น้ำท่วมกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดยังวิกฤต กทม. ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 50 เขต สปส. เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เรารู้อะไรบ้าง

.
คำบรรยายภาพ, สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ในกรุงเทพมหานคร เช้าวันที่ 26 ก.ย. 69 หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.)
Published
เวลาอ่าน: 11 นาที

สถานการณ์น้ำท่วมหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งหลายจังหวัดในภาคตะวันออก ที่เผชิญกับฝนตกหนักมาแล้วหลายวัน ยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤต

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุผ่านไลฟ์ทางเฟซบุ๊กเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ว่าได้พิจารณาขอให้โรงเรียนในสังกัด กทม. หยุดการเรียนการสอน และให้ข้าราชการในส่วนที่ไม่มีภารกิจบริการประชาชนทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักอย่างน้อย 13 สาย หลังพื้นที่กรุงเทพฯ เผชิญฝนตกหนักสะสมกว่า 300 มิลลิเมตรจนระดับน้ำในคลองเต็มความจุ

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ประเมินว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการระบายน้ำที่ค้างอยู่จนกลับสู่ภาวะปกติ ขอให้ประชาชนอยู่อย่างระมัดระวัง

ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครได้ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมเตือนประชาชนริมคลองเฝ้าระวังระดับน้ำวิกฤต ขณะที่รัฐบาลสั่งการกระทรวงมหาดไทยยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัยเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชน

เมื่อเวลา 10.16 น. กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยแพร่โพสต์ทางเฟซบุ๊กระบุว่า ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจรติดขัด และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน

สาเหตุสำคัญในการประกาศของ กทม. ก็เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดย กทม. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อบรรเทาผลกระทบในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ กทม. ยังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงและหลีกเลี่ยงการสัญจร เนื่องจากระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ด้านนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สั่งการยกระดับการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนิน 3 มาตรการเร่งด่วนรับมืออุทกภัย โดยให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำ พร้อมเตรียมกำลังคน เครื่องจักร และสถานที่อพยพเพื่อช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันให้สำนักงาน ปภ.จังหวัด บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนและการอพยพ ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดรับหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและน้ำท่วมฉับพลันจนถึงวันที่ 27 ก.ย. นี้ โดยเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุผ่านการถ่ายทอดสดของกรมฯ ชี้ว่าปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลางจะมีแนวโน้มลดลงในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.)

ทั้งนี้ ความรุนแรงจากน้ำท่วมในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อกำหนดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม อีกด้วย ล่าสุด สำนักงานประกันสังคมแจ้งเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) เป็นวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. นี้

.
คำบรรยายภาพ, สภาพน้ำท่วมบนถนนเพชรบุรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

กทม. สั่งปิดโรงเรียน-ให้ ขรก. ทำงานที่บ้านวันจันทร์นี้ เร่งระบายน้ำท่วมขังถนน 13 สาย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยเมื่อเวลา 13.04 น. ผ่ายการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กโดยระบุว่า กทม. ได้ประกาศให้ทุกพื้นที่เป็นเขตประสบสาธารณภัยเพื่อความสะดวกในการเยียวยาประชาชน หลังเผชิญฝนตกหนักสะสมกว่า 300 มิลลิเมตร

"น่าจะใกล้เคียงกับปี 2526 ... ที่มีพายุเข้ามาแล้วก็ฝนตกหนักขนาดนี้" นายชัชชาติกล่าว

พร้อมกันนี้ผู้ว่าฯ กทม.สั่งการให้โรงเรียนในสังกัดหยุดการเรียนการสอนและให้ข้าราชการทำงานจากบ้าน (Work from Home) ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร

ผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และตำรวจ พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มเคลื่อนตัวไปทางเหนือและตะวันตก ซึ่งจะทำให้ปริมาณฝนลดลงตั้งแต่ช่วงบ่าย นอกจากนี้ กทม. ได้ประสานกับกรมชลประทานให้ดึงน้ำตอนบนออกทางคลองรังสิตสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และระบายบางส่วนออกทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อลดมวลน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ

สำหรับอุปสรรคสำคัญในการระบายน้ำ นายชัชชาติระบุว่า ปัญหาหลักยังอยู่ที่ระดับน้ำในคลองสายหลักเต็มความจุและอยู่ในภาวะวิกฤต เช่น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ทำให้น้ำที่ท่วมขังบนถนนต้องใช้เวลาเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการระบายน้ำส่วนที่ค้างอยู่และน้ำที่ไหลสมทบ (Side flow) จากพื้นที่ข้างเคียง

จากข้อมูลของผู้ว่าฯ กทม. สถานการณ์คลองที่เต็มความจุส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักอย่างน้อย 13 สาย จนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ อาทิ ถนนเอกมัย ถนนงามวงศ์วาน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรามคำแหง และถนนรัชดาภิเษก โดยเฉพาะที่ถนนเอกมัยซึ่งเครื่องสูบน้ำถูกน้ำท่วมจนต้องหยุดการทำงาน กทม. จึงประสานตำรวจและเทศกิจลงพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนไม่ให้ขับรถเข้าไปในจุดที่น้ำลึก

"จุดไหนที่เป็นจุดแดง หรือว่ามีรถติดขัดก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเกิดมาจากการที่มีน้ำท่วมขัง สำหรับประเด็นเรื่องน้ำท่วมขัง ถ้าเราเอาน้ำในคลองออกได้ มันก็จะค่อยๆ ทยอยไหลตามออกไปนะ ถ้าเกิดเมื่อไหร่ที่น้ำในคลองฝนเริ่มหยุดตก น้ำมาเติมในระบบน้อยลงเนี่ย เชื่อว่าพลังดูดเราก็จะช่วยให้คลี่คลายสถานการณ์ได้" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ด้านการช่วยเหลือประชาชน ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้อพยพเข้าพักในศูนย์พักพิงชั่วคราว 233 แห่ง รวม 981 คน ขณะที่มีความสามารถรองรับได้ 15,000 คน ขณะเดียวกันมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง 36 คนไปยังโรงพยาบาล โดยแต่ละเขตได้ตั้งครัวกลางเพื่อดูแลประชาชน ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรแจ้งสายด่วน 1555 หรือติดต่อสำนักงานเขต ส่วนผู้ป่วยฉุกเฉินให้ติดต่อ 1669 นอกจากนี้ยังมีการจัดจุดจอดรถชั่วคราวฟรีที่อาคารจอดแล้วจรของ รฟม. ศูนย์ราชการฯ และห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง

ในช่วงท้าย นายชัชชาติตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเรื่องกระแสวิจารณ์ความล่าช้าในการแจ้งเตือนภัย โดยยอมรับว่าการพยากรณ์ปริมาณฝนล่วงหน้าทำได้ยากและมีความซับซ้อนเชิงพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา กทม. อาศัยข้อมูลพยากรณ์จากหน่วยงานอื่นเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กทม. จะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีแบบจำลองและการเตือนภัยให้มีความแม่นยำมากขึ้นในอนาคต

"เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะตกถึง 300 มิลลิลิตรจริง ๆ นะ อันนี้ก็ไม่ได้คาดการณ์ไว้ขนาดนั้น ... พอเกิดแล้วคราวนี้ก็มันก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้อีก ก็สรุปว่าการพยากรณ์เรายังทำได้ไม่ดี เพราะฉะนั้นการเตือนภัยต่าง ๆ มันก็คงต้องทำให้แม่นยำขึ้นในอนาคต"

ผู้ว่าฯ กทม. ยังระบุว่าขณะนี้มีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม เช่น อุโมงค์เชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์กับบึงหนองบอนที่อยู่ระหว่างการประมูล ซึ่งหากแล้วเสร็จจะช่วยเร่งดึงน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"ต้องเสริมว่าพวกนี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการรับน้ำได้ดีขึ้น เพราะถ้าฝนตก 300 มล. อีก ผมเชื่อว่าก็ยากที่จะทำให้กรุงเทพฯ แห้งสนิท อาจจะต้องมีท่วมบ้าง เป็นบางเวลา บางพื้นที่"

เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็น 11 ต.ค.

ความรุนแรงจากน้ำท่วมในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อกำหนดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม หรือ "บอร์ดประกันสังคม" อีกด้วย โดยก่อนหน้านี้มีเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองและกลุ่มผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งว่าให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเนื่องจากหลายพื้นที่กำลังประสบกับอุทกภัย

ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตนมีมติเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ จากวันที่ 27 ก.ย. เป็นวันที่ 11 ต.ค. 2569 เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมเมื่อวันที่ 26 ก.ย. โดยอ้างอิงจากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ซึ่ง สปส. ประเมินว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของประชาชน การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย และการนับคะแนน

สปส. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เนื่องจากระเบียบกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 กำหนดให้การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้ประเทศไทยเป็นเขตเลือกตั้งเดียว คณะกรรมการฯ จึงมีมติเลื่อนวันลงคะแนนเพื่อรักษาความพร้อมและความเท่าเทียมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยการเลือกตั้งในวันที่ 11 ต.ค. จะเปิดให้ลงคะแนนในเวลา 08.00-16.00 น. ตามกำหนดการเดิม

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด

หลังจากกรุงเทพมหานครยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยประกาศให้บางพื้นที่เป็นเขตประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขตแล้ว ส่วนหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประเมินว่าพื้นที่เมืองหลวงและภาคตะวันออกยังคงมีความเสี่ยงเผชิญน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลากไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ นี่คือสถานการณ์ล่าสุด บีบีซีไทยรวบรวมมาดังนี้

  • สถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร

หลังเที่ยงคืนวันที่ 26 ก.ย. นายชัชชาติ ได้ลงนามประกาศให้พื้นที่ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก (8 แขวง) เขตสวนหลวง (3 แขวง) และเขตคันนายาว (2 แขวง) เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื้อหาระบุว่าประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามอำนาจหน้าที่ หลังเกิดเหตุอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่

ต่อมา เมื่อเวลา 05.00 น. นายชัชชาติได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ สำนักการระบายน้ำ (ดินแดง) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำฝน โดยผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมาย 7 มาตรการ เพื่อรองรับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ กรุงเทพมหานครเตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบได้ พร้อมแนะนำให้เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ประกอบการยื่นขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันได้เร่งสำรวจผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดจอดรถในโรงเรียนสังกัด กทม. รวมถึงเร่งแจกจ่ายกระสอบทรายในพื้นที่เสี่ยง ดูแลการจราจรและจัดยานพาหนะช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนเร่งระบายน้ำ เก็บขยะ และประสานข้อมูลทุกหน่วยงานเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาจึงได้มีการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุผ่านวิดีโอคลิปเพื่ออัปเดตสถานการณ์เมื่อเวลา 9.55 น. ว่า กรุงเทพมหานครยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หลังหลายพื้นที่ฝั่งตะวันออกมีฝนสะสมเกือบ 300 มม. ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. ขณะที่ฝนจากนนทบุรีและปทุมธานียังไหลเข้ามาเติม ทำให้ระดับน้ำในคลองสายหลักหลายแห่งอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ในคลิปเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครฯ แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยริมคลองย้ายทรัพย์สินและรถยนต์ขึ้นที่สูง พร้อมจัดเตรียมที่พักพิงชั่วคราว กระสอบทราย และติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังประเมินได้ยากว่าจะมีฝนตกเพิ่มหรือไม่

.
  • สถานการณ์ใน จ.นนทบุรี

สถานการณ์น้ำท่วมขังใน จ.นนทบุรีส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรสายหลัก โดยเมื่อ เวลา 09.06 น. และ 09.40 น. ในวันนี้ (วันที่ 26 ก.ย.) เทศบาลนครปากเกร็ดออกประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก หลังเกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ระดับน้ำดังกล่าวส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ และเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรตั้งแต่จุดกลับรถถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ดไปจนถึงคลองประปา

ต่อมาเวลา 09.44 น. เทศบาลนครนนทบุรีรายงานสภาพการจราจรบริเวณถนนติวานนท์ หน้าการไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี (ข้อมูล ณ เวลา 09.30 น.) ว่ามีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 เซนติเมตรทั้งสองฝั่ง ทำให้รถสัญจรได้ช้าและการจราจรติดขัด

  • สถานการณ์ใน จ.นครปฐม

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นครปฐมรายงานสภาพการจราจรเมื่อเวลา 08.00 น. ว่า บริเวณถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ต.ลำพยา และบริเวณแยกหนองขาหยั่ง มีน้ำท่วมขังรอการระบายเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ โดยงานจราจร สภ.เมืองนครปฐม แนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง

.
คำบรรยายภาพ, สถาบการณ์น้ำหน้าปั๊มบางจาก ลำพยา ขาเข้า กทม. ถ.เพชรเกษม จ.นครปฐม เวลา 8.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 69
  • สถานการณ์ใน จ.ปทุมธานี

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.ปทุมธานีรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 07.37 น. วันนี้ (26 ก.ย.) ระบุว่า ฝนที่ตกหนักในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย. ส่งผลให้น้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ลุ่มต่ำใน 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ รวมถึงทำให้น้ำจากคลองส่งน้ำที่ 13 เอ่อล้นท่วมถนนเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

ถัดมาในเวลา 07.42 น. สำนักงานฯ รายงานว่าพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้วมีน้ำเอ่อล้นเข้าหมู่บ้านและถนนหลายแห่ง ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขณะที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถได้ประกาศปิดจุดกลับรถบริเวณสวนทวดจีบ คลอง 4 ธัญบุรี ชั่วคราว ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 25 ก.ย. เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง

  • สถานการณ์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยารายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วานนี้ (25 ก.ย.) โดยระบุว่าที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,750 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองโผงเผงและคลองบางบาลเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งตั้งแต่วันที่ 22-25 ก.ย. ที่ผ่านมา และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 14 ตำบล 74 หมู่บ้าน รวม 3,221 หลังคาเรือน

ขณะที่วานนี้ เวลา 22.41 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยาฯ แจ้งเตือนว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำเพิ่มขึ้น และขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง

.
คำบรรยายภาพ, สถาบการณ์น้ำอำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา 25 ก.ย. 69
  • สถานการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงและภาคตะวันออก ข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์สาธารณภัยจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจำวันที่ 26 ก.ย. เวลา 08.00 น. ระบุว่า ในระยะ 24 ชั่วโมง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น

ส่วนแนวโน้มในอนาคต ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินการคาดการณ์ในระยะ 1-3 วัน (27-29 ก.ย.) ว่า กรุงเทพมหานคร และจังหวัดภาคตะวันออกตอนล่าง ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จะยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง โดย ปภ.ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลข่าวสาร และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ

เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ จ.ระยอง รายงานโดยอ้างข้อมูลของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ณ เวลา 12.30 น. พบว่ามีผู้ประสบภัยรวม 7 อำเภอ 8 ตำบล 353 ครัวเรือน โดยจุดที่หนักที่สุดยังคงอยู่ที่ อำเภอแกลง เฉพาะ ต.ทุ่งควายกิน 350 ครัวเรือน (เช่น ชุมชนหนองน้ำเย็น 200 ครัวเรือน, หมู่บ้านหนองกะพ้อ 80 ครัวเรือน, หมู่บ้านในไร่ 50 ครัวเรือน และซอยเนินวัด 20 ครัวเรือน)

กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. คาด กทม. ฝนเริ่มลดลงวันพรุ่งนี้

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 10 (226/2569) ลงวันที่ 26 ก.ย. 2569 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง สาเหตุเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพฯ จะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น

ประกาศดังกล่าวยังเตือนให้ประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและลาดเชิงเขา รวมถึงแนะนำให้เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 ก.ย.

นอกจากนี้ ในการถ่ายทอดสดของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อเวลา 08.45 น. ที่ผ่านมา ผู้ดำเนินรายการของกรมฯ พร้อมด้วยหัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศกล่าวรายงานสถานการณ์ว่า พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ยังคงมีฝนตกกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ แต่ความเข้มข้นของฝนเริ่มเบาลงเมื่อเทียบกับเมื่อวาน

เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณฝนในกรุงเทพฯ จะมีแนวโน้มเบาลงอย่างเห็นได้ชัดในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) อย่างไรก็ตาม เขาประเมินว่ากลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ทำให้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคกลางตอนบน เช่น จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ซึ่งอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้

นอกจากนี้ ข้อมูลอัปเดตสถานการณ์ฝนเมื่อเวลา 09.00 น. ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ยังคงพบกลุ่มฝนปกคลุมภาคตะวันออกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนปานกลางถึงหนักบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทางกรมฯ ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือมีฝนสะสมมากอยู่แล้ว ระมัดระวังปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่มเติม

.

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายสาเหตุอย่างไรบ้าง

นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ อธิบายสาเหตุปรากฏการณ์ฝนตกต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครและภาคกลาง พร้อมประเมินสถานการณ์ว่าปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในวันที่ 27 ก.ย. และแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อรับมือระดับน้ำ

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) อธิบายปรากฏการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ลักษณะฝนที่ตกโปรยปรายต่อเนื่องเกิดจากเมฆ "นิมโบสเตรตัส" (Nimbostratus) ซึ่งก่อตัวในหย่อมความกดอากาศต่ำ เมฆชนิดนี้มีลักษณะเป็นแผ่นหนาทึบปกคลุมบริเวณกว้างและมักไม่มีพายุฟ้าคะนองรุนแรง

ดร.บัญชายังระบุถึงปัจจัยที่ทำให้ฝนตกยาวนานว่า มาจากการที่หย่อมความกดอากาศต่ำดึงความชื้นเข้ามาเติมที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างเมฆที่มีเสถียรภาพ และกระบวนการรวมตัวของหยดน้ำในชั้นเมฆที่ตกลงมาเป็นฝนอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่า ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ บางจุดสูงถึง 238 มิลลิเมตรที่สถานีวัดบางบัว และ 200 มิลลิเมตรที่บางนา ตัวเลขดังกล่าวเกินกว่าศักยภาพของระบบระบายน้ำกรุงเทพฯ ที่ออกแบบไว้ให้รองรับน้ำฝนได้ประมาณ 120 มิลลิเมตรต่อวัน

รศ.ดร.สิตางค์ ยังระบุในอีกโพสต์หนึ่ง โดยประเมินทิศทางของสถานการณ์ว่า ฝนในกรุงเทพฯ และภาคกลางจะตกต่อเนื่องในลักษณะสลับหนักเบาตลอดวันที่ 26 ก.ย. ก่อนจะเริ่มคลี่คลายในวันที่ 27 ก.ย. เนื่องจากกลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางภาคตะวันตกและภาคเหนือตอนล่าง

พร้อมกันนี้ นักวิชาการน้ำยังให้คำแนะนำแก่ประชาชนว่าควรยกสิ่งของขึ้นที่สูงประมาณ 1 เมตร อุดท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำผุด และงดเว้นการเดินทางออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย