เปิดเส้นทางทีมชาติอิหร่านสู่ฟุตบอลโลก ได้วีซ่านาทีสุดท้ายและต้องย้ายค่ายฝึกซ้อม

Players of Iran National Football Team celebrate after their teammate Mehdi Taremi (9) scored a goal during a friendly football match against Gambia at Titanic Mardan Palace Sports Complex in Antalya, Turkiye on May 29, 2026.

ที่มาของภาพ, Orhan Cicek/Anadolu via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักเตะทีมชาติอิหร่านระหว่างการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมแกมเบียในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
    • Author, พูเรียห์ จาฟเรห์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

เมื่ออิหร่านผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2025 น้อยคนนักจะคาดถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าได้

กว่าหนึ่งปีต่อมา การเข้าร่วมฟุตบอลโลกของทีมชาติอิหร่านได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ซับซ้อนที่สุดของการแข่งขันในครั้งนี้ โดยอิหร่านมีกำหนดลงแข่งขันในประเทศเจ้าภาพซึ่งเป็นประเทศเดียวกับที่ดำเนินการโจมตีทางทหารร่วมกับอิสราเอลจนสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่

ภายใต้ม่านหมอกแห่งสงครามครั้งนี้ ทีมฟุตบอลอิหร่านต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ พวกเขาใช้ในระหว่างการแข่งขัน และความไม่แน่นอนว่าพวกเขาจะสามารถขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ได้หรือไม่

มหากาพย์วีซ่าฟุตบอลโลกของอิหร่าน

อิหร่านเป็นหนึ่งในทีมแรก ๆ ที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขัน ทว่าวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ของนักเตะเพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม วีซ่าของเจ้าหน้าที่หลายคนรวมถึงเมห์ดี ทาจ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านกลับถูกปฏิเสธ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับบีบีซีว่า วีซ่าที่จำเป็นสำหรับการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกของอิหร่าน ในที่นี้ นักเตะและเจ้าหน้าที่สนับสนุนหลัก ได้มีการออกให้แล้ว แต่ก็เสริมว่าจะไม่อนุญาตให้ทีมอิหร่าน "ใช้ระบบนี้ในทางที่ผิด เพื่อลักลอบนำผู้ก่อการร้ายเข้าสหรัฐฯ ภายใต้ข้ออ้างเท็จ"

ขณะเดียวกัน อโบลฟาซล์ ปาซันดิเยห์ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเม็กซิโก ระบุว่า ทีมชาติอิหร่านได้รับแจ้งว่า ตามเงื่อนไขของวีซ่า นักเตะจะต้องเดินทางเข้าและออกจากสหรัฐฯ ในวันเดียวกับวันแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ทีมชาติอิหร่านมีแผนตั้งฐานฝึกซ้อมที่เมืองทูซอน รัฐแอริโซนา แต่ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านได้ขอย้ายสถานที่ฝึกซ้อมในการแข่งขันฟุตบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปยังเมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก โดยฟีฟ่าอนุมัติการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้ว

ทั้งนี้ การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มทั้งสามนัดของอิหร่านจะจัดขึ้นในสหรัฐฯ โดยพบกับทีมชาตินิวซีแลนด์และเบลเยียมที่นครลอสแอนเจลิส และพบกับทีมชาติอียิปต์ที่เมืองซีแอตเทิล

A customs officer looks at the plane carrying Iran's football team while landing at the Tijuana International Airport in Tijuana, Mexico on June 7, 2026, ahead of the FIFA 2026 World Cup football tournament. (Photo by Guillermo Arias / AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินที่มีทีมฟุตบอลชาติอิหร่านโดยสารมาด้วยได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติติฮัวนาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ความตึงเครียดที่มีมามากกว่าสี่ทศวรรษ

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ตึงเครียดต่อเนื่องมานานกว่าสี่ทศวรรษ นับตั้งแต่เหตุการยึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะรานและวิกฤตจับตัวประกันในปี 1979 ทั้งสองประเทศก็ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลมักเป็นหนึ่งในโอกาสไม่กี่ครั้งที่เปิดช่องให้ทั้งสองประเทศได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรง

การพบกันที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่ออิหร่านเอาชนะสหรัฐฯ 2-1 ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยนัยทางการเมืองอย่างเข้มข้น นัดดังกล่าวถูกขนานนามโดยบางฝ่ายว่า "Mother of All Games" (หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "มารดาแห่งเกมการแข่งขั้นทั้งปวง") จากบริบททางการเมือง และได้รับความสนใจจากทั่วโลก จนกลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักเตะอิหร่านได้มอบดอกกุหลาบสีขาวให้กับคู่แข่งจากสหรัฐฯ เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ในช่วงเวลาที่ถูกมองว่ามีแต่ความขัดแย้งทางการเมือง

ทั้งสองทีมพบกันอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะ 1-0 และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะพบกับสหรัฐฯ อีกครั้งในภายหลังของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ก็ยิ่งเพิ่มความน่าจับตามอง

ภายใต้รูปแบบการแข่งขันที่ขยายเพิ่มขึ้น ทั้งสองทีมมีโอกาสเผชิญหน้ากันในรอบน็อกเอาต์ เมื่อพิจารณาจากภาวะสงครามระหว่างสองประเทศที่ได้ดำเนินมาการแข่งขันดังกล่าวจะมีความหมายมากกว่าฟุตบอลอย่างมาก

L-R: Frankie Hejduk, Tab Ramos, Joe Max Moore, David Regis, Kasey Keller and Thomas Dooley of USA exchange flowers with the Iranian Team before the World Cup 1st round match between USA (1) and Iran (2) at the Stade de Garland on June 21, 1998 in Lyon, France.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักเตะอิหร่านได้มอบดอกไม้ให้กับทีมชาติสหรัฐฯ ก่อนการแข่งขันระหว่างกันในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส

ครั้งหนึ่งฟุตบอลเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของอิหร่าน แต่ตอนนี้อาจเป็นเช่นนั้น

ท่ามกลางปัญหาด้านการเดินทาง ความสัมพันธ์ระหว่างทีมชาติฟุตบอลกับประชาชนอิหร่านบางส่วน ดูจะมีความซับซ้อนมากกว่าการแข่งขันครั้งก่อน ๆ

โดยปกติแล้ว ทีมชาติถือเป็นหนึ่งในไม่กี่สถาบันที่สามารถสร้างการสนับสนุนจากผู้คนข้ามความแตกต่างทางการเมืองและสังคมได้ ในฟุตบอลโลกปี 2014 และ 2018 ทีมได้รับแรงสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากแฟนบอลทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนไปก่อนฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งจัดขึ้นหลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ระหว่างถูกควบคุมตัวโดยตำรวจ ระหว่างนั้นเกิดการประท้วงทั่วประเทศและทางการก็ปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง

ทีมชาติอิหร่านจึงตกอยู่ท่ามกลางการถกเถียงทางการเมือง โดยชาวอิหร่านบางส่วนคาดหวังให้นักเตะแสดงจุดยืนเคียงข้างผู้ประท้วง ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าฟุตบอลควรแยกออกจากการเมือง

ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นเพียงหกเดือนหลังการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ในอิหร่าน ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตนับพันคน

แฟนบอลบางส่วนยังคงมองว่าทีมชาติเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะมีบริบททางการเมืองอย่างไร ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเริ่มวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น โดยเห็นว่าทีมมีความใกล้ชิดกับสถาบันของรัฐมากเกินไป และไม่ควรถูกมองแยกออกจากโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ

อย่างไรก็ดี นั่นไม่ได้หมายความว่ากระแสการสนับสนุนทีมชาติอิหร่านได้หายไป ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ และคาดว่าจะมีผู้คนหลายล้านคนยังคงรอติดตามผลงานของทีมในทวีปอเมริกาเหนือ

Iran Training - Mardan Sport Complex, Antalya, Turkey - May 19, 2026
Iran players during training

ที่มาของภาพ, REUTERS/Dilara Senkaya

คำบรรยายภาพ, ทีมชาติอิหร่านได้เก็บตัวฝึกซ้อมในประเทศตุรกี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก

อย่างไรก็ตาม ขณะที่อิหร่านเตรียมลงแข่งขันฟุตบอลโลกอีกครั้ง ระดับความเห็นพ้องต้องกันของคนในชาติที่เคยมีต่อการแข่งขันสำคัญเช่นนี้ ดูจะไม่เป็นที่แน่นอนเท่าในอดีต

ในสนามแข่งขัน อิหร่านหวังจะทำสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

แม้จะผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกมาแล้วถึงเจ็ดครั้ง แต่พวกเขาไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เลย โดยรูปแบบการแข่งขันที่ขยายเป็น 48 ทีมเปิดโอกาสใหม่ ๆ และอิหร่านจะมองว่าการเข้าถึงรอบน็อกเอาต์เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้

อย่างไรก็ดี ฟุตบอลจะยังคงเป็นประเด็นหลักหรือไม่นั้น เป็นอีกคำถามหนึ่ง

การแข่งขันฟุตบอลโลกมักสะท้อนบริบททางการเมืองของแต่ละยุคสมัย เป็นเรื่องยากที่จะนึกถึงทีมใดที่เข้าร่วมการแข่งขันภายใต้สถานการณ์ที่มีปัจจัยผสมผสานกันเช่นนี้ ทั้งความโดดเดี่ยวทางการทูต ความตึงเครียดทางทหาร ความไม่แน่นอนเรื่องวีซ่า และความเห็นแตกแยกทางการเมืองในหมู่ผู้สนับสนุนของตนเอง