต่ละวันมีน้ำมันราว 5 ล้านบาร์เรล จากตะวันออกกลางและเอเชียที่ขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ไปยังประเทศตะวันตก
นอกจากนี้ช่องแคบดังกล่าวยังเป็นเส้นทางผ่านของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นสัดส่วนถึง 8% ของปริมาณการขนส่งทั่วโลก จึงถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพลังงานโลก
นับตั้งแต่ที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแทบจะเต็มรูปแบบ เส้นทางเดินเรือผ่านทะเลแดงจึงยิ่งทวีความสำคัญต่อการค้าโลก ซาอุดีอาระเบียเริ่มใช้ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ เป็นจุดผ่านสำหรับการขนส่งน้ำมันจากท่าเรือยันบู รัฐบาลซาอุดีอาระเบียส่งน้ำมันดิบวันละหลายล้านบาร์เรลจากแหล่งผลิตทางตะวันออกมายังท่าเรือดังกล่าวผ่านท่อส่งน้ำมัน
นอกเหนือจากน้ำมันและก๊าซแล้ว ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าหลักระหว่างตะวันออกและตะวันตก โดยมีเรือสินค้าจำนวนมากแล่นผ่านน่านน้ำนี้ในทุก ๆ วัน
หากช่องแคบนี้ต้องปิดตัวลง ผลกระทบที่ตามมาจะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปี 2021 เมื่อเรือสินค้าเอเวอร์ กิฟเวน (Ever Given) ซึ่งจดทะเบียนในปานามา ประสบอุบัติเหตุเกยตื้นและปิดกั้นคลองสุเอซ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาคอขวดอย่างรุนแรงในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและเกิดความล่าช้าในการจัดส่งทั้งน้ำมันดิบและสินค้าประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย
สำหรับช่องแคบบาบ เอล มันเดบ ตั้งอยู่ระหว่างเยเมน ในฝั่งคาบสมุทรอาหรับของทะเลแดง และจิบูตีกับเอริเทรียในฝั่งแอฟริกา เรือสินค้าที่เดินทางมาจากมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเอเดนจำเป็นต้องผ่านช่องแคบนี้ เพื่อเข้าสู่คลองสุเอซ
ช่องแคบแห่งนี้มีความยาว 115 กิโลเมตร และกว้าง 36 กิโลเมตร มันกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของการค้าโลก นับตั้งแต่คลองสุเอซเปิดใช้งานในปี 1869 ซึ่งเอื้อให้เกิดเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างยุโรปและเอเชีย
ปัจจุบัน เส้นทางเดินเรือที่ผ่านทะเลแดงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก การขนส่งทางทะเลราวหนึ่งในสี่ของโลกผ่านเส้นทางนี้
ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแทบจะถูกปิดจากผลของสงครามไปแล้ว รองรับการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของโลก หากช่องแคบบาบ เอล มันเดบถูกปิดเพิ่มขึ้นอีกนั่นจะส่งผลให้การขนส่งน้ำมันอีกราว 12% ของโลกต้องหยุดชะงักด้วย

ที่มาของภาพ, Suez Canal Authority via European Pressphoto Agency
บทบาทของกลุ่มฮูตี
มีแนวโน้มสูงว่าการโจมตีช่องแคบบาบ เอล มันเดบใด ๆ ก็ตามจะเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองและกองกำลังติดอาวุธในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮูตีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์โดยไม่เปิดเผยชื่อว่า กลุ่มมีความ "พร้อมทางทหาร" ที่จะโจมตีช่องแคบดังกล่าวเพื่อสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. กลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอล ซึ่งนับเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมครั้งแรกในสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา–อิสราเอลกับอิหร่าน โดยอิสราเอลระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธสองลูกที่ยิงมาจากเยเมนได้
กลุ่มฮูตีควบคุมแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน และเคยโจมตีพื้นที่ช่องแคบบาบ เอล มันเดบมาแล้วในช่วงสงครามกาซา หากนับแค่ศักยภาพของกลุ่มฮูตีอย่างเดียว พวกเขาได้โจมตีเรือพาณิชย์ไปแล้วมากกว่า 100 ลำด้วยขีปนาวุธและโดรน ทำให้เรือจม 2 ลำ และมีลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย

ที่มาของภาพ, Houthi Military Media via Reuters
ในเดือน พ.ย. 2023 กลุ่มฮูตีใช้เฮลิคอปเตอร์บุกยึดเรือสินค้าซึ่งดำเนินการโดยบริษัทญี่ปุ่นและมีเจ้าของเป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษกลางทะเลแดง
แม้ว่ากลุ่มฮูตีจะอ้างว่าโจมตีเฉพาะเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล แต่การโจมตีดังกล่าวถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้บริษัทเดินเรือและบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกหลายแห่งระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้
แม้เหตุโจมตีต่าง ๆ จะซาลงในเวลาต่อมา ท่ามกลางคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ว่ากลุ่มฮูตีเป็นฝ่ายยอมถอย ประกอบกับคำโต้แย้งจากฝ่ายฮูตีว่าสหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นฝ่ายยอมถอย แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง
"เป็นที่คาดหมายมาโดยตลอดว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนจะเข้าร่วมสงครามนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ" ลีส ดูเซต์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของบีบีซีกล่าว
เธอเสริมว่า "กลุ่มฮูตี ซึ่งมีอิทธิพลในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน ยังไม่ได้ใช้อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขา นั่นคือความสามารถในการทำให้การสัญจรผ่านช่องแคบบาบ เอล มันเดบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นจุดคอขวดทางทะเลที่เชื่อมทะเลแดงกับเส้นทางการค้าโลก"
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. สำนักงานบริหารการเดินเรือของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ระบุในประกาศว่า "แม้ว่ากลุ่มก่อการร้ายฮูตีจะยังไม่ได้โจมตีเรือพาณิชย์นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกาซาในเดือน ต.ค. 2025 แต่กลุ่มฮูตียังคงเป็นภัยคุกคามต่อทรัพย์สินของสหรัฐฯ รวมถึงเรือพาณิชย์ในภูมิภาคนี้"
เส้นทางสินค้าโลกอ่อนไหวอย่างหนัก

ที่มาของภาพ, Getty Images
คำว่า "บาบ เอล มันเดบ" ในภาษาอาหรับหมายถึง "ประตูแห่งน้ำตา" หรือ "ประตูแห่งความโศกเศร้า" ซึ่งสะท้อนถึงอันตรายในพื้นที่ ทั้งกระแสน้ำเชี่ยว ลมที่คาดเดาไม่ได้ ไปจนถึงโจรสลัดและความขัดแย้ง
ระหว่างปี 2008 ถึง 2012 ช่องแคบแห่งนี้และน่านน้ำโดยรอบเผชิญการโจมตีจากโจรสลัดจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจากโซมาเลียที่ลักพาตัวลูกเรือเพื่อเรียกค่าไถ่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาคมระหว่างประเทศและบริษัทเดินเรือต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
หากมีการปิดเส้นทางในปัจจุบัน จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตตลาดพลังงานที่ตึงตัวอยู่แล้ว จากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
การหยุดชะงักของการขนส่งในอ่าวได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งจากราว 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนเกิดวิกฤต ไปสู่ระดับมากกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน การค้าโลกในสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงสินค้าการเกษตร ก็กำลังได้รับผลกระทบ และหากเกิดความปั่นป่วนในเส้นทางเดินเรือเพิ่มเติมอีกแห่ง อาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นไปอีก และทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งกับอิหร่านรุนแรงยิ่งขึ้น
โมฮัมหมัด อัลบาชา จากบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงในสหรัฐฯ อย่าง บาชา รีพอร์ต (Basha Report) กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มฮูตีจะเริ่มมุ่งเป้าโจมตีเรือที่มุ่งหน้าไปยังซาอุดีอาระเบียหรือไม่
"ต่อให้จะไม่มีเรือลำใดถูกโจมตีเลย แต่แค่เพียงประกาศดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะสร้างความปั่นป่วนต่อการเดินเรือและสร้างความไม่แน่นอนให้กับท่าเรือของซาอุดีอาระเบียแล้ว ส่วนว่ากลุ่มฮูตีจะเปลี่ยนผ่านจากคำขู่ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่สุด" เขากล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์
































