โควิดชายแดนใต้ : "ระบบสาธารณสุขใน 3 จังหวัดล่มแล้ว ถึงได้เห็นการทะลุขึ้นมาแบบนี้"

เร่งฉีดวัคซีน
Published

ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น จนมีสัดส่วนผู้ป่วยรายใหม่ราว 20% ของผู้ป่วยทั้งประเทศ

ความตระหนกของรัฐบาลชัดเจนมากขึ้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้ตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ กับสั่งให้เร่งกระจายการฉีดวัคซีนโควิด-19 และชุดตรวจเร็ว ATK เวชภัณฑ์และยา ลงไปในพื้นที่โดยเร็ว

การเกิดขึ้นของ "ศบค.ส่วนหน้า" ในชายแดนภาคใต้ ทำให้รัฐบาลถูกจับตามองว่ากำลังใช้ความมั่นคงนำสาธารณสุข และโครงสร้างการทำงานซ้ำซ้อนกับ ศบค.ส่วนกลาง อย่างไรก็ดี พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ปฏิเสธว่าไม่เป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับ ศบค. เนื่องจากเป็นการดูแลพื้นที่เฉพาะที่มีความซับซ้อนที่ต้องแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ พล.อ. ประยุทธ์ชี้แจงเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ว่า ศบค.ส่วนหน้าจะมีหน้าที่บูรณาการการทำงานเพื่อการสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ และยืนยันว่าไม่ใช่การ "ยึดอำนาจ" หรือก้าวก่ายการทำหน้าที่ของใคร

ประกาศคำสั่งตั้ง ศบค. ส่วนหน้า ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ โดยประกาศจะให้ประชากรในพื้นที่ได้รับวัคซีนถึง 70% ภายในเดือน ต.ค.

ทว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ บอกบีบีซีไทยว่าก่อนที่รัฐบาลจะตระหนักถึงขอบข่ายปัญหาการระบาดในพื้นที่นั้น ขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขได้เดินทางไปถึงจุดที่เรียกว่าล่มสลายแล้ว

"มันล่มแล้ว ถึงได้เห็นการทะลุขึ้นมาแบบนี้ หมอไม่ยอมรักษาแล้ว ไม่อยากทำเอทีเค ทำกันไม่ไหวแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ว่าจะพินาศเมื่อไหร่ จะถล่มเมื่อไหร่เท่านั้นเอง" เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. ไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลาการสาธารณสุขที่ จ.นราธิวาส เมื่อ 15 ต.ค.
คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. ไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลาการสาธารณสุขที่ จ.นราธิวาส เมื่อ 15 ต.ค.

แหล่งข่าวผู้นี้อธิบายว่าขณะนี้การระบาดในพื้นที่ชายแดนใต้ยังไม่ถึงจุดสูงสุด สิ่งนี้ตรงกับที่ นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเมื่อวันที่ 18 ต.ค. โดยระบุด้วยว่าเชื้อไวรัสที่ระบาดอยู่มีทั้งสายพันธุ์อัลฟา เบตา และเดลตา จึงได้นำส่งวัคซีนชนิด mRNA ลงไปในพืนที่

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวบอกบีบีซีไทยเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ โดยการติดเชื้อยังอยู่ในช่วง "ขาขึ้น" ก่อนจะไปทรงตรงในอีกราว 4 สัปดาห์ข้างหน้า หากมาตรการที่ดำเนินการซึ่งได้แก่ การเพิ่มการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ การจัดตรวจเอทีเคมากขึ้น ควบคุมการเคลื่อนย้ายประชากรระหว่างจังหวัดอย่างเข้มข้น ดำเนินไปอย่างได้ผล

"แต่เมื่อไหร่ที่เราไม่สามารถแก้ปัญหา ไม่สามารถนำคนไข้เข้าสู่ระบบได้ ก็จะพังพินาศ ได้เห็นผู้ติดเชื้อเพิ่มได้ถึงวันละหนึ่งพัน ถึงสองพันรายในเดือน พ.ย." แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวให้ข้อมูลอีกว่า รูปแบบการระบาดที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ ดำเนินไปในลักษณะเดียวกับที่เกิดในกรุงเทพฯ โดยนับตั้งแต่มีการคลายล็อกดาวน์เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอยู่ในสภาพอัดอั้นก็ออกมาใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายเต็มที่ ในเวลาเดียวกันในเดือน ส.ค. เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งแพร่กระจายได้รวดเร็ว ได้ระบาดเข้ามารอในพื้นที่อยู่แล้ว

"เดือน ส.ค.เป็นเดือนค้าขายผลไม้ มีรถจากจันทบุรี กรุงเทพฯ และจากที่อื่น ๆ เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งไม่มีการควบคุมเคร่งครัด จึงทำให้เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาเข้ามาในพื้นที่ และรอวันปะทุ จากที่เคยมีแต่สายพันธุ์อัลฟา พอ ส.ค. เริ่มเห็นเดลตาสัก 20% พอปลาย ก.ย. ถึงต้น ต.ค. ขึ้นมาเป็น 25% เราคาดว่าจากนี้สายพันธุ์เดลตาน่าจะถึง 50% หรือ 70% ก่อนจะทรงตัว"

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้นี้กล่าวอีกว่า นอกจากการระบาดจะเกิดในหมู่ประชากรในวัยทำงานแล้ว วัยรุ่น และนักเรียน ที่มักออกไปพบปะสังสรรค์กันนอกบ้าน ก็พบว่ามีการติดเชื้อมากขึ้นนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. และกลุ่มคนเหล่านี้คือผู้นำโรคกลับไปแพร่ต่อในครัวเรือน ซึ่งอาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่ จึงมีการติดเชื้อทั้งครอบครัว ขณะที่คนในวัยทำงานที่อยู่ในเมืองก็ยังพบปะกันตามร้านน้ำชา จึงทำให้เห็นยอดผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่เพิ่มขึ้นถึงหลักร้อย แต่สภาพการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชนบทห่างไกล

โรงพยาบาลรับไม่ไหว ไม่ตรวจหาเชื้อ

นอกเหนือจากการแพร่เชื้อที่เป็นไปอย่างรวดเร็วแล้ว ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรในการรักษาพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 1 ปี ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ชายแดนใต้เพิ่มมากขึ้น

แหล่งข่าวกล่าวว่าก่อนหน้าที่รัฐบาลจะประกาศสนับสนุนความช่วยเหลือระลอกล่าสุด ทั้งโรงพยาบาล สนามและศูนย์ดูแลผู้ป่วยในชุมชนไม่สามารถรับผู้ป่วยได้แล้ว และสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้แพทย์และพยาบาลไม่ลงพื้นที่เพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อ เพราะทราบดีว่าหากพบผู้ป่วยเพิ่ม ก็ไม่มีขีดความสามารถในการดูแล

"เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยกล้าตรวจเอทีเค เพราะตรวจแล้วก็ไม่รู้จะเอาคนไข้ไปไหน เตียงที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม เต็มหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเดือน ก.ย. ทั้งเดือนจึงเป็นเดือนที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง แต่เชื้อแพร่กระจายมากขึ้น"

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการบริหารจัดการที่ปัจจุบันแพทย์เป็นผู้รับภาระทั้งการดูแลคนไข้ และการจัดการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ขณะที่หน่วยงานในท้องถิ่นอาทิ หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำหน้าที่สร้างอาคารและจัดเตรียม รพ.สนาม แต่หลังจากนั้นภารกิจทุกอย่างตกกับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องดูแลผู้ป่วยไปในคราวเดียวกัน

สวท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์/Facebook
คำบรรยายภาพ, ผู้นำศาสนาอิสลามใน จ.ยะลา ทยอยเดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 2 เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อวันที่ 9 ต.ค.

"เราไม่มีช่องที่จะพูด หรืออธิบายเรื่องนี้ แม้แต่ตอนที่ รมว.สาธารณสุขลงมาในพื้นที่ เราก็ไม่ได้มีโอกาสนำเสนอปัญหาให้เห็นว่างานด้านโลจิสติกส์นั้นควรให้งบประมาณแก่หน่วยงานท้องถิ่นรับไปเพื่อช่วยจัดการ เพราะบุคลากรทางการแพทย์นั้นล้าแล้ว รับโหลดงานมานานเป็นปี เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครอยากจะไปตรวจคนไข้ในชุมชน เพราะตรวจเจอแล้วงานเข้า ก็รับกันไม่ไหว และไม่เฉพาะคน สถานที่ให้บริการ รพ.สนาม ก็ทรุดโทรม การดูแลทำให้สะอาดเป็นเวลายาวนานแบบนี้ก็ยากลำบาก ก็จะมีปัญหาร้องเรียนเรื่องสภาพของรพ.สนามตามมา"

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่บางส่วนเริ่มมีแนวคิดจะจับมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อระดมอาสาสมัครมาช่วย เช่น จะให้อาสาสมัครเป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจหาเชื้อโดยใช้ชุดตรวจเอทีเค ช่วยดูแลการกักตัวในชุมชน เป็นต้น เพื่อบรรเทาภาระของแพทย์และพยาบาล โดยเงินค่าจ้างอาสาสมัครก็จะมาจากการขอรับบริจาค

ยอดผู้ติดเชื้อ 4 จังหวัดรวมกัน แซงกรุงเทพฯ

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,919 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 อยู่ที่ 1,811,852 ราย และยอดผู้หายป่วยสะสมอยู่ที่ 1,669,859 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 79 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 18,392 ราย

ในรอบ 24 ชม. นี้ ปรากฏว่ายอดผู้ป่วยหน้าใหม่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมกัน มีจำนวนแซงกรุงเทพฯ ซึ่งเคยเป็นจุดแพร่ระบาดสูงสุดไปเป็นที่เรียบร้อย โดย กทม. มีผู้ป่วยยืนยัน 1,020 ราย ขณะที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ป่วยยืนยัน 1,992 ราย แยกเป็น ยะลา 704 ราย ปัตตานี 520 ราย สงขลา 484 ราย และ นราธิวาส 284 ราย

นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวเมื่อ 18 ต.ค. ว่า "ชายแดนใต้ การติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ว่าในบางพื้นที่รายจังหวัดก็ชะลอตัวในการเพิ่มบ้างแล้ว"

สำหรับสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ในพื้นที่ภาคใต้มี 3 สายพันธุ์ ทั้งอัลฟา (อังกฤษ) เบตา (แอฟริกา) และเดลตา (อินเดีย) ซึ่งสายพันธุ์เดลตามีอยู่ราว 24-25% ดังนั้นการจัดสรรวัคซีนลงไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สูง จึงจัดสรรวัคซีนชนิด mRNA ยี่ห้อไฟเซอร์ลงไป พร้อมยืนยันว่าไม่กระทบกับวัคซีนสำหรับการฉีดให้กับกลุ่มนักเรียน

อสม. นราธิวาส
คำบรรยายภาพ, อสม. นราธิวาส

ความครอบคลุมการฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ (28 ก.พ.-17 ต.ค. 2564)

  • นราธิวาส เข็มที่หนึ่ง 39.4% เข็มที่สอง 24.2%
  • ปัตตานี เข็มที่หนึ่ง 42% เข็มที่สอง 23.1%
  • ยะลา เข็มที่หนึ่ง 51.6% เข็มที่สอง 32.2%
  • สงขลา เข็มที่หนึ่ง 49.8% เข็มที่สอง 33.9%

ความครอบคลุมการฉีดวัคซีนใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (28 ก.พ.-17 ต.ค. 2564)

  • นราธิวาส เข็มที่หนึ่ง 51.1% เข็มที่สอง 32%
  • ปัตตานี เข็มที่หนึ่ง 49.3% เข็มที่สอง 29%
  • ยะลา เข็มที่หนึ่ง 57.5% เข็มที่สอง 41.2%
  • สงขลา เข็มที่หนึ่ง 66.6% เข็มที่สอง 48.6%

ศบค. ส่วนหน้า-สาธารณสุขจังหวัดทำอะไรบ้าง

บีบีซีไทยพยายามติดต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขที่กำกับดูแลเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ระบบการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ แต่ทั้งหมดติดภารกิจ ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เช่น นพ.วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา มีประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาและคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด โดยผู้ว่าฯ จะมีการแถลงสถานการณ์ในช่วงเย็น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสาธารณสุขจังหวัด สามารถรวบรวมแนวทางการดำเนินการรองรับสถานการณ์ได้ดังนี้

ปัตตานี

  • แจกชุดตรวจเอทีเค ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตลาด ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย แผงลอยจำหน่ายอาหาร
  • ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. เป็นต้นไปเปิดให้ประชาชนชาวปัตตานีที่รับวัคซีนซิโนแวครบ 2 เข็มก่อนเดือน ส.ค. ลงทะเบียนรับวัคซีนของไฟเซอร์เป็นวัคซีนกระตุ้น (เข็ม 3)
  • นพ.อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ประชุมหารือกับผู้ประกอบการคลินิคเอกชน ร้านขายยา และหนว่ยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเรื่องการบริหารจัดการกระบวนการรักษาหลังจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจเอทีเค

ยะลา

  • รพ.บันนังสตาเปิดให้ประชาชนอายุตั้งแต่ 12 ขึ้นไปที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนมารับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1
  • ตรวจหาเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ชุมชน ตลาดสด

นราธิวาส

  • วันที่ 20-31 ต.ค. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มกระตุ้นให้ประชาชนที่รับวัคซีนซิโนแวครบ 2 เข็ม
  • นพ. ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยแนวทางการควบคุมการระบาดของโควิดว่า เน้นที่การควบคุมโรคในคลัสเตอร์ใหญ่ ๆ เร่งฉีดวัคซีนในหมู่บ้านและกลุ่มเสี่ยง ล็อกดาวน์เป็นพื้นที่ เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง โดยประเมินว่าหากมีผู้ป่วยแต่ละวันไม่เกิน 500 คน จะอยู่ในศักยภาพที่โรงพยาบาลหลักสามารถรองรับได้

สงขลา

  • เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล รวมทั้งจัดตั้งสถานกักกันโรคท้องที่สำหรับกักกันผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด (local quarantine) และจัดตั้งศูนย์โควิดชุมชนเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ (community isolation) รวมทั้งการใช้โรงแรมเป็นสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด
  • แจกชุดตรวจเอทีเคให้ประชาชน พร้อมให้คำแนะนำว่าหากผลตรวจเป็นบวกให้ติตด่อสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ด้าน นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวในการแกลงข่าวประจำวันนี้ (21 ต.ค.) ว่า สถานการณ์การระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ยังคงต้องจับตา รัฐบาลได้แต่งตั้ง ศบค. ส่วนหน้า ซึ่งเป็นการกระชับและบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนและประชาสังคม รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขที่มีนโยบายส่งวัคซีนลงไปฉีดเพิ่มเติมที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดให้ได้รวดเร็วที่สุดไม่ให้เกิดการลุกลามไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสธ. ได้ส่งวัคซีนล็อตแรกไปแล้วประมาณ 5 แสนโดส ภายในสัปดาห์นี้จะส่งลงไปสมทบอีก 5 แสนโดส รวมเป็น 1 ล้านโดส

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.อ.ณัฐพล ผู้อำนวยการ ศบค.ส่วนหน้าลงพื้นที่จังหวัดยะลา และได้พบปะพูดคุยกับคณะกรรมการอิสลามกลางประจำ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าด้วยแนวทางการเร่งฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ 70%

ศูนย์ข่าวภาคใต้ ไทยพีบีเอสรายงานว่าในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลได้ชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าแนวทางการทำงานของ ศบค.ส่วนหน้าจะเน้นที่การทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งจะคอยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุข กำลังพลด้านการแพทย์ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ การตั้ง รพ.สนาม ควบคุมป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมายบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย