'สิทธิโชติ' ร่ายยาวเรื่อง "ปวดหัว" ตั้งแต่วันสมัคร นาที "ท่าจะแย่" ของ กกต. และการตัดตอน-ดึงคดีโกงเลือก สว.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 10 นาที
นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกเล่าประสบการณ์ตรงในการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงวันวินิจฉัย "คดีโกงเลือก สว." ซึ่งพบความพยายาม "จัดการ" ในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับสมัคร การเลือก และการตรวจสอบ
"ผมเห็นรายชื่อผู้ร่วมเสวนาแล้วเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาและคนที่ผมเคารพทั้งสิ้น... นับว่าเป็นเกียรติสูงสุด ผมไม่ได้ไปเวทีไหนเลย ด้วยความรักและเคารพราชบัณฑิตจริง ๆ ที่ท่านกรุณาเชิญ ผมก็มา" นายสิทธิโชติกล่าวออกตัวในขณะร่วมวงเสวนาเรื่อง "คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้" จัดโดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา วันนี้ (30 ก.ย.)
นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ที่นายสิทธิโชติออกมาสื่อสารต่อสาธารณะ หลังเขาออกมาแสดงตัวว่าเป็น กกต. เสียงข้างน้อย ร่วมกับนายชาย นครชัย ที่ลงมติเห็นควรให้สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคการเมือง (กก.บห.), รมต., และ สส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างจัดทำคำวินิจฉัยสำนวน "คดีโกงเลือก สว." เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน และดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องทั้งหมด 77 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน, สส. ภูมิใจไทย 1 คน, ส่วนที่เหลือผู้สมัคร สว. และบุคคลอื่น
มติของ กกต. เมื่อ 14 ก.ย. ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็น "การตัดตอน" ไม่ให้สาวไปถึงตัว "คนเบื้องหลังขบวนการ" โดยเฉพาะคำอธิบายของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เกี่ยวกับความไม่น่าเชื่อถือของ "พยานกลับคำให้การ" ซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญที่ กกต. เสียงข้างมากใช้เป็นเหตุในการยกคำร้องข้อกล่าวหาที่ 1 (ฝ่ายการเมืองช่วยเหลือผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง) และข้อกล่าวหาที่ 2 (ผู้สมัครยินยอมให้ฝ่ายการเมืองช่วยเหลือให้ได้เป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ขั้นตอนการรับสมัคร: การเลือก สว. แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับอำเภอ มีนายอำเภอเป็นประธาน, ระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน, ระดับประเทศมี กกต. เป็นกรรมการ และมีเลขาธิการ กกต. เป็น ผอ.การเลือกระดับประเทศ ทั้งนี้การรับสมัครเริ่มต้นที่ 926 อำเภอ มีผู้สมัครทั้งสิ้น 48,226 คน ต้องเข้าให้ถูกกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม
นายสิทธิโชติใช้คำว่า "มันเริ่มปวดหัวตั้งแต่ตรงนี้ เพราะมันไปตกอยู่ในมือฝ่ายปกครองตั้งแต่เริ่มแรก" กกต. ทำเองไม่ได้เพราะมีเจ้าหน้าที่แค่ 1,000 กว่าคนทั้งประเทศ ต้องโยกให้ฝ่ายปกครอง จึงเป็นปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น แม้กฎหมายกำหนดให้การสมัครระดับอำเภอเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยรายชื่อและจำนวนผู้สมัครในแต่ละกลุ่ม แต่ปรากฏว่ามีการบริหารจัดการ พอกลุ่มไหนทะลักก็เกลี่ยผู้สมัครไปกลุ่มอื่น
ขั้นตอนการเลือก: เมื่อผ่านจากระดับอำเภอ จังหวัด มาถึงประเทศ ที่อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี พบเอกสารลักษณะเป็นโพยทิ้งไว้ในห้องน้ำตอนเช้า รอบเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ เจ้าหน้าที่มารายงานว่า "มันเยอะมาก ส่อไปในทางไม่สุจริตเท่าไร" และ "เราเห็นแล้วว่าท่าทางจะแย่แน่" กกต. จึงประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้จัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร หรือ สว.3 ใหม่เลยเพื่อใช้ในรอบบ่าย ไม่ให้นำเอกสารเดิมเข้าไปอีก ซึ่งวิธีบริหารจัดการ ควรบอกผู้สมัครตอนที่เขาลุกขึ้นไปเข้ากลุ่มใหม่ตามสายในรอบเลือกไขว้กลุ่มอาชีพ เพื่อให้เขาทำอะไรไม่ทัน แล้วให้เอกสารใหม่ทั้งชุด โดยมีเลขาธิการ กกต. เป็น ผอ.การเลือกระดับประเทศ
"แต่การบริหารจัดการตรงนั้นไม่ดี รู้ตัวล่วงหน้า ทีนี้เขียนตามแผน ฉีกเอกสารกันวุ่นวายไปหมดตามที่ปรากฏในคลิป ตอนนั้นทุกอย่างก็ชุลมุน เนื่องจากรู้ตัวล่วงหน้า ข้อกังขาผมมีจุดหนึ่ง แต่มันผ่านไปแล้ว" กรรมการ กกต. ซึ่งเข้ารับหน้าที่ได้เพียง 2 เดือนเศษในเวลานั้น เล่าย้อนเหตุการณ์ในวันเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อ 26 มิ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ขั้นตอนการตรวจสอบ: ในช่วง 3-4 เดือนแรก มีเรื่องร้องเรียนมากมาย ซึ่ง กกต. ได้ยกคำร้องทั้งหมดจากสำนวนที่แต่ละจังหวัดเสนอขึ้นมา เนื่องจากพยานหลักฐานไปไม่ถึง นายสิทธิโชติบอกว่าแต่ละอำเภอและจังหวัดมี "ผู้บริหารจัดการ" ทำให้พยานไม่มาบ้าง หรือมาก็เปลี่ยนคำให้การเป็นอย่างอื่น ตัดตอนไปหมด โดยอ้างว่าตัวเองตั้งใจมาสมัคร ทั้งที่เป็นลูกจ้าง/ลูกน้องของเจ้าของโรงงานและบริษัท ทั้งที่หลายคนเกณฑ์กันมา ตามหาเส้นเงินก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ยากไปหมด
"เราจะปล่อยให้เรื่องเหล่านี้มันผ่านไปโดยที่คนทั้งประเทศรู้ว่ามันมีอะไร แต่ กกต. ทำเป็นเหมือนไม่รู้ แล้ว กกต. ก็ยกไปหมด กกต. จะให้ความเป็นธรรมแก่แผ่นดินนี้ได้อย่างไร" นายสิทธิโชติอ้างถึงประโยคที่เขาบอกกับ กกต. รายอื่น ๆ
ในฐานะอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เขาพลิกข้อกฎหมายดู พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ให้อำนาจ กกต. แต่งตั้งเจ้าพนักงานของรัฐหน่วยอื่นมาร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้ จึงดึงเอา 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาร่วม และกลายเป็นที่มาของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธานหลังจากนั้น จากปกติที่มีคณะกรรมการสืบสวนฯ อยู่แล้ว 25 ชุด
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดีโกงเลือก สว. มีข้อน่าสังเกตหลายประการจากคำบอกเล่าประสบการณ์ตรงของนายสิทธิโชติ ซึ่งบีบีซีไทยขอนำเสนอไว้ ดังนี้
- 5-6 เดือนหลังเลือก สว. มีการคัดค้านในที่ประชุม กกต. เรื่องการดึงหน่วยงานภายนอกมาร่วม โดยบอกว่า "เราไม่เคยทำแบบนี้ ไม่ได้ตั้งสำนวนแบบนี้ เดี๋ยวความลับรั่วไหล เดี๋ยวนั่นเดี๋ยวนี้ อ้างกันสารพัด" แต่ด้วยความที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ในขณะนั้น มีความอะลุ่มอล่วย นายสิทธิโชติจึงเสนอว่าไหน ๆ หน่วยต่าง ๆ มารวมกันแล้ว ก็ตั้งคณะอนุกรรมการชุดหนึ่ง เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน เพื่อคอยสนับสนุนข้อมูล ถ้าคณะกรรมการสืบสวนฯ ประสงค์จะได้ข้อมูลเส้นเงิน เส้นโทรศัพท์ ก็อาศัยคณะอนุกรรมการชุดนี้ช่วย
- 2-3 เดือนหลังตั้งคณะอนุกรรมการมีผู้ใหญ่ใน ตร. โทรศัพท์ถึงนายสิทธิโชติ ถามว่าตั้งมา "จะให้ทำงานจริงหรือไม่" เพราะมีประชุมครั้งเดียว แล้วไม่มีการทำอะไรเลย นายสิทธิโชติจึงรู้สึกตกใจที่ไม่มีการใช้บริการเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ทิ้งไปอีก 7-8 เดือน แต่คณะนี้มาพบเขาบอกว่ามีคนไปร้องที่ดีเอสไอเยอะ จึงคิดว่า "เมื่อคณะปกติของ กกต. ไม่ใช่บริการ ผมเลยบอกอธิบดีดีเอสไอไปก่อนว่าให้ทำเต็มที่เลย เดี๋ยว กกต. คงต้องหารืออีกสักครั้งว่าจะเอาอย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น"
- ดีเอสไอทำหนังสือแจ้ง กกต. ว่าบัดนี้ได้สอบสวนและมีหลักฐานแน่นหนาแล้ว และถามว่า กกต. จะรับโอนสำนวนมาหรือไม่ นายสิทธิโชติบอกว่า "ณ เวลานั้น ดีเอสไออยู่ในการดูแลของอีกพรรคหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาอยู่อีกพรรค ซึ่งเราเห็นว่าเป็นปัญหาการเมืองผสมกันมา ยุ่งกันไปหมดเลย ผมอยู่ในที่ประชุมก็พูดว่าถ้า กกต. โดดไปรับลูกตอนนี้เหมือน take side (เลือกข้าง) ไม่เป็นกลาง ทำให้คนเชื่อว่า กกต. ไม่เป็นกลาง ให้เรื่องมันเงียบ ๆ ก่อนได้ไหม นั่งฟังก่อนว่าต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร กกต. ไม่อยากเข้าไปให้คนสงสัยว่าเราอยู่ฝ่ายไหน ให้อยู่ตรงกันนิ่ง ๆ ก็ delay (ล่าช้า) ไปอีกสักระยะหนึ่ง"
นายสิทธิโชติกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นทางดีเอสไอไปทำอะไร เขาเองบอกว่าไม่ทราบ แต่เมื่อกลับมาดูสำนวนของ กกต. พบว่าไม่มีความคืบหน้าที่จะทำงานได้ จึงเสนอในประชุม กกต. ว่าเมื่อดีเอสไอแจ้งมา ขอให้ใช้เป็น "กรณีความปรากฏ" แล้วใช้เรียกหนังสือและสำนวนต่าง ๆ มา ไม่ได้รับโอนสำนวนมาจากดีเอสไอ แต่ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนฯ นี่คือที่มาของคณะที่ 26 ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญจากดีเอสไอ 3 คนมาร่วมด้วย ส่วนที่เหลืออีก 6 คนเป็นคนของสำนักงาน กกต. โดยชุดนี้ได้เรียกเอกสารจากดีเอสไอมาทั้งหมด และบุคคลที่ไปให้การกับดีเอสไอก็เชิญมาสอบปากคำใหม่ทั้งหมด
เผย "พยานกลับคำ" ให้การแบบเดิม 3 ครั้ง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นายสิทธิโชติเล่าต่อว่า มากล่าวถึงตรงนี้ จะไม่เอ่ยถึงถึงพยานรหัสที่ 16/26 ซึ่งทราบเป็นการทั่วไปว่าคือ นายเอกราช ช่วงเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรค ภท. และอดีตผู้สมัคร สว. ก็คงไม่ได้ เพราะพยานปากนี้คือเหตุผลสำคัญที่ กกต. เสียงข้างมากใช้ยกคำร้องข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2
"พยานรหัสที่ 16/26 ที่ท่านกลับคำให้การ ท่านให้การดีเอสไอ 2 ครั้ง และเราเรียกมา ท่านก็ยืนยันกับเราอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะฉะนั้นช่วงเวลาก็ห่างกัน 1, 2, 3 มันไม่ได้ชิดกันเลย ผมซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยทำไมถึงเชื่อแบบนี้ เพราะมันมีเวลาจะบอกได้ว่าตัวเองถูกกดดันอย่างไร แต่มาให้การ 3 ครั้งไม่เคยพูดเรื่องเหล่านี้เลย" นายสิทธิโชติกล่าว

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
เขากล่าวต่อไปว่า เมื่อคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ทำสำนวนเสร็จและสรุปสำนวนส่งมาเป็นเอกสารหลายหมื่นหน้า ซึ่งโดยปกติมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง 35 คณะ คอยช่วย กกต. กลั่นกรองข้อมูลจากการสอบสวนอีกชั้นหนึ่งว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ข้อเท็จจริงทักท้วงประการใด แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ กกต. 7 คนจึงตั้งมาคนไปเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คนละ 1 คน รวมเป็น 7 คนเพื่อความรวดเร็ว เกิดเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ปลายปี 2568 ดังนั้นการตั้ง "ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ซ้ำซ้อนหรือให้ตีกัน"
"ข้อเท็จจริงที่ต้องพูดคือ ประธานอนุฯ ชุดที่ 36 ซึ่งมี กกต. ท่านหนึ่งตั้งขึ้นมาและได้รับเลือกเป็นประธาน ท่านไม่เรียกประชุมเลยประมาณ 45 วันตั้งแต่ตั้ง ผมไม่ทราบว่าดีเลย์ทำไม ผมถามว่าไปไหน ทำไมช้า เขาบอกว่าไปต่างประเทศ อันนี้พูดความจริงนะ ทำให้คณะนี้พิจารณาช้า พิจารณาช้ามีผลอะไร กกต. กำลังครบวาระเต็มไปหมด ต้องแต่งตั้งคนมาแทน นี่คือข้อเท็จจริง ประเด็นก็เป็นแบบนี้" กกต. สิทธิโชติกล่าว
เขาออกตัวว่า ไม่ขอก้าวล่วงการใช้ดุลพินิจพิจารณาจากหลักฐานได้ได้ และชุดที่ 36 ก็ไม่ได้ยกคำร้องเสียทั้งหมดเลย มีเห็นด้วยกับชุดที่ 26 บ้าง แต่เป็นส่วนน้อย
เผยเหตุผล กกต. เสียงข้างมากไม่รับเส้นเงินจากดีเอสไอ
ส่วนกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า กกต. มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 เสียง ไม่รับพิจารณาเรื่องเส้นเงินคดีโกงเลือก สว. จากดีเอสไอ นายสิทธิโชติขอชี้แจงว่า เมื่ออนุฯ พิจารณาเสร็จต้องส่งกลับ กกต. ทันที แต่ระหว่างการพิจารณา ดีเอสไอมีหนังสือแจ้งว่าทำสำนวนคดีฟอกเงินซึ่งมีทั้งเส้นเงินและเส้นโทรศัพท์เกี่ยวพันกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาคดี สว. 8 คน หาก กกต. สนใจอยากได้พยานหลักฐานเหล่านี้ขอให้มีมติแจ้งไป ดีเอสไอจะได้จัดทำสำเนาส่งให้ นี่คือที่มาของมติ 4 ต่อ 3 ว่าไม่รับ
"ท่านก็มีเหตุผลนะว่าท่านยังไม่มีสำนวน เพราะสำนวนอยู่ที่คณะ 36 ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย จะรับได้อย่างไร ผมก็มีเหตุผลบอกไปว่า กกต. มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อเขาแจ้งมาและเป็นหน่วยงานรัฐ ชุด 26 ท่านรองฯ ชนินทร์ทำหน้าที่แทนเลขาฯ ก็ทำหนังสือมาว่าประสงค์จะได้พยานหลักฐานเหล่านี้มาพิสูจน์ในเชิงความบริสุทธิ์ก็ได้ พิสูจน์ความผิดก็ได้ ผมคิดว่าการเอามาวิเคราะห์ไว้ก่อนเป็นประโยชน์กับ กกต. ทั้งสิ้น จะหยิบฉวยมาใช้เวลาไหนก็ทำได้ทันที แต่ด้วยเหตุผลก็โหวตแพ้ไป" กกต. เสียงข้างน้อยระบุ
ภายหลังใช้เวลาบนเวทีเสวนาไปราว 25 นาที นายสิทธิโชติขอตัวลาเวทีราชบัณฑิตสภา เนื่องจากมีนัดหมายประชุม กกต. "ผมขอไปปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นละทิ้งภารกิจโดยตรง แล้วมาออกภารกิจนอก"
เขาตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ถึงกรณีออกมาแสดงความคิดเห็น จะถูกมองว่า กกต. แตกแยกกันหรือไม่ โดยปฏิเสธว่าคงไม่ เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นเฉพาะเรื่อง แต่เรื่องอื่นยังสามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่มีความแตกแยก พี่ ๆ ทุกคนเป็นคนดีหมด เมื่อถูกถามย้ำว่ายังคงรักกันดีใช่หรือไม่ นายสิทธิโชติหัวเราะก่อนบอกว่า "ก็ดี ดีทุกคน"
สำหรับนายสิทธิโชติเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567 โดยมาจากการรับรองของ สว. ชุดที่ 12 ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ขณะที่ กกต. เกินกว่าครึ่งบอร์ด หรือ 4 จาก 7 คนมาจากการให้ความเห็นชอบของ สว. ชุดที่ 13 ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีโกงเลือก สว.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX































