"ผมคงไม่สามารถที่จะมาไทยบ่อย ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว" ฟังเสียง นทท. ต่างชาติที่หนุนฟรีวีซ่า 60 วัน ในวันที่ไทยเตรียมยกเลิก

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

Published
เวลาอ่าน: 6 นาที

เมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) ที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ได้มีมติให้ยกเลิกมาตรการ "ฟรีวีซ่า 60 วัน" กลับไปใช้เกณฑ์เดิมที่ให้ฟรีวีซ่า 30 วัน โดยมีผลบังคับใช้สำหรับนักท่องเที่ยวราว 50 ประเทศ/ดินแดน

หลังจากการเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวที่มีการดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมทั้งในแง่การสนับสนุนและคัดค้านแนวความคิดนี้

บีบีซีไทยได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่พวกเขาบอกว่า เป็นกลุ่มที่เคยได้รับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปและสร้างความกังวลใจในเวลาเดียวกัน

"ผมรู้สึกเศร้านะ เพราะผมรักประเทศไทย ผมรักประเทศนี้ ผมรักคนไทย ทุกอย่างที่นี่มันยอดเยี่ยมมาก แต่ผมคงไม่สามารถที่จะมาไทยบ่อย ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว" บันที อิสลาม นักท่องเที่ยวจากแคนาดา วัย 71 ปี บอกกับบีบีซีไทย

"บางปีผมมาประเทศไทยมากกว่า 25 ครั้ง" เขาเสริม

เหตุใดจึงต้องยกเลิกวีซ่า 60 วัน

มาตรการที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวเมืองไทยได้ 60 วัน หรือ "ฟรีวีซ่า 60 วัน" ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ เดือน ก.ค. 2567 ภายใต้รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยครอบคลุมกว่า 93 ประเทศและดินแดน เนื่องจากประเทศไทยในเวลานั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ภาคธุรกิจของไทยถดถอย รัฐบาลไทย "จำเป็นที่จะต้องดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ"

ส่วนเหตุผลที่รัฐบาลชุดปัจจุบันตัดสินใจยกเลิกมาตรการดังกล่าวนั้น นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังร่วมประชุมรัฐมนตรี เมื่อ 11 พ.ค. ว่า ประเทศจำเป็นต้องคัดกรองนักท่องเที่ยวมากขึ้น

"วันนี้เราต้องคัดกรอง ที่จะต้องให้วีซ่าอย่างรอบคอบมากขึ้น และเราจะไม่มุ่งเน้นในเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว แต่ต้องเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ และไม่ใช่ว่ามาง่ายแล้วจะได้นักท่องเที่ยวเยอะ ที่จะทำให้เม็ดเงินขยับขึ้น" เขากล่าว

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่า จะมีการแจ้งกับหน่วยงานต่าง ๆ ต่อมติดังกล่าว ส่วนเกณฑ์เสนอใหม่นั้น คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา จะมีการพิจารณาในรายประเทศอีกครั้งหนึ่งว่า ประเทศใดเหมาะสมกับวีซ่าประเภทไหน โดยคำนึงถึงเรื่องของความมั่นคงและเศรษฐกิจในรอบด้าน

ล่าสุดข้อมูลของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และการให้สิทธิการตรวจลงตราต่าง ๆ ของไทย พบว่า มี 54 ประเทศและดินแดนที่จะถูกลดระยะเวลาการให้ฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน และอีก 3 ประเทศ/ดินแดน ลดลงเหลือ 15 วัน

แม้นโยบายใหม่นี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน หลังถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา

"ผมคงไม่สามารถที่จะมาไทยบ่อย ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว"

การเปลี่ยนแปลงมาตรการดังกล่าวสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อนักท่องเที่ยวอย่าง บันที ซึ่งเขาชื่นชอบประเทศไทยอยู่แล้ว

เขาเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า เขาเริ่มมาใช้ชีวิตในไทยตั้งแต่ในปี 1973 ตอนนั้นเขาทำธุรกิจร้านเสื้อผ้านั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเดินทางมาที่ไทยบ่อยราว 6-7 ครั้งต่อปี ในแต่ละครั้งเขาจะใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยราว 1-2 อาทิตย์ จนทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเมืองไทยและชื่นชอบประเทศไทยนับตั้งแต่นั้นมา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจซื้ออะพาร์ตเมนต์ในไทย

บันทีเสริมว่า มาตรการนี้ทำให้คนที่รักประเทศไทย มาเที่ยวบ่อยและใช้เงินในประเทศไทยอย่างเขารู้สึกเสียใจพร้อมกับแบ่งปันประสบการณ์ที่เขาเคยได้รับตลอดระยะเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในไทย

"ผมจ่ายเงินไปมากกว่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ [เพื่อจัดงานแต่งลูกสาวที่]โรงแรมอนันตรา ห้าดาว ในประเทศไทย และเมื่อ 10 ปีก่อน ลูกชายผมก็แต่งงานที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ครอบครัวทั้งหมดก็มาจากทั้งทวีปยุโรป จากเอเชีย จากแคนาดา สหรัฐฯ" บันทีบอก เพื่ออธิบายว่าเขารักและสนับสนุนธุรกิจในไทย

แต่ถึงแม้มาตรการใหม่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าเพื่อพำนักอยู่ในประเทศมากกว่า 30 วันได้ แต่บันทียอมรับว่าเขา "ไม่ชอบการที่จะต้องไปสมัครวีซ่า [เพราะ]มันยุ่งเหยิงเกินไป" โดยเขาคงเลือกที่จะ "มาไทยน้อยกว่าหนึ่งเดือนแทน แล้วก็ไปเที่ยวประเทศอื่น"

เขาบอกด้วยว่ามาตรการนี้ไม่ได้กระทบเขาเพียงคนเดียว แต่รวมถึงเพื่อนชาวต่างชาติรอบตัวด้วย

"ผมมีเพื่อนจากทั้งแคนาดา และบังกลาเทศที่มาเที่ยว ชอบประเทศไทย และซื้ออะพาร์ตเมนต์ที่นี่ เรื่องนี้มันกระทบพวกเขาทุกคน" บันทีบอก

โดย แคนาดา เป็นหนึ่งในประเทศที่จะถูกหั่นฟรีวีซ่าจาก 60 วัน กลับไปเป็นตามมาตรการเดิม คือ ฟรีวีซ่า 30 วัน

.

ที่มาของภาพ, Bunty Islam

คำบรรยายภาพ, บันที อิสลาม ขณะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เขาเดินทางมาไทยนับสิบครั้งต่อปี แต่ด้วยมาตรการยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" เขายอมรับว่าอาจเลือกไปเที่ยวประเทศอื่นใกล้เคียงแทน

อีกประเทศที่คาดว่าจะถูกลดวันลงสำหรับฟรีวีซ่า คือ ประเทศจอร์เจีย โดยลดจาก 60 วันเหลือเพียง 30 วัน นั่นทำให้นักท่องเที่ยวชาวจอร์เจียอย่าง ไบรอัน (สงวนชื่อสกุล) ที่มาไทยเป็นประจำกว่า 3-4 ปีแล้ว และส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ในประเทศราว 2-3 เดือน รู้สึก "ขุ่นเคืองใจ"

"เป็นเวลากว่า 3-4 ปีแล้วที่ผมมา ๆ ไป ๆ และเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมไทย...แต่ตอนนี้ผมถูกจำกัดโอกาสที่ได้มาเจอกับคนที่ผมสนิทด้วยในไทย ผมต้องคำนวณค่าใช้จ่ายใหม่" เขาบอก

ไบรอัน วัย 37 ปี บอกด้วยว่ามาตรการนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ดีนักเพราะ "มันไม่เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่าย แต่มันเกี่ยวกับความรู้สึกไม่ได้รับการต้อนรับ" ไบรอันบอก

"ทำไมต้องมาลงโทษพวกเราแบบเหมารวม...มันไม่ยุติธรรมเลย" เขาตั้งคำถาม

"ดังนั้น เมื่อผมต้องมาอ่านข่าวแบบนี้ ที่รัฐบาล[ไทย]ต้องการลดการหลอกลวงที่เกิดขึ้นในเอเชีย คนแบบผมกลับต้องมาได้รับผลกระทบไปด้วย ก็ขอบคุณมาก ผมจะพูดอะไรได้อีก" ไบรอันกล่าว พร้อมเสริมว่า "มันส่งผลกระทบต่อทุกคนที่อยู่ในฐานะคนที่ปฏิบัติตามกฏหมายถูกต้อง"

"ผมคิดว่าจะย้ายที่อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผม เพื่อนผมอีกเก้าคนก็ออกจากประเทศไทยไปแล้ว" เขาบอก

ปัญหาการทำวีซ่าที่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นข้อกังวลสำหรับบันที นักท่องเที่ยวจากแคนาดา คือ ปัญหาและข้อจำกัดเกี่ยวกับร่างกายของเขา

"ผมจะบอกให้ว่าทำไม[จึงไม่อยากทำวีซ่าบ่อย ๆ] เพราะผมมีความพิการ ปกติผมต้องใช้รถเข็น และผมก็มีปัญหาเรื่องภาษา ผมต้องไปที่สำนักงานเพื่อทำวีซ่า เพื่อต่อวีซ่า มันยากเพราะผมต้องใช้รถยนต์แบบพิเศษเพื่อเดินทางไป บางครั้งผมก็เดินได้ถ้ารู้สึกพอไหว แต่ในหลาย ๆ ครั้งมันยากมาก" บันทีกล่าว

นอกจากนี้ ชายวัย 71 ปี ผู้นี้ยังบอกเล่าให้ฟังว่า "ผมเคยทำวีซ่า [ประเทศไทย] ที่โทรอนโต ผมต้องรอตั้งหนึ่งอาทิตย์กว่าจะได้วีซ่า และผมต้องจ่ายเงิน 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าวีซ่า ผมต้องเข้าไปในตัวเมือง ที่ต้องใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมงจากบ้านของผม เพื่อไปยื่นและเดินทางกลับ แล้วก็ไปรับเอกสารอีกสองชั่วโมง...มันยุ่งยากเกินไป" เขาบอก

ขณะที่ ไบรอันบอกว่า เขามีประสบการณ์ไม่ดีนักเกี่ยวกับการทำวีซ่า เพราะเคยถูกโกงมาถึง 11 ครั้ง โดยบริษัทในไทย รวมเป็นค่าเสียหายหลายแสนบาท

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งสองรายบอกว่า ยังมีความประสงค์ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยอีก แต่อาจจะต้องปรับตัว อย่างไบรอันบอกว่าอาจจะเดินทางมาเที่ยวไทยน้อยลง ส่วนบันทีบอกว่า เขาคงกลับไปใช้วิธีการเดิม ๆ ที่เคยทำมาคือ ต้องเดินทางออกจากไทยเมื่อถึงกำหนด 30 วัน แล้วค่อยเดินทางกลับมาอยู่ที่ไทยอีก

"ถ้าผมอยู่[ในไทย]เกินหนึ่งเดือนไม่ได้ ผมก็จะไปกัมพูชาหรือเวียดนามแทน พักที่นั่นสักหนึ่งเดือนแทน แล้วก็บินกลับแคนนาดา" บันทีกล่าวทิ้งท้าย