ชุมนุม 21 ต.ค.: กลุ่ม "ราษฎร" ไม่สน "ถอยคนละก้าว" ยัน "ประยุทธ์ต้องลาออก" จับแกนนำเพิ่ม

ประท้วง
Published

"คณะราษฎร 2563" นำมวลชนเคลื่อนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่น "หนังสือลาออกของนายกฯ" ที่พวกเขาร่างมาให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนาม โดยมีตัวแทนของรัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมารับ ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 22.00 น. โดยไม่มีเหตุรุนแรง

หนึ่งชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมาย 16.00 น. มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทยอยมารวมตัวกัน หลังมีคำยืนยันพิกัดจัดการชุมนุมจากสื่อสังคมออนไลน์ของเครือข่าย "ราษฎร" ทั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก" และ "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม"

คำบรรยายวิดีโอ, ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ วันที่ 21 ต.ค.
คนชู3นิ้วบนรถเมล์

นักเรียนชั้นมัธยมปลายหญิง-ชายรวม 4 คนเดินจากโรงเรียนที่อยู่ย่านนี้มาพักคอยบนสะพานลอย เพื่อรอเคลื่อนไหวกับขบวนใหญ่ สิ่งที่พวกเขาทำเป็นอันดับแรกคือการช่วยกันนำเทปกาวมาปิดชื่อตัวและชื่อสถาบันการศึกษาที่ประดับหราอยู่บนชุดนักเรียน และยังแบ่งปันเทปกาวที่เหลือให้นักเรียนรายอื่น ๆ ที่ประสงค์จะร่วมการชุมนุม

นักเรียนหญิงชั้น ม. 5 จากโรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านปทุมวัน เป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมกลุ่มแรกที่มาปักหลักในจุดนี้ ทั้งนี้เธอบอกกับบีบีซีไทยว่าออกมาร่วมชุมนุมเพราะต้องการแสดงจุดยืนให้ "ปล่อยแกนนำ" ที่ถูกจับกุมคุมขังเพราะแสดงออกทางการเมือง

"แม้หนูไม่ได้รู้จักอะไรกับเขา แต่เขาก็คือเพื่อนมนุษย์น่ะค่ะ เป็นเพื่อนร่วมชาติ แล้วจะให้เพิ่กเฉยได้อย่างไร" นักเรียนหญิงกล่าว

เด็กนักเรียนชุมนุมหันหลัง

วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยฯ

ต่อมาเวลา 15.45 น. มีคำประกาศจากการ์ดอาสาให้เยาวชนและประชาชนลงสู่พื้นถนน ก่อนเคลื่อนพลไปปิดถนน 1 เลนในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งมุ่งหน้า ถ.ราชวิถี จากนั้นมวลชนกลุ่มแรกราว 200 คนก็เข้ายึดพื้นที่รอบฐานอนุสาวรีย์ชัยฯ นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่กลุ่มราษฎรรวมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ หลังเคยมารวมตัวกันหนแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ต.ค.)

ระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมเปิดปราศรัยกระจายหลายจุด เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในพื้นที่ กทม., ให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุม สลับกับการส่งเสียงตะโกนด่าทอ พล.อ. ประยุทธ์​ ให้ลาออกจากตำแหน่ง

ต่อมาเวลา 17.35 น. ผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปตาม ถ.พญาไท โดยมีการ์ดอาสาที่ถือโทรโข่งไว้ในมือคอยประชาสัมพันธ์เส้นทาง

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ สมาชิกกลุ่มที่คณะราษฎร เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าเป้าหมายปลายทางอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล และจะมี "เซอร์ไพรส์" ที่นั่น

สำหรับสาเหตุที่เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุม เธออธิบายว่าจำเป็นต้องยกระดับความเคลื่อนไหว เพราะลำพังการจะจัดแฟลชม็อบทุกวัน ไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมได้

ในระหว่างการเคลื่อนขบวนมีการจัดการ์ดอาสาราว 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายสวมหมวกนิรภัยอยู่ประจำการแนวหน้า โดยมีเสียงตะโกนด่าทอนายกฯ สลับเสียงตะโกนให้ "ปฎิรูปสถาบันฯ" ดังขึ้นเป็นบางช่วง

นายกฯ

นายกฯ แถลงเรียกร้องทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว"

ขณะที่ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กำลังเคลื่อนขบวนมาทำเนียบรัฐบาลนั้นเอง โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้แพร่ภาพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อ่านแถลงการณ์ซึ่งมีใจความสำคัญเรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" ใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการยุติความขัดแย้ง และประกาศว่าเขาเตรียมจะยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เร็ว ๆ นี้ "ยกเว้น หากมีสถานการณ์รุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น"

"หน้าที่ของผม ในฐานะผู้นำประเทศ คือผมต้องดูแลทุกคนในประเทศไทย ผมต้องพยายามรักษาสมดุล ระหว่างมุมมองความคิด และความต้องการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในสังคม และบางอย่างก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก นั่นเพื่อที่จะทำให้คนไทยทุกคน สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ประเทศเดียวกัน และอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเดียวกันได้ แผ่นดินของพวกเราทุกคน ที่ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นไปทางไหน ผมเชื่อว่าทุกคน รักผืนแผ่นดินนี้ด้วยกันทั้งสิ้น... ผมต้องบริหารประเทศบนพื้นฐานหลักการตามกฏหมาย และตามแนวทางและการตัดสินใจจากรัฐสภา ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนไทย นั่นคือระบบรัฐสภาที่เราต้องเคารพ" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ผู้ประท้วง

ตึงเครียดที่แยกอุรุพงษ์

ระหว่างเคลื่อนขบวน ผู้ชุมนุมต้องเจอกับแนวกั้นของตำรวจเป็นระยะ แต่ละแนวมีทั้งตำรวจควบคุมฝูงชน แบร์ริเออร์พลาสติก ลวดหนามและรถประจำทางที่ถูกนำมาปิดถนน จุดแรกคือบน ถ.ศรีอยุธยา บริเวณหน้ากระทรวงการต่างประเทศ แต่ผู้ชุมนุมก็สามารถผ่านมาได้โดยไม่มีการกระทบกระทั่ง

ผู้ชุมนุมถูกสกัดกั้นอีกครั้งที่แยกอุรุพงษ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีความตึงเครียดที่สุด เพราะผู้ชุมนุมพยายามเข้ารื้อแนวกั้นตำรวจหลายครั้ง ขณะที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมถอยห่างออกไป ขบวนหยุดอยู่ตรงนี้นานราว 1 ชั่วโมง จนกระทั่งผู้ชุมนุมจากถนนอีกฝั่งหนึ่งเดินอ้อมเข้าด้านหลังของแนวตำรวจแล้วรีบรื้อย้ายสิ่งกีดขวางออกไป เปิดทางให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดเคลื่อนที่ผ่านแยกอุรุพงษ์มาได้จนมาถึงแยกยมราช ผู้ชุมนุมถูกสกัดอีกเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนตำรวจปล่อยให้เดินผ่านไป

ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ ผู้ชุมนุมก็สามารถเดินมาถึงตีนสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ติดกับทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบนสะพานมีทั้งรถฉีดน้ำแรงดันสูง รถเมล์ ขสมก. ลวดหนาม และตำรวจควบคุมฝูงชนตรึงกำลังหนาแน่น

คำบรรยายวิดีโอ, นายกฯ แถลงการณ์ (21 ต.ค.)

ไม่เชื่อนายกฯ

ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ปีนขึ้นไปบนรถเมล์ ขสมก. ที่เจ้าหน้าที่นำมาจอดขวาง และประกาศผ่านโทรโข่งสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บน ถ.พิษณุโลก ว่าผู้ชุมนุมเดินขบวนมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อย้ำข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก แม้ว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" โดยเตรียมจะยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม

เขายังบอกด้วยว่าผู้ชุมนุมได้เตรียมใบลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นป้ายไวนิลขนาด 1 เมตร มาประกาศต่อผู้ชุมนุมด้วย

"ที่มาวันนี้เราพร้อมจะถอยหนึ่งก้าวเหมือนกัน คือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก"

ไม่ต่างจากผู้ชุมนุมชายอีกรายที่ไม่เชื่อมั่นในคำพูดของนายกฯ โดยเห็นว่าทางถอยที่ดีที่สุดคือ พล.อ. ประยุทธ์ต้องลาออก

"หลังรัฐประหาร เขาอาจเป็นฮีโร่ที่เข้ามาหยุดความขัดแย้ง แต่ตอนนี้คุณไม่ใช่แล้ว คุณหวงอำนาจ.. ตั้งแต่เกิดมา ผมเคยเจอรัฐประหาร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2549 ซึ่งอยู่ในอำนาจเพียงปีเดียว แต่นี่อยู่มา 6 ปี" ผู้ชุมนุมชายที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวกับบีบีซีไทย

เขายังวิจารณ์ด้วยว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับม็อบ และมีการปิดกั้นสื่อ มีสภาพไม่ต่างอะไรจากตอนที่ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 และแสดงความเชื่อมั่นว่าการเดินขบวนมาทำเนียบฯ ในวันนี้จะช่วยยกระดับมาตรการกดดันรัฐบาลได้

ส่วนความพยายามในการนำปัญหาของผู้ชุมนุมเข้าไปถกเถียงกันในรัฐสภา จะทำให้ "ม็อบฝ่อ" หรือไม่นั้น แนวร่วมราษฎรรายนี้เห็นว่าขึ้นอยู่กับรัฐสภาว่าฟังเสียงของประชาชนใน 3 ข้อเรียกร้องมากน้อยแค่ไหน

ประท้วง

ผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้นายกฯ ลาออก-ปล่อยตัวแกนนำภายใน 3 วัน

เวลา 21.30 น. ตัวแทนกลุ่ม "ราษฎร" ที่ปักหลักชุมนุมกันอยู่บน ถ.พิษณุโลก หลังจากเดินขบวนมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ยื่น "จดหมายลาออกของนายกฯ" ฉบับจำลองให้ตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกับยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง และ 2 เงื่อนไขเพื่อ "ถอยคนละก้าว" ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเมื่อเวลา 19.00 น.

ตัวแทนของกลุ่มคณะราษฏร 63 ยืนยันข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อ ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมกับอ่านข้อความในร่างหนังสือลาออกของนายกรัฐมนตรีที่ผู้ชุมนุมร่างมาให้ลงนาม

แกนนำระบุว่า หากภายใน 3 วัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ก็จะกลับมา โดยยื่น 2 เงื่อนไขว่า การ "ถอยคนละก้าว" ของนายกฯ ต้องหมายถึง ข้อแรก - ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และข้อสอง- ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้งหมด

สำหรับจดหมายลาออกของนายกฯ ที่ผู้ชุมนุมร่างมานั้นมีข้อความตอนหนึ่งว่า

"เพื่อเป็นการรักษาซึ่งเกียรติยศของตระกูล เกียรติยศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกียรติยศของประเทศชาติ และแสดงซึ่งความเคารพต่อประชาชนผู้ถือครองอำนาจอธิปไตย ข้าพเจ้านายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี"

ประท้วง
คำบรรยายภาพ, "จดหมายลาออก"

"ราษฎร" แยกย้าย

ระหว่างแกนนำคณะราษฎร 2563 เข้ายื่นจดหมายลาออกของนายกฯ ตัวแทนจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) บรรดาแนวร่วมการชุมนุมที่อยู่ห่างออกไป ต่างรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางการสื่อสารของกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก"

เวลา 21.35 น. เสียงตะโกน "ยุติการชุมนุม" ถูกส่งต่อ ๆ กันในหมู่ผู้ชุมนุม ทำให้ทั้งหมดทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีการประกาศ "ชัยชนะ" ในวันนี้จากการเดินขบวนมายื่นหนังสือลาออกของนายกฯ ถึงทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมกับขีดเส้นตาย 3 วันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่ น.ส.ภัสราวลี ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าประชาชนปลดแอกระบุว่า หากมีการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบตามที่ต่าง ๆ ก็ "ห้ามไม่ได้จริง ๆ เพราะทุกคนคือแกนนำ"

เมื่อถามว่าถึงข้อเรียกร้องที่จะมี "มากกว่ารัฐบาล" ที่แกนนำผู้ชุมนุมกล่าวถึงคืออะไร มายด์ตอบว่า "ต้องดูท่าทีของรัฐบาลอีกครั้ง"

ประท้วง

หลังแยกย้าย ตร. นอกเครื่องแบบ จับ มายด์เยก ภัสราวลี

22.30 น. เฟซบุ๊กเพจกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ถ่ายทอดสดภาพตำรวจนอกเครื่องแบบราว 10 นาย หัวหน้าชุดใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะ ไม่มีบัตรประจำตัว นำหมายจับเข้าจับกุม น.ส. ภัสราวลี บริเวณร้าน Let's Say Cafe ย่าน ราชวิถี ซอย 3 จากเหตุการณ์ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ 15 ต.ค.

เพจกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยรายงานว่า ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้าจับกุมมาในรถที่มีตราตำรวจกองปราบปราม โดยตำรวจหัวหน้าชุดใส่เสื้อยืด มีผ้าคาดหน้า บอกว่าชื่อ พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ มาจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในเบื้องต้น ได้แสดงหมายจับจากโทรศัพท์มือถือ แต่เพื่อน ๆ ของ น.ส. ภัสราวลี ขอให้ตำรวจแสดงหมายจับที่เป็นเอกสารกระดาษให้ดู จนกระทั่งตำรวจต้องคลี่ให้ดู

ตำรวจยังไม่เข้าควบคุมตัวทันที แต่รอจนกระทั่งทนายความของ น.ส.ภัสราวลี มาถึงราว 23.10 น. โดยแจ้งว่าจะนำตัวไป สน. ลุมพินี แล้วจะนำไปบันทึกการจับกุมที่ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในคืนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ทนายของน.ส. ภัสราวลี ที่ไปรอที่ สน. ลุมพินี พร้อมผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่ง ไม่พบตัวลูกความ และเชื่อว่า น.ส.ภัสราวลี ถูกนำตัวตรงไปไว้ที่ ตชด. ภาค 1

ประท้วง
คำบรรยายภาพ, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล กับผู้ชุมนุมก่อนถูกตำรวจจับ