1 ปี รัสเซียบุกยูเครน : ผลแพ้ชนะสงครามกำหนดชะตาชีวิตการเมืองปูติน

Vladimir Putin is seen at the helm of a boat as an officer points out something to him (September 2016)
คำบรรยายภาพ, วลาดิเมียร์ ปูติน คือผู้ควบคุมหางเสือของรัฐนาวารัสเซียมานานกว่า 20 ปี
    • Author, สตีฟ โรเซนเบิร์ก
    • Role, บรรณาธิการข่าวประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
  • Published

เมื่อสามปีที่แล้ว ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ของทางการรัสเซีย เอ่ยถ้อยคำสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุให้เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้นำต่อไปอีก 16 ปี โดยเปรียบเปรยว่าปูตินนั้นเป็นเสมือนกัปตันเรือ ผู้สามารถบังคับควบคุมให้รัฐนาวาแล่นไปได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางพายุร้ายในเวทีการเมืองโลกที่โหมกระหน่ำพัดเข้าใส่รัสเซีย

ผู้ประกาศข่าวคนดังกล่าวบอกว่า "รัสเซียคือโอเอซิสแห่งเสถียรภาพ...คืออ่าวจอดเรือที่ปลอดภัย หากไม่มีผู้นำอย่างปูตินเสียแล้ว พวกเราทั้งหมดจะเป็นอย่างไร"

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 กัปตันปูตินได้เลือกที่จะแล่นเรือเข้าไปในพายุที่เขาสร้างมันขึ้นมาเอง แถมยังแล่นตรงเข้าไปชนกับภูเขาน้ำแข็งในทันที

สงครามรุกรานยูเครนที่ปูตินก่อขึ้น แม้จะทำให้ทหารและพลเรือนยูเครนเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากและทั่วประเทศต้องเผชิญกับความเสียหายรุนแรง แต่ทหารรัสเซียเองก็เสียชีวิตไปหลายหมื่นนายเช่นกัน ทำให้มีการเรียกเกณฑ์พลเมืองรัสเซียและนักโทษหลายแสนคนเข้าร่วมรบด้วย

สงครามของปูตินยังส่งผลกระทบต่อภาคการพลังงาน รวมทั้งราคาสินค้าและอาหารที่แพงขึ้นทั่วทุกแห่งหน สงครามยังสั่นคลอนเสถียรภาพของโลกและภูมิภาคยุโรป นำไปสู่คำถามชวนงุนงงสงสัยที่ว่า เหตุใดผู้นำรัสเซียจึงยังคงต้องการวางแผนเดินหน้าทำสงครามแย่งชิงดินแดนต่อไป

Russian President Vladimir Putin (C-L) and Defence Minister Sergei Shoigu (C-R) attend a ceremony in the Alexander Garden to mark the Defender of the Fatherland Day in Moscow, Russia, 23 February 2023.
คำบรรยายภาพ, ปูตินเข้าร่วมพิธีของกองทัพในวันรำลึกผู้พิทักษ์ปิตุภูมิ เมื่อ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา

รองศาสตราจารย์ เยกาทีรีนา ชูลมานน์ นักรัฐศาสตร์ชาวรัสเซียกล่าวชี้ว่า "อีกไม่นานก็จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียครั้งต่อไปในปี 2024 แต่ก่อนจะถึงวันนั้นสองปี ทางการได้วางแผนให้มีเหตุการณ์แห่งชัยชนะบางอย่างเกิดขึ้นภายในปี 2022 และในปีถัดไปพวกเขาก็จะประสบความสำเร็จในการปลูกฝังทัศนคติใหม่แก่ประชาชนว่า ชาวรัสเซียโชคดีแค่ไหนที่มีปูติน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นกัปตันพารัฐนาวาล่องฝ่ามรสุมไปได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังนำพวกเขามาขึ้นฝั่งที่ดินแดนใหม่อันมั่งคั่งอีกด้วย ดังนั้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 จะไปไหนเสีย"

แต่ทว่าความผิดพลาดกลับเกิดขึ้นมากมายหลังปูตินตัดสินใจรุกรานยูเครน เนื่องมาจากการคำนวณและคาดการณ์ผิดตั้งแต่ต้น "ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร" ที่ควรจะรวดเร็วปานสายฟ้าแลบและใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ในการเผด็จศึก กลับกลายเป็นการรบติดพันยืดเยื้อนานนับปี เพราะความประมาทของปูตินที่ประเมินความสามารถของยูเครนในการรบต้านทาน รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนยูเครนของเหล่าชาติตะวันตกไว้ต่ำเกินไป

Russian President Vladimir Putin is seen on stage at a concert at Luzhniki Stadium in Moscow, Russia February 22, 2023.
คำบรรยายภาพ, ปูตินขึ้นกล่าวปราศรัยต่อบรรดาผู้สนับสนุน ที่สนามฟุตบอลกรุงมอสโก เมื่อ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

จนถึงทุกวันนี้ปูตินยังไม่เคยแสดงการยอมรับว่า สงครามรุกรานยูเครนคือความผิดพลาดอย่างมหันต์ แนวทางเดินเกมสงครามตามสไตล์ปูตินนั้นมีแต่จะบุกไปข้างหน้า ยกระดับการรุกรบหรือเพิ่มเดิมพันในการต่อสู้ให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ

สภาพการณ์เช่นนี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญสองประการ นั่นคือปูตินมองสถานการณ์สงครามในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างไร และเขาคิดจะเดินหมากในครั้งต่อไปด้วยแผนการแบบไหนกันแน่

ความเคลื่อนไหวของปูตินในช่วงสัปดาห์นี้ ได้บอกเป็นนัยถึงคำตอบของสองคำถามข้างต้น โดยในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ 21 ก.พ. ถ้อยแถลงของเขาเต็มไปด้วยถ้อยคำต่อต้านชาติตะวันตก ปูตินยังคงกล่าวโทษสหรัฐฯ และนาโตว่าเป็นสาเหตุของสงครามยูเครน ในขณะที่รัสเซียนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์

นอกจากนี้ การตัดสินใจระงับแผนเข้าร่วมสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ ในส่วนที่ยังเหลืออยู่ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ หรือ New Start นั้น ยังบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าปูตินไม่ได้คิดถึงการถอนกำลังทหารออกจากยูเครนเลย และไม่มีท่าทีจะยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อชาติตะวันตกด้วย

Russian President Vladimir Putin delivers his annual state of the nation address at the Gostiny Dvor conference centre in central Moscow on 21 February 2023
คำบรรยายภาพ, ปูตินแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา

วันต่อมาปูตินขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามฟุตบอลกรุงมอสโก ในงานชุมนุมที่ดูเหมือนว่าจะจัดขึ้นเพื่อแสดงการสนับสนุนผู้นำรัสเซียโดยเฉพาะ โดยเขายืนเคียงข้างเหล่าทหารหาญที่เพิ่งกลับจากแนวหน้าของสมรภูมิยูเครน พร้อมทั้งกล่าวสรรเสริญ "นักรบผู้กล้า" และกล่าวเตือนใจชาวรัสเซียว่า "มีการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินอยู่ในตอนนี้ ตามแนวพรมแดนทางประวัติศาสตร์หลายแห่งของรัสเซีย"

นั่นหมายความว่าปูตินจะไม่ยอมกลับหลังหันหรือถอยออกจากสมรภูมิยูเครนเป็นอันขาด อันเดร อิลลาริโอนอฟ อดีตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของปูตินถึงกับกล่าวว่า "หากไม่พบกับการต่อต้าน เขาจะเดินหน้าไปจนสุดทางหรือไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราไม่มีหนทางอื่นในการหยุดยั้งปูตินนอกเสียจากใช้มาตรการทางทหาร"

ส่วนการเจรจาเพื่อยุติสงครามนั้น นายอิลลาริโอนอฟมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ปูตินจะยอมนั่งลงเจรจากับทุกฝ่าย แต่ที่ผ่านมาข้อตกลงส่วนใหญ่ที่นานาชาติทำไว้กับผู้นำรัสเซีย มักถูกละเมิดหรือฉีกทิ้งจนไม่มีชิ้นดีในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงก่อตั้งเครือรัฐอิสระที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต, ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างรัสเซียกับยูเครน, สนธิสัญญาระบุแนวพรมแดนระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่นานาชาติให้การยอมรับ, กฎบัตรสหประชาชาติ, ปฏิญญาเฮลซิงกิของปี 1975, บันทึกความตกลงบูดาเปสต์, รวมทั้งข้อตกลงที่เป็นผลจากการเจรจาทางการทูตอื่น ๆ อีกมาก

Konstantin Remchukov, Chief Editor, Nezavisimaya Gazeta, sits in front of a desk.
คำบรรยายภาพ, คอนสแตนติน เรมชูคอฟ บรรณาธิการสื่อรัสเซีย เกรงว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น

ปูตินมักอ้างว่าชาติตะวันตกละเมิดข้อตกลงที่ทำไว้กับรัสเซียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่นาโตตระบัดสัตย์ ผิดต่อคำมั่นที่เคยให้ไว้ในช่วงทศวรรษ 1990 ว่าจะไม่ขยายวงของพันธมิตรนาโตมาทางยุโรปตะวันออก

แต่หากมองย้อนไปในสมัยที่ปูตินเพิ่งก้าวขึ้นเป็นผู้นำรัสเซียใหม่ ๆ เมื่อราวปี 2000 เขาเคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจเข้าเป็นสมาชิกนาโตในวันหนึ่ง สองปีให้หลังเขายังกล่าวแสดงความเห็นเรื่องที่ยูเครนอาจเข้าเป็นสมาชิกนาโตว่า "ยูเครนเป็นรัฐเอกราชที่มีสิทธิเลือกด้วยตนเองได้ว่า จะสรรหาหลักประกันความมั่นคงของชาติมาด้วยวิธีไหน เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับรัสเซียอย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตามปูตินในปี 2023 นั้นเปลี่ยนไปมาก โดยเขามองว่าตนเองคือผู้นำของป้อมปราการที่ถูกล้อมไว้ด้วยบรรดาพันธมิตรชาติตะวันตก ทั้งเป็นผู้นำการสู้รบขับไล่ศัตรูที่พยายามจะทำลายรัสเซียให้พังพินาศ หลายครั้งที่เขาเปรียบตนเองเป็นเหมือนกับพระเจ้าปีเตอร์มหาราชหรือพระนางแคเธอรีนมหาราชินี ซึ่งถูกกำหนดมาให้เป็นผู้กอบกู้และสร้างจักรวรรดิรัสเซียอันเกรียงไกรขึ้นมาใหม่

ทว่าการเชิดชูผู้นำรัสเซียในลักษณะนี้ ทำให้ปูตินต้องสูญเสียภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในการเป็นผู้สร้างเสถียรภาพให้กับรัสเซียในอดีต ล่าสุดบรรดากลุ่มติดอาวุธตามภูมิภาคต่าง ๆ และกองกำลังเอกชนที่ให้บริการทหารรับจ้าง อย่างกลุ่มแวกเนอร์ของเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ทรงอิทธิพลระดับชาติ แสดงท่าทีว่ามีความขัดแย้งกับกองทัพและกระทรวงกลาโหมรัสเซียมากขึ้นเรื่อย ๆ ชี้ถึงความระส่ำระสายไม่ลงรอยในหมู่ชนชั้นนำของรัสเซียซึ่งกำลังหันมาต่อสู้กันเอง

คอนสแตนติน เรมชูคอฟ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Nezavisimaya Gazeta บอกว่า "ในช่วงทศวรรษหน้า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามกลางเมืองในรัสเซีย เนื่องจากมีกลุ่มผลประโยชน์มากมายที่ทราบดีว่า ในภาวะไร้เสถียรภาพเช่นนี้ โอกาสที่จะจัดสรรหรือกระจายความมั่งคั่งไปยังชนชั้นนำกลุ่มใหม่ ๆ มีอยู่สูง"

"หนทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมือง นั่นคือจะต้องมีบุคคลที่เหมาะสมขึ้นครองตำแหน่งผู้นำแทนปูติน คนผู้นี้จะต้องมีอำนาจและอิทธิพลอยู่เหนือบรรดาชนชั้นนำรัสเซีย ทั้งต้องมีความเด็ดขาดแน่วแน่ในการจัดการกับกลุ่มที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากสถานการณ์ที่วุ่นวาย"

เมื่อถามนายเรมชูคอฟว่าบรรดาชนชั้นปกครองของรัสเซียได้หารือกันถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เขาตอบว่า "มีการหารือกันอย่างเงียบ ๆ และปิดลับ แต่ค่อนข้างแน่นอนว่าปูตินก็ล่วงรู้ถึงการแอบพบปะหารือที่ว่านี้ เขารู้ทุกอย่าง"