จากแชทบอท (chatbot) ไปจนถึงของเล่นอัจฉริยะ เอไอ (AI) กำลังเฟื่องฟูในจีนอย่างไร ?

A smiling Timmy looks up at the camera. In front of him on the table is a chess board and a small robot with a white body and a black screen.
คำบรรยายภาพ, จีนกำลังเปิดรับกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ระดับเครื่องมือทางการศึกษาไปจนถึงหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
    • Author, ลอรา บิกเกอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน
    • Reporting from, กรุงปักกิ่ง
  • Published
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

ทิมมี่วัย 8 ขวบ เอามือกุมหัวและบ่นพึมพัมกับตัวเองขณะที่เขากำลังพยายามเอาชนะหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (artificial intelligence-AI) ในเกมหมากรุก

ที่นี่ไม่ใช่โชว์รูมหรือห้องปฏิบัติการเอไอ เพราะหุ่นยนต์ตัวนี้อยู่บนโต๊ะกาแฟในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง หรือเรียกได้ว่าอาศัยอยู่ร่วมกันกับทิมมี่

คืนแรกที่มันมาถึงบ้าน ทิมมี่กอดเพื่อนหุ่นยนต์ตัวน้อยของเขาก่อนเข้านอน แต่ในตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อให้มัน

"มันเหมือนกับครูหรือเพื่อนตัวน้อย ๆ" เด็กชายบอกและแสดงให้แม่ของเขาเห็นว่ากำลังเดินหมากต่อไปอย่างไร ขณะที่กำลังพิจารณาเกมบนกระดาน

ไม่นานนัก หุ่นยนต์ก็พูดขึ้นมาว่า "ยินดีด้วย! คุณชนะ!" ตากลม ๆ ของมันกระพริบบนหน้าจอ จากนั้นมันเริ่มจัดเรียงตัวหมากรุกบนกระดานเพื่อเริ่มเกมใหม่ ก่อนพูดต่อเป็นภาษาจีนกลางว่า "ฉันเห็นความสามารถของคุณแล้ว ฉันจะทำได้ดีกว่านี้ในตาถัดไป"

จีนกำลังเปิดรับเอไอ โดยตั้งเป้าว่าจะขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านนี้ภายในปี 2030

ดีปซีก (Deepseek) เป็นแชทบอท (chatbot) สัญชาติจีนรายแรกที่ล้ำหน้าอย่างมากจนได้รับความสนใจจากทั่วโลกเมื่อเดือน ม.ค. เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความทะเยอทะยานนี้เท่านั้น

เงินจำนวนมากที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจเอไอซึ่งกำลังแสวงหาเงินทุนมากขึ้น ได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันภายในประเทศ ในตอนนี้มีบริษัทมากกว่า 4,500 แห่งที่กำลังพัฒนาและขายเอไอ ขณะที่ในปลายปีนี้ สถานศึกษาต่าง ๆ ในกรุงปักกิ่งจะเริ่มเปิดหลักสูตรเอไอสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับนักศึกษาที่เรียนต่อด้านเอไอด้วย

"นี่เป็นกระแสที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะต้องอยู่ร่วมกันกับเอไอ" หยาน เสวีย แม่ของทีมมี่กล่าว "เด็ก ๆ ควรทำความรู้จักกับมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เราไม่ควรปฏิเสธมัน"

เธอกระตือรือร้อนอย่างมากในการให้ลูกชายเรียนรู้ทั้งเกมหมากรุกและโกะ โดยหุ่นยนต์เล่นได้ทั้งสองหมากเกมกระดาน

เธอเชื่อว่าราคา 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,200 บาท) เป็นการลงทุนที่ดี นอกจากนี้ผู้สร้างหุ่นยนต์ยังมีแผนเพิ่มโปรแกรมกวดวิชาภาษาเข้ามาในหุ่นด้วย

Timmy in a grey sweatshirt sits next to his mother, who is wearing a red sweater. She is adivising him on his next chess move - the boards sits in front of them and the robot is on the other side.
คำบรรยายภาพ, การเรียนรู้ที่จะอยู่กับเอไอ "เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" หยาน เสวีย กล่าว

บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนหวังไว้ เมื่อพวกเขาประกาศไว้ในปี 2017 ว่าเอไอจะเป็น "แรงขับเคลื่อนหลัก" สำหรับความก้าวหน้าของประเทศ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเดิมพันครั้งใหญ่ในตอนนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว และกำลังต่อสู้กับมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด

รัฐบาลจีนวางแผนที่จะลงทุน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 47.6 ล้านล้านบาท) ในอีก 15 ปีข้างหน้า เพื่อแข่งขันกับสหรัฐฯ และชิงความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ เอไอยังได้รับเงินทุนสนับสนุนอีกครั้ง อันเป็นผลจากการประชุมทางการเมืองประจำปีของรัฐบาลซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ทำให้กองทุนการลงทุนด้านเอไอซึ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน ม.ค. ไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ เข้มงวดควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูง จนทำให้บริษัทจีนจำนวนมากถูกขึ้นบัญชีดำทางการค้า ได้มีเงินในกองทุนมูลค่ามากกว่า 60 พันล้านหยวนแล้ว (ราว 3 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม DeepSeek ทำให้เห็นว่าบริษัทจีนสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ และนั่นทำให้ซิลิคอนวัลเลย์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพากันตกตะลึงกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่า จีนจะก้าวตามทันเร็วขนาดนี้

การแข่งขันระหว่างมังกรด้วยกัน

มันนับเป็นปฏิกิริยาที่ ทอมมี่ ถัง คุ้นเคย หลังจากทำการตลาดหุ่นยนต์เล่นหมากรุกของบริษัทเขาได้ 6 เดือน ท่ามกลางการแข่งขันต่าง ๆ ที่หลากหลาย

เครื่องจักรของทอมมีมาจากบริษัทเดียวกันกับ เซนส์โรบอท (SenseRobot) ซึ่งมีความสามารถหลากหลาย และหุ่นยนต์ขั้นสูงรุ่นหนึ่งที่ผลิตเมื่อปี 2022 เคยได้รับการยกย่องจากสื่อของรัฐบาลจีน เมื่อมันเอาชนะแกรนด์มาสเตอร์สในการแข่งขันหมากรุกได้

"ผู้ปกครองมักสอบถามเกี่ยวกับราคา จากนั้นก็ถามว่าผมมาจากไหน พวกเขาคาดหวังให้ผมตอบว่ามาจากยุโรปหรือสหรัฐฯ และดูประหลาดใจอย่างมากเมื่อผมบอกว่าตัวเองมาจากจีนนี่แหละ" ถังกล่าวยิ้ม ๆ "พวกเขามักจะอึ้งเงียบสักประมาณ 1-2 วินาที เมื่อผมบอกว่ามาจากจีน"

บริษัทของเขาขายหุ่นยนต์ได้มากกว่า 1 แสนตัว และตอนนี้มีสัญญากับเครือซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น คอสท์โก (Costco)

Tommy Tang in a navy blue suit and glasses
คำบรรยายภาพ, ทอมมี ถัง กล่าวว่าลูกค้าต่างชาติมักประหลาดใจเมื่อบอกว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ผลิตจากจีน

คนหนุ่มสาวคือหนึ่งในเคล็ดลับสู่ความสำเร็จด้านวิศวกรรมของจีน โดยในปี 2020 นักศึกษาของประเทศมากกว่า 3.5 ล้านคน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า STEM (Science, Technology, Engineering and Maths)

นั่นเป็นจำนวนมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลกนี้ และรัฐบาลจีนกระตือรือร้นอย่างมากที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้

"สร้างความแข็งแกร่งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และความสามารถ เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน" สีกล่าวกับผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นับตั้งแต่จีนเปิดระบบเศรษฐกิจสู่โลกในช่วงปลายปีทศวรรษที่ 1970 ประเทศ "ผ่านกระบวนการสะสมความสามารถและเทคโนโลยีมาแล้ว" แอบบ็อต ลิว รองประธานของ เวลส์บอท (Whalesbot) บริษัทผลิตของเล่นปัญญาประดิษฐ์ กล่าว

"ในยุคของเอไอ พวกเรามีวิศวกรจำนวนมาก และพวกเขาทำงานกันอย่างหนัก" เขากล่าว

เบื้องหลังของเขา มีไดโนเสาร์ตัวหนึ่งที่ทำจากตัวต่อหลายสีกำลังคำรามราวกับมีชีวิต มันถูกควบคุมผ่านรหัสที่ประกอบเข้ากับมือถือสมาร์ทโฟนด้วยฝีมือเด็กอายุ 7 ขวบเท่านั้น

บริษัทกำลังพัฒนาของเล่นเพื่อช่วยให้เด็กอายุ 3 ขวบ เรียนรู้โค้ดได้ ตัวต่อแต่ละแพ็คเกจมาพร้อมกับคู่มือการประกอบด้วยโค้ด ซึ่งเด็ก ๆ สามารถเลือกสิ่งที่พวกเขาต้องการสร้างและเรียนรู้วิธีประกอบมันด้วยตัวเอง โดยของเล่นที่มีราคาถูกที่สุดขายได้ประมาณ 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,020 บาท)

"ประเทศอื่น ๆ ก็มีหุ่นยนต์เอไอเพื่อการศึกษาเหมือนกัน แต่เมื่อพูดถึงความสามารถในการแข่งขันและความอัจฉริยะของอุปกรณ์ จีนสามารถทำได้ดีกว่า" ลิว ยืนยัน

ความสำเร็จของ Deepseek ทำให้ เหลียง เหวินเฟิง ซีอีโอของบริษัท กลายเป็นวีรบุรุษของชาติ และ "เงิน 10 ล้านหยวน (ราว 50 ล้านบาท) นั้นก็คุ้มค่าสำหรับการโฆษณาอุตสาหกรรมเอไอ [ของจีน]" เขากล่าวเสริม

"มันทำให้สาธารณชนรู้ว่าเอไอไม่ใช่แค่แนวคิด มันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง มันสร้างแรงบันดาลใจให้สาธารณะเกิดความสนใจใคร่รู้"

Deepseek ได้รับฉายาจากโลกอินเทอร์เน็ตว่าเป็นมังกรน้อยทั้งหกของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัท ยูนิทรี โรโบติคส์ (Unitree Robotics) ดีป โรโบติคส์ (Deep Robotics) เบรนโค (BrainCo) เกมส์ไซเอนซ์ (Game Science) และ แมนีคอร์ เทค (Manycore Tech)

Black robots in blue and red jerseys play football on a green carpet of artificial grass.
คำบรรยายภาพ, หุ่นยนต์เล่นฟุตบอลในงานมหกรรมด้านเอไอที่นครเซี่ยงไฮ้

บางบริษัทได้เข้าร่วมงานมหกรรมด้านเอไอซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่นครเซี่ยงไฮ้ด้วย โดยมันเป็นงานที่เปิดให้บริษัทจีนยักษ์ใหญ่ได้แสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์กู้ภัยและการค้นหา หรือหุ่นยนต์ที่ดูเหมือนสุนัขกลับหัวกลับหางที่เดินเตร็ดเตร่ไปตามห้องโถงท่ามกลางผู้ชม

ในห้องโถงนิทรรศการอันพลุกพล่าน หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์หรือฮิวแมนนอยด์ (Humannoid Robot) สองทีมกำลังต่อสู้กันในเกมฟุตบอล โดยแบ่งเป็นทีมเสื้อสีแดงกับเสื้อสีน้ำเงิน เครื่องจักรล้มลงเมื่อปะทะกัน และหนึ่งในนั้นถูกผู้ดูแลที่เป็นมนุษย์หามมันออกไปด้วยเปลสนาม ด้วยท่าทางพยายามทำให้มันเป็นเรื่องตลกขบขัน

มันเป็นเรื่องยากที่จะพลาดบรรยากาศความตื่นเต้นในหมู่นักพัฒนา หลังจาก Deepseek ปรากฏตัวขึ้น โดย อู จิงจี วิศวกรของ Deepseek กล่าวว่า "Deepseek ทำให้โลกรู้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้"

"โหมดไล่ตาม"

ทว่า เมื่อโลกได้รู้ว่าเอไอของจีนมีศักยภาพมากเพียงใด พวกเขาก็เริ่มกังวลว่าเอไอจะอนุญาตให้รัฐบาลจีนเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ใช้งานของตนอย่างไรบ้าง

เอไอเป็นเครื่องมือที่กระหายข้อมูล ยิ่งมากได้ข้อมูลมากเท่าไร ก็ยิ่งฉลาดมากเท่านั้น และด้วยจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือประมาณ 1,000 ล้านคน เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มีผู้ใช้งานเพียง 400 ล้านคน ถือว่าจีนกำลังได้เปรียบกว่าอย่างแท้จริง

ชาติตะวันตกและเหล่าพันธมิตร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญหลายคนในประเทศเหล่านี้ เชื่อว่าข้อมูลที่รวบรวมโดยแอปพลิเคชันของจีน เช่น Deepseek, เรดโน้ต (RedNote), หรือ ติ๊กตอก (Tik Tok) สามารถเข้าถึงได้โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยบางคนชี้ให้เห็นว่ากฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของจีนเป็นหลักฐานที่บ่งชี้เรื่องนี้

ถึงกระนั้น บริษัทต่าง ๆ ของจีน รวมถึง ไบท์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นเจ้าของติ๊กตอก ออกมากล่าววว่ากฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้มีการคุ้มครองบริษัทเอกชนและข้อมูลส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาว่าข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ บนติ๊กตอกอาจตกอยู่ในมือของรัฐบาลจีน ก็ได้ผลักดันให้สหรัฐฯ แบนแอปพลิเคชันดังกล่าว แม้ว่ามันได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ ก็ตาม

ความกลัวเช่นเดียวกันนั้น เป็นความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวผสมกับความท้าทายด้านความมั่นคงแห่งชาติ กำลังส่งผลกระทบต่อ Deepseek อย่างหนัก โดยทางเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้เพิ่มจากเดิมอีกต่อไป ขณะที่ทางไต้หวันและออสเตรเลียห้ามไม่ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าวบนอุปกรณ์ที่ออกโดยรัฐ

บริษัทจีนเองก็ตระหนักถึงประเด็นอ่อนไหวเหล่านี้ ทาง ถัง รีบบอกกับบีบีซีทันทีว่า "ความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องที่ละเมิดไม่ได้" สำหรับบริษัทของเขา ส่วนทางรัฐบาลจีนเอกก็ตระหนักว่านี่เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านเอไอ

"การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของ Deepseek ยังก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากฝั่งชาติตะวันตก" ความเห็นในหนังสือพิมพ์ปักกิ่งเดลี (Beijing Daily) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน ระบุ และกล่าวเสริมว่า "สภาพแวดล้อมการพัฒนาโมเดลเอไอของจีนยังคงมีความไม่แน่นอนสูง"

ทว่า บริษัทต่าง ๆ ของจีนยังคงไม่ย่อท้อ พวกเขาเชื่อว่า นวัตกรรมที่มีความประหยัดจะสร้างความได้เปรียบให้พวกเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะทาง Deepseek ได้กรุยทางให้พวกเขาแล้ว ด้วยการอ้างว่าสามารถแข่งขันกับแชทจีพีที (ChatGPT) ด้วยต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับอุตสาหกรรมเอไอย่างมาก

A child in a purple jacket operates a blue and orange AI-powered toy he built using code
คำบรรยายภาพ, เด็กคนหนึ่งกำลังเล่นของเล่นเอไอจากบริษัท WhalesBot ซึ่งเขาประกอบมันขึ้นด้วยการใช้โค้ด

ดังนั้น ความท้าทายทางวิศวกรรมคือ การหาวิธีทำให้มากขึ้น เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง

"นี่มันเคยเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเรา" ถังบอก และกล่าวว่าบริษัทของเขาเคยพบว่าแขนหุ่นยนต์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายตัวหมากรุกนั้นมีราคาแพงมากในการผลิต และจะทำให้ราคาขายสูงขึ้นประมาณ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 ล้านบาท)

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงใช้เอไอเพื่อช่วยวิศวกรทำงานและปรับปรุงกระบวนการผลิต ซึ่งถังอ้างว่าช่วยลดต้นทุนเหลือเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ราว 34,000 บาท)

"นี่คือนวัตกรรม" เขาบอก "วิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการผลิตแล้ว"

สิ่งนี้อาจมีนัยสำคัญอย่างมาก เนื่องจากจีนใช้เอไอในวงกว้าง สื่อของรัฐเองก็แสดงให้เห็นว่ามีโรงงานที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนเองก็กล่าวด้วยว่า พวกเขาจะส่งเสริมการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ เพื่อช่วยดูแลกลุ่มประชากรสูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี" เป็นเป้าหมายหลักของประเทศ นั่นหมายความว่าจีนต้องการสร้างชิปขั้นสูงเป็นของตนเอง เพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ ที่กำลังขัดขวางแผนของตนในขณะนี้

ผู้นำจีนรู้ดีว่าน่าเป็นการแข่งขันระยะยาว หนังสือพิมพ์ปักกิ่งเดลีเพิ่งออกมาเตือนว่าช่วงเวลาของ Deepseek ไม่ใช่เวลาสำหรับ "ชัยชนะด้านเอไอ" เพราะจีนยังคงอยู่ใน "โหมดไล่ตาม"

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสีก็กำลังลงทุนอย่างมากในด้านเอไอ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันมาราธอน ซึ่งเขาหวังว่าในที่สุดแล้วจีนจะเป็นผู้คว้าเส้นชัย