You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ดีเอสไอแถลงคดี Forex เผยเส้นเงินโยง ภาวุธ สส.ปชน. และฟิล์ม รัฐภูมิ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงข่าวเปิดเผยเครือข่ายชักชวนหลอกลงทุนเงินตราต่างประเทศ หรือ ฟอเร็กซ์ (Forex) เชื่อมโยงนักการเมือง นักแสดง และบริษัทเอกชนหลายราย
หนึ่งในผู้ที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมาว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้ คือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เป็น แนวหน้าของฝ่ายค้านที่ออกมาวิจารณ์ตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี โดยมีการเปิดเผยชื่อเขาตามรายงานข่าวตามสำนักต่าง ๆ ก่อนหน้ากำหนดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของดีเอสไอ
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้อง-นักแสดง ที่ถูกเปิดเผยชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นผู้เปิดหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ให้ผู้เสียหายมาลงทุน
บีบีซีไทยประมวลรายละเอียดการแถลงข่าวของดีเอสไอ และคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา
ผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มที่ดีเอสไอเปิดข้อมูล
ผู้แถลงข่าวในวันนี้ (19 มิ.ย.) ประกอบด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.)
ผู้แทนจากดีเอสไอเปิดเผยว่าคดีนี้มีการสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลาร่วม 6 เดือน โดยขยายผลมาจากการสอบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ จนพบความเชื่อมโยงกับอีกกลุ่มที่เป็นการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ ฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
จากการสอบสวนขยายผลต่อในเรื่องนี้ ดีเอสไอระบุว่าพบผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มโบรกเกอร์: ผู้เปิดหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ให้ผู้เสียหายมาลงทุน โดยเบื้องต้นพบว่ามี 4 บริษัท
- กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB): ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ สอนการลงทุน จากนั้นก็ชักชวนให้มาลงทุนกับโบรกเกอร์
- กลุ่มเพย์เมนต์: บริษัทหรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้กระแสเงินจากโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไหลผ่านระบบ
ดีเอสไอได้ตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญาทั้งหมด 24 จุด ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นสถานที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องใน 3 กลุ่มข้างต้นและบุคคลอีก 9 ราย รวมพบเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ดังนี้
- รถรวม 15 คัน ประกอบด้วยรถหรู 5 คัน และรถยนต์ – รถจักรยานยนต์อื่น ๆ
- เงินสด 65 ล้านบาท
- ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณประมาณ 50 บาท
- เครื่องประดับทองคำ เครื่องประดับเพชร
- กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ
- นาฬิกา 113 เรือน
- เงินแท่ง 12 กิโลกรัม
- เงินต่างประเทศสกุลต่าง ๆ ประมาณ 6 แสนบาท
- อาวุธปืน 3 กระบอกและเครื่องกระสุนปืน
- คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง
- แท็ปเล็ต 2 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง
- อุปกรณ์จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล (Hardware Wallet) 4 ชิ้น
ดีเอสไอยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่คาดการณ์มีผู้เสียหาย 500 ราย ซึ่งบางส่วนได้เข้ามาร้องทุกข์แล้ว ขณะที่ฝ่ายตำรวจไซเบอร์ระบุว่าในฐานข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจพบมีผู้เสียหายแจ้งความในระบบ 65 เคสไอดี โดยมีกลุ่มบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องประมาณ 1,000 บัญชี ความเสียหายรวมประมาณ 100 ล้านบาท
เมื่อรวมข้อมูลทั้งสองหน่วยงาน อธิบดีดีเอสไอ ระบุในการแถลงข่าววันนี้ว่า ประเมินว่ายอดความเสียหายจริงจะอยู่ที่หลักหลายพันล้านบาท โดยดีเอสไอได้อายัดบัญชีผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 77 รายแล้ว แบ่งเป็นนิติบุคคล 20 บริษัท และบัญชีของบุคคลต่าง ๆ อีก 57 ราย โดยแต่ละรายอาจมีหลายบัญชีซึ่งพนักงานสอบสวนได้ระงับการทำธุรกรรมทั้งหมด
ดีเอสไอเผยเส้นเงิน 28 ล้านโยง ภาวุธ สส.ปชน.
ในการแถลงข่าว ร.ต.อ.เขมชาติ ระบุถึงเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ พบว่าเงินจากผู้เสียหายได้ผ่านระบบการชำระเงินหรือระบบเพย์เมนต์ (Payment) เข้าไปสู่บริษัทอื่น ๆ หลายทอด โดยบางบริษัทมีการจดทะเบียนนิติบุคคล แต่เมื่อดีเอสไอไปตรวจสอบที่ตั้งตามที่มีการจดทะเบียน พบว่าไม่ได้มีสภาพเป็นบริษัท
ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวถึงบริษัทเอแอลพีเอฟเอ็กซ์ (ALPFX) ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่ามีสภาพที่ตั้งเป็นทาวเฮาส์ ที่ไม่พบว่ามีการประกอบการธุรกิจตามที่จดทะเบียนไว้จริง นอกจากนี้คณะสอบสวนยังพบว่าเคยมีการแจ้งเตือนเฝ้าระวังในเพจประเทศอังกฤษเกี่ยวกับบริษัทนี้ ที่บ่งชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายบางอย่าง
ระหว่างการแถลงข่าว ดีเอสไอเปิดเผยแผนผังเชื่อมโยงว่าบริษัทเอแอลพีเอฟเอ็กซ์ (ALPFX) มีความ "เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง" กับบริษัทสปาร์ค ดิจิทัล ซึ่งบริษัทสปาร์ค ดิจิทัล เคยโอนเงินไปยังบัญชีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ครั้งละ 2 ล้านบาท 14 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 28 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ค. 2567 จึงเป็นสาเหตุที่ดีเอสไอต้องเข้าไปตรวจสอบ
"ถามว่าคนรับเงินจากบริษัทใด ๆ ก็แล้วแต่ ถ้าเป็นกรรมการหรือเป็นหุ้นส่วน หรือการรับเงินเดือนตามปกติ ก็จะเป็นรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการที่ยอดเงินที่ตัดไป เช่น ผ่านบริษัทแล้วผ่านเข้าตัวบุคคล เพียงไม่กี่วินาที จำนวนหลายครั้ง ตรงนี้เราถึงต้องเข้าไปตรวจสอบแล้วก็รอคำชี้แจง ว่าเงินที่เข้าไปจำนวนหลายล้านบาท มีการเข้าบัญชีส่วนตัวและเกี่ยวข้องกับในบริษัทอย่างไร" ร.ต.อ.เขมชาติ ระบุในการแถลงข่าว
อย่างไรก็ดี เขาเน้นย้ำในอีกช่วงก่อนหน้าของการแถลงข่าวด้วยว่า "ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านที่มีการกล่าวถึงเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว หรือว่าเป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าทางกองคดีเทคโนโลยีเรามีความจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากเส้นทางมีความเกี่ยวข้องกับบุคคล"
ดีเอสไอระบุด้วยว่า ด้วยนายภาวุธ เป็น สส. ที่ยังอยู่ในสมัยประชุม มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำให้ดีเอสไอยังไม่สามารถเรียกมาให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ แต่เตรียมจะทำหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลหลังปิดสมัยประชุม อย่างไรก็ดี พ.ต.ต.ยุทธนา อธิบดีดีเอสไอ ระบุในการแถลงข่าวช่วงหนึ่งว่า "ถ้าท่านสละสิทธิ์ในการคุ้มครองเราก็ยินดี และ [จะ] ให้ความเป็นธรรม"
ฟิล์ม-รัฐภูมิ ถูกโยงเกี่ยวบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์
อีกคนที่ถูกเปิดเผยชื่อในการแถลงข่าวของดีเอสไอว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายนี้คือนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักร้อง-นักแสดง ซึ่งดีเอสไอระบุว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่มโบรกเกอร์
"มีความเกี่ยวข้องกับดารานักแสดงบางท่านด้วย ซึ่งเป็นท่านที่เคยขับเคลื่อนในบริษัท เป็นบริษัท อีเธอร์เวลธ์ (Eterwealth) ซึ่งเชื่อมโยงกับการที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน" ร.ต.อ.เขมชาติ ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศของดีเอสไอ ระบุในช่วงแรกของการแถลงข่าว
ร.ต.อ.เขมชาติ ขยายความในเวลาต่อมาว่ากรณีความเชื่อมโยงกับนักแสดงคนนี้ เริ่มจากมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องในกลุ่มโบรกเกอร์ ได้แก่บริษัทที่ชื่อ คิวอาร์เอช (QRS) และเอชเอฟเอ็ม (HFM) ซึ่งบริษัทเอชเอฟเอ็มมีความเชื่อมโยงอยู่ในกลุ่มบริษัทอีเธอร์เวลธ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับฟิล์ม รัฐภูมิ
"อีเธอร์เวลธ์ก็คือเชื่อมโยงกับดารานักแสดง ซึ่งมีการสนับสนุน ให้คำปรึกษา รวมถึงประกอบธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับเอชเอฟเอ็ม ตรงนี้ก็เลยนำไปสู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ก็ขอเรียนอีกครั้งว่าตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ต้องหา เพียงแต่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ซึ่งก็พร้อมในการรับฟังคำชี้แจงทุกประเด็น" ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าว
ดีเอสไอระบุว่าหลังจากนี้จะทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ถ้อยคำ รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลต่าง ๆ ที่ถูกอายัดบัญชีเข้ามาชี้แจงว่าข้อมูลการเงินที่เข้าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่อย่างไร
"เราเริ่มเรื่องก่อนหน้านี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ตรงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายกับบุคคลใด ๆ ในประเด็นเรื่องการเมืองก็ขอยืนยันว่าไม่มีนะครับ เรารู้ว่าพยานหลักฐานไปถึงใคร เราก็จะเรียกมาสืบสวนสอบสวนเราก็ให้ความเป็นธรรม" พ.ต.ต.ยุทธนา อธิบดีดีเอสไอ กล่าวระหว่างการแถลงข่าว
ฟิล์ม รัฐภูมิ - ภาวุธ ปชน. ชี้แจงอย่างไร
ชื่อของนายภาวุธและนายรัฐภูมิ ถูกเปิดเผยออกมาตั้งแต่ก่อนดีเอสไอจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยพรรคประชาชนระบุกับสื่อเมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) อ้างอิงคำพูดของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคว่า ขอรอให้มีการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการจากดีเอสไอก่อน เพราะ "การกระทำในลักษณะโยนหินถามทางและเดารายชื่อว่าเป็นบุคคลใดนั้น ถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา"
อย่างไรก็ดี โฆษกพรรคประชาชนยืนยันว่า หากพบว่ามี สส. ของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในระดับใด "ต้องมีคำชี้แจงต่อสาธารณะอย่างแน่นอน"
ขณะที่นายภาวุธ ก่อนหน้าการแถลงข่าวของดีเอสไอ ไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาชี้แจงเรื่องนี้ในช่องทางสาธารณะ มีเพียงการอ้างอิงของสำนักข่าวบางสำนัก เช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่ระบุว่าผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปเมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) โดยนายภาวุธกล่าวตอบเพียงสั้น ๆ ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟอเร็กซ์ และขอ "รอดูหมาย" ก่อนจะออกมาให้ความเห็นใด ๆ
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.13 น. ของวันนี้ (19 มิ.ย.) นายภาวุธได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ก่อนเข้ามาทำงานการเมืองเขาเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์ ระบบชำระเงินออนไลน์ เป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Provider) และเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งมีลูกค้าทั้งที่เป็นบริษัทในประเทศและบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่เขาได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัวแล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับบริษัทที่ถูกอ้างถึงในการแถลงข่าวของดีเอสไอได้ เนื่องจากเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว
เขายังชี้แจงกรณีเงิน 28 ล้านบาทที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตนเอง น่าจะมาจากการที่เขาได้เปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบการแลกเปลี่ยนทองคำ (Gold Trading) กับผู้ให้บริการผ่านตัวเเทน (Broker) เมื่อสามปีก่อน ซึ่งเขาเน้นย้ำว่าเป็นลักษณะการลงทุนที่เหมือนการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่คนทั่วไปจำนวนมากลงทุนกัน โดยเมื่อได้ฝากเงินเข้าไปและทำการซื้อขาย จึงมีการฝากและถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุดก็ "ขาดทุน และหยุดการลงทุนไปนานแล้ว"
อย่างไรก็ดี นายภาวุธระบุต่อไปว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำนวนเงิน 28 ล้านบาทที่ดีเอสไอกล่าวถึงนั้นมาจากช่วงเวลาใดและบัญชีใด เนื่องจากได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า ข้อมูลที่ดีเอสไอแถลงอาจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งนายภาวุธระบุว่าพร้อมจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้เพื่อพิสูจน์ความจริงหากดีเอสไอต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม
"ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใด ๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยยืนยันไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. และพร้อมเข้าไปชี้เเจงให้ข้อมูลต่อหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนกับสังคมต่อไป" นายภาวุธ ระบุทิ้งท้าย
ด้านนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ให้สัมภาษณ์กับไนน์เอ็นเตอร์เทน เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเขาเชื่อว่ามีการกลั่นแกล้งทำให้มีชื่อตัวเองถูกดึงไปเชื่อมโยง ซึ่งเขาพร้อมชี้แจงและเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความเป็นธรรม