'รองน้ำฝนใช้ ถูกตัดไฟ อาหารใกล้หมด' - ความทุกข์ยากของชาวแฟลตคลองจั่น-เคหะร่มเกล้า เมื่อเมืองกรุงจมบาดาล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. และฝนที่ยังคงตกลงมาเป็นระยะ ๆ ในวันนี้ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ใน กทม. ยังไม่คลี่คลาย
พื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นบางแห่ง เช่น เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ประชาชนยังต้องลุยน้ำออกมาหาเสบียงอาหาร ขณะที่ประชาชนในแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ต้องรองน้ำฝนมาใช้แทนน้ำประปา และบางอาคารยังถูกตัดไฟฟ้า โดยผู้อยู่อาศัยส่วนหนึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่า พวกเขายังไม่เห็นความช่วยเหลือจากภาครัฐ และสะท้อนถึงการเตือนภัยที่ล่าช้า ทำให้ไม่สามารถตระเตรียมเสบียงหรือของใช้จำเป็นได้ทัน
แฟลตคลองจั่นต้องรองน้ำฝนใช้ - หลายอาคารถูกตัดไฟ หลังท่วมหนักมาตั้งแต่เย็นวันศุกร์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อาคาร 30 อาคารของชุมชนแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ อยู่ในสภาพที่ถูกตัดขาดเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 หลังจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมสูงตั้งแต่คืนวันศุกร์ (25 ก.ย.)
ชุมชนแฟลตคลองจั่นมีผู้อาศัยอยู่ราว 5,000 ครอบครัว พวกเขาอยู่ในสภาพที่ถูกตัดกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ ขณะที่น้ำท่วมเพิ่มระดับจนเกือบถึงชั้น 1 เนื่องจากมีฝนตกมาเพิ่มเติมในวันนี้
ผู้อาศัยในแฟลตคลองจั่นคนหนึ่งบอกกับบีบีซีไทยเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมาว่า ระดับน้ำที่เอ่อท่วมแฟลตที่มีราว 30 อาคารยังคงทรงตัว โดยหลายอาคารถูกตัดน้ำและไฟ และต้องอยู่อาศัยด้วยเสบียงที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนช่วงเย็นวันศุกร์ (25 ก.ย.) ที่น้ำเริ่มท่วมสูงจนไม่สามารถออกไปไหนได้

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout
"พื้นที่บางกะปิไม่ได้ถูกประกาศเป็นภาวะวิกฤต หรือให้เตรียมความพร้อมในการรับมือขนาดนั้น มันก็เลยไม่ได้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่วิกฤต ก็เลยไม่มีใครเตรียมตัวทัน" ชลิดา ขุนภักดี วัย 31 ปี ผู้อาศัยอยู่ในอาคาร 21 บอกกับบีบีซีไทย
"พอแจ้งก็แจ้งตอนที่ท่วมไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้ว ระดับน้ำขึ้นถึงอกแล้ว"
เธอเล่าว่า ตั้งแต่ที่ฝนตกหนักเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ (25 มิ.ย.) น้ำก็เริ่มท่วมรอบอาคารของเธอและอาคารอื่น ๆ ในแฟลตคลองจั่นอย่างรวดเร็วจนสูงเลยระดับเอว โดยที่เธอยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนใด ๆ ว่าพื้นที่นี้จะเกิดน้ำท่วม ทราบจากกระแสข่าวเพียงว่าพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคือภาคตะวันออก จึงได้เตือนคนรู้จักที่อยู่ทางนั้น แต่ตัวเองที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่ทันได้กักตุนอาหารหรือเตรียมความพร้อมใด ๆ

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout
กระทั่งเวลา 9.30 น. ของวันเสาร์ (26 ก.ย.) ที่ระดับน้ำสูงขึ้นถึงอกเธอแล้ว เธอเพิ่งได้รับข้อความแจ้งเตือนทางโทรศัพท์หรือเซลล์บรอดคาสต์ (Cell Broadcast) จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเพิ่งทราบข่าวการประกาศภาวะวิกฤตพื้นที่ประสบภัยใน 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ช่วงบ่ายวันเดียวกัน
"ตอนนั้นเราออกไม่ได้แล้ว ก็ช่วยกันโดยการที่ถ้าข้างล่างมีร้านค้า เราก็ขอซื้อ ซึ่งร้านค้าเขาก็ไม่ได้ขายเยอะ มีการจัดการว่าจำกัดน้ำ 1 แพ็กต่อ 1 ห้อง หรือมาม่า 5 ห่อค่ะ ตอนนี้ของอย่างมาม่า ปลากระป๋อง หมดแล้ว เหลือแค่น้ำนิดหน่อย ยังพอแบ่งกันได้อยู่ แต่ก็ใกล้จะหมดแล้วเหมือนกันค่ะ" ชลิดาเล่า

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout
ชลิดาบอกว่าอาคารของเธอ ซึ่งมีคนอยู่อาศัยประมาณ 265 ห้อง ยังดีกว่าหลายอาคารรอบข้างตรงที่ยังสามารถใช้ไฟฟ้าได้ ทำให้สื่อสารความเดือดร้อนของตัวเองได้ แม้ว่าน้ำประปาจะถูกตัดและเธอต้องรองน้ำฝนใช้
ในขณะที่หลายอาคารรอบข้างในแฟลตคลองจั่นถูกตัดทั้งน้ำและไฟฟ้า ทำให้การจะติดต่อสื่อสารกับเพื่อนในอาคารข้างเคียงตอนนี้ ทำได้เพียงการส่งข้อความและรออีกฝั่งตอบกลับ เนื่องจากคนอีกฝั่งต้องประหยัดแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือ

ที่มาของภาพ, Araicha Khaewnobparath/facebook
เธอบอกว่า ตอนนี้แฟลตคลองจั่นอยู่ในสภาพที่ต่างก็ต้องช่วยเหลือกันเอง โดยอาคารของเธอยังไม่ถึงขั้นที่ต้องปีนขึ้นไปตักน้ำบนแทงก์จากหลังคาอาคารแบบอาคาร 5 แต่ว่าตอนนี้ของใช้จำเป็นต่าง ๆ ที่หาซื้อได้จากร้านค้าเพียงแห่งเดียวในแฟลตที่ยังมีของขายก็เริ่มหมดลงแล้ว โดยเริ่มมีการจำกัดการซื้อน้ำเหลือเพียงคนละ 1 ขวดใหญ่เท่านั้น ขณะที่ความช่วยเหลือที่เห็นมีเพียงเรือของอาสาสมัครที่ทยอยรับคนในแฟลตออกไปซื้อของ แต่ด้วยปริมาณเรือที่มีเพียงไม่กี่ลำซึ่งต้องเทียวรับ – ส่งคนทั้งแฟลต 30 กว่าอาคารก็ทำให้ไม่เพียงพอต่อความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรของคนจำนวนมากที่ติดอยู่ภายใน โดยตั้งแต่น้ำท่วมมาเธอเห็นเรือดังกล่าวผ่านอาคารของเธอเพียงแค่สองครั้ง

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout

ที่มาของภาพ, ชลิดา ขุนภักดี/handout
"เราไม่แน่ใจว่าจะต้องอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไร ฝนจะตกเพิ่มไหม สถานการณ์เป็นยังไง" ชลิดาบอก พร้อมฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า "อยากให้ช่วยเรื่องการสื่อสารที่ดีกว่านี้ แล้วก็สนับสนุนช่วยเหลือ เข้ามาสอดส่องดูแลว่าเราอยู่กันยังไง ต้องการอะไรบ้าง จะดีมาก ๆ ค่ะ"
เคหะร่มเกล้า ต้องลุยฝ่าน้ำมาหาเสบียง - หาทางอพยพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บริเวณทางเข้าเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ฟ้ายังไม่เปิดและมีฝนตกโปรยลงมา ประชาชนส่วนหนึ่งเดินฝ่าฝนและน้ำที่ท่วมสูงออกมาซื้ออาหารและของใช้จำเป็นเนื่องจากรถยนต์ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้
บางคนหอบหิ้วข้าวของใส่กะลังมังลอยน้ำมาด้วยเพื่อเตรียมอพยพไปอยู่ที่อื่น ขณะที่บางคนใช้ฟูกที่นอนนำมาใช้ต่างแพลอยน้ำลากพาผู้สูงอายุหรือเด็กออกจากพื้นที่
"อยู่แฟลตหนึ่งเนี่ยค่ะ ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้กินข้าวเลย" หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินฝ่าน้ำสูงระดับสะโพกของตัวเอง พร้อมลากฟูกที่นอนที่มีหญิงอีกสองคนนั่งอยู่ฝ่ากระแสน้ำมาท่ามกลางสายฝน กล่าวกับผู้สื่อข่าว
"น้ำก็ไม่ได้กินค่ะ ข้าวก็ไม่ได้กิน ต้องพึ่งพาด้วยตนเอง เอาที่นอนลงมา ลากกันไปอย่างนี้ค่ะ ไปบิ๊กซี คิดว่าจะมีข้าวกินไหม เราก็ต้องไปเสี่ยงดวงเอาค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ขณะที่หญิงอีกคนที่นั่งอยู่บนฟูก บอกว่า "ไม่รู้ว่ารัฐบาลไปอยู่ไหน"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่ชายหนุ่มอีกคนที่เดินลุยน้ำมาโดยประคองกะละมังที่มียายของเขานั่งอยู่ในนั้นพร้อมกับข้าวของต่าง ๆ มาด้วย บอกว่า "ยายป่วยเป็นโรคไตครับ ต้องคอยไปฟอกไต ขอความช่วยเหลือแล้ว แต่เขาบอกให้รอก่อนครับ แต่เรารอไม่ได้ มีทั้งเด็กทั้งอะไร ไฟไม่มี ออก[ซิเจน]ไม่มี" เขาบอก ก่อนที่ยายของเขาจะกล่าวเสริมว่าเธอเป็นโรคไตระยะสุดท้ายซึ่งต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนอยู่ตลอด แต่ด้วยจุดที่เธออาศัยถูกตัดไฟฟ้า ทำให้ต้องอพยพฝ่าน้ำออกมา
"ไม่มีไฟ เลยใช้ [ออกซิเจน] ไม่ได้ เลยต้องออกไปข้างนอกดีกว่า" หญิงสูงอายุที่กอดประคองกะละมังข้าวของของเธอไว้แน่นกล่าว
ชาวเคหะร่มเกล้าบางคนที่ลุยน้ำออกมาบริเวณทางเข้าเคหะตรงแยกตลาดเกรียงไกรบอกว่า อาคารด้านในชุมชนเคหะที่พวกเขาพักอาศัย บางอาคารน้ำท่วมสูงถึงระดับอก ขณะที่บางอาคารก็สูงถึงระดับคอ บางอาคารถูกตัดไฟฟ้าทำให้ใช้น้ำไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำ ทำให้บางคนตัดสินใจอพยพออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งบางส่วนก็พึ่งพาญาติได้บ้าง ขณะที่บางคนก็บอกตรง ๆ ว่า "ยังไม่รู้จะ [อพยพ] ไปยังไง"
ขณะที่ชายคนหนึ่งที่กำลังจูงรถจักรยานยนต์ของตัวเองฝ่าน้ำออกมา บอกว่าเขามาจากพื้นที่โซนสองของเคหะร่มเกล้า ซึ่งน้ำท่วมสูงระดับหน้าอกแล้ว จึงตัดสินใจ "งมรถ" ขึ้นมาก่อน
"เดือดร้อนหนักอยู่ครับ ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเลย" เขาบอก
ชุมชนเคหะร่มเกล้าเป็นชุมชนใหญ่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราว 30,000 คน แนวทางรับมือของกรุงเทพมหานครในตอนนี้คืออพยพประชาชนในพื้นที่บ้านพักชั้นเดียวที่ถูกน้ำท่วมสูงเข้าพักในศูนย์พักพิงระยะยาวที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง































